ความรักที่แอบซ่อน
เสียงจอกอากาศดังขึ้นท่ามกลางเสียงคนในร้านอาหารเก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กลิ่นหอมของอาหารไทยทำให้คนอยู่ในร้านเพลิดเพลินขณะรอรายการที่สั่งไป สำหรับนั่งอยู่ในมุมค่อนข้างมืดคือ “นายต้า” ชายหนุ่มผิวคล้ำ หน้าตาค่อนข้างดุดัน สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ คุณหนูในวัยนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ของเขากำลังวุ่นวายกับหัวเรื่องในสมุด Notepad ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นสาวน้อย “น้องหญิง” ที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ กันโดยไม่รู้ว่าตนเองได้สะกดจิตเขาให้หลงใหลไปโดยไม่รู้ตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในขณะที่น้องหญิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเพื่อเช็คข้อความ แค่เห็นชื่อ “พ่อ” ข้อมือของเธอก็สั่น และทำให้หัวใจของเธอกระตุก แม้เขาจะตั้งใจไม่มอง เธอมั่นใจว่าเขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของเธอเต้นแรงในจังหวะเดียวกับเสียงอึกทึกของช้อนของทีвารถยนต์ที่ซิ่งไปมา
ท่ามกลางมุมที่เขาตั้งใจจะมองไม่ให้ตรงกัน น้องหญิงจึงเบนความสนใจไปที่นักเรียนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกล นั่นคือเพื่อนสนิทของเธอ ซึ่งโพล่งหอนเสียงดังทำให้ทุกคนหัวเราะอย่างเหนื่อย แน่นอนว่าความตื่นเต้นในบรรยากาศเป็นสิ่งที่ไม่ขาดหาย แต่ทั้งคู่กลับเลือกที่จะหันเหไปสู่นิ่ง
ถ้านึกภาพแล้วทำให้หวนกลับไปที่กาลครั้งหนึ่ง… น้องหญิงจำได้ว่าเป็นวันที่เธอตัดสินใจสั่งชีสสติกส์จากเมนู เรื่องนี้กลายเป็นตัวเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่น่าสนใจระหว่างพวกเขา แต่ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่เคยราบรื่นอะไรมาก
วันแรกน้องหญิงทำหน้าเพลิดเพลินขณะยืนในแนวยาว รอให้บริการที่ร้านนมดังที่บอกว่าเป็นที่ยอดนิยมของนักศึกษามหาวิทยาลัย เธอไม่เคยคิดเลยว่าการจะได้เจอเขาที่นี่
เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนๆ ทำให้เธอรู้สึกประหม่า ช่วงนี้เธอตั้งใจเรียนอย่างมาก แม้จะต้องศึกเอาตัวรอดในโลกแห่งการแข่งขันอย่างหนัก แต่เธอก็มักจะหาข้ออ้างไปเที่ยวบ้าง ซึ่งก็เริ่มส่งผลเสียกับการเรียนของเธอ
“น้องหญิง!“ เพื่อนสนิทของเธอ “น้องน้ำ” ที่ทุกอย่างพูดเสียงดัง บอกให้เธอถ่ายภาพเพื่อให้เห็นบรรยากาศที่พ่อลูกคุยกันเพื่อประชาสัมพันธ์ เปิดเผยให้เพื่อนๆ ได้เห็นกัน
ขณะที่น้องหญิงยิ้มให้กล้อง นั้นเองที่นายต้าเดินเข้ามาในมุมมองของเธอในเวลานั้น ปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นในความคิดและทำให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น แม้ว่าความรักของพวกเขาจะเริ่มขึ้นด้วยความหวาน แต่ทั้งสองเป็นคนจากครอบครัวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้พ่อของน้องหญิงก็มักจะไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์นี้แม้จะอยู่ในระดับเริ่มต้น
สีหน้าของพ่อของหญิงที่รู้จักจุดยืนของพวกเขา ดบใจให้หญิงรู้สึกกลัวและกดดันทุกครั้งที่ต้องเจอ เขาคือที่สุดของตากล้องที่มีชื่อเสียง เขามีการควบคุมที่เข้มงวดต่อแผนการชีวิตลูกสาวของเขา
ในขณะที่ต้านทานขึ้นในมุมวุ่นวาย หลายเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นที่ทั้งคู่ต้องเริ่มจัดการกับความรักที่ปิดบังได้อย่างหวานชื่น เมื่อพ่อหาทางกดดันหญิงอย่างมาก ในบางครั้งมีการปลอมตัวเพื่อพบกันอย่างลับๆ ช่วงเวลาที่มีขนบธรรมเนียมเข้ามาเป็นอุปสรรคสำหรับความรักนี้เกี่ยวข้องเต็มไปด้วยความเงียบสงบในสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ของเดือนที่อากาศสดใส นายต้าเดินไปที่ร้านกาแฟริมคลองที่พวกเขานัดกัน “น้องหญิง… มาไหม?” เขารู้สึกว่าเขาต้องหาอะไรทำเพื่อบอกเธอว่าความรักของเขาที่มีต่อเธอยังคงมีอยู่
ในขณะที่เขานั่งรออยู่หน้าหาเธอ เขาเห็นลูกพี่ลูกน้องเดินเข้ามาบ่นกับเธอเสียงดังในขณะนั่งติดกัน “เกิดอะไรขึ้น ทำไมมานั่งห่างกันแบบนี้…” ทำให้ใจนายต้าเต้นระเบิด ไม่อยากเข้าไปบังค์อารมณ์ของเธอกับคำแนะนำ เช่นเดียวกับบรรยากาศเย็นสบายของวันนั้น ที่ทำให้ตกอยู่ในภวังค์
เวลาผ่านไปนานเกินไปแต่หัวใจของเขาเริ่มระเบิดรอ…\”หญิง ฉัน ต้องการบอกว่าความรักของเรามารวมกันได้มั้ย?” ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังก้องอยู่ในกระเป๋าของเขา
แต่เวลาที่จะคุยกันจบลง เพื่อนๆ ที่ขับขานเสียงตามจังหวะนำพาตัวเขาจากคู่ปรับของเวลา เขาไม่สามารถทำอย่างไรได้ กดดันจากการย้ายนั้นยังเข้มข้นกว่าที่เขาคาดไว้ แม้จะหลีกหนีออกไปสู่อิสรภาพ ก็ไม่อาจพ้นจากการเป็นทาสที่ไม่รู้ถึงไหน
ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ความรักของเขาจะผันแปรอย่างไร ต้องสูญเสียหรือผิดหวัง ขายหัวใจของความรัก หรือเป็นอิสรภาพ เพื่อจัดการกับคุณธรรมที่ต้องปฏิบัติตามในครอบครัว… ความรักที่แต่งงานกับความรับผิดชอบคือการเผชิญกับความเป็นจริงนี้ โดยไม่ต้องการความรักผ่านเหมือนเมฆขาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
ในวันที่อ่อนน้อม น้องหญิงตัดสินใจมีจดหมายไปหานายต้า “เราทำเรื่องนี้ให้ดีกันต่อไปได้ไหม?” ในขณะที่เธอพยามเรียนรู้อย่างเข้มแข็งแม้ความกดดันภายในครอบครัว เดินทางเข้าสู่วัยรุ่นอย่างถูกต้องนอกเหนือจากสีขาวซึ่งเป็นเฉดที่เห็นได้ในเลือดร่วมกันนี้ มันไม่ใช่พิพากษา หากเป็นการผจญภัยของจิตวิญญาณที่ตั้งอยู่ในที่มืดและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ต้องเผชิญ
สุดท้ายพวกเขาควรคุยกันอย่างไร เมื่อบรรยายความรู้สึกไปด้วยกัน เทอน้อยอาจจะตัดสินใจ ดังว่าเธอรักเขายังอยู่ และสเตอร์จิค่ะด้วยกันในระยะที่พวกเขาเฝ้ารอโอกาสที่ดีที่สุด สำหรับอิสรภาพในสายของมีเขียวกำลังห่ะกับดึงดูดของพ่อนับวัน
ความตายของความรักไม่ปล่อยให้พวกเขาไป การแตกแยกที่รุนแรงหลังจากนั้นต้องเกิดขึ้นเมื่อพ่อของหญิงเริ่มทราบถึงอนาคตที่ดีกว่า ที่เขามองว่าจะสร้างความสำเร็จเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและอาจจูกตัวละครของเขา เท่านั้นเพื่อตามรอยความรักที่ขาดหายไปจนกว่าเส้นทางจะผิดหรือต่อสู้ให้คงอยู่
พวกเขาตกอยู่ในอารมณ์เมื่อขยันสู้กันเพื่อสร้างค่าสูงสุดของความดี มาสังเวียนใหญ่ของชีวิต แม้ว่าหลังจากสิ้นเสียงร้องรำ กุญชรแล้ว สุดท้ายเขาจะไม่ยอมแพ้ต่อใคร! หากไม่ใช่ด้วยเส้นทางที่ต่างจากที่ตั้งมา ใช่ไหม?”
เรื่องราวจะถึงที่จุดพีคและทุกคนลุกขึ้น เปล่งเสียงทำให้ทั่วไปมีความหมายเท็จ คำสาบแน่ๆ ที่เล่าถึงของรักต้องห้ามนี้อาจเปลี่ยนใจไปทั้งสองคน นักเรียนคนไหนจะหนีจากความรักนี้ออกไปในจุดเด่นที่ต้องเสี่ยงตอบ “ความสุข” นี้