ห้วงเวลาแห่งความฝัน
แสงแดดทอแสงละมุนส่องกระทบลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้านของเจตน์ ขณะที่เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ฝาแตก รอคอยเสียงฝีเท้าคุ้นเคยของมายด์ เพื่อนบ้านที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่เด็ก การเดินมาที่บ้านของเจตน์ในวันนี้มีความพิเศษ เมื่อรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ มายด์มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารีบเดินเข้ามา ส่งเสียงเชิญชวนจากระยะไกล “เจตน์! มาทำการบ้านด้วยกันเถอะ!” เสียงใสๆ ของมายด์ทำให้หัวใจของเจตน์เต้นแรง เขากลืนความกังวลลงไปในลำคอ ก่อนจะตอบกลับไป”เดี๋ยวมา!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อมายด์นั่งข้างๆ เจตน์บนโต๊ะเรียน เขาสังเกตเห็นเค้าโครงหน้าของมายด์ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ บรรยากาศที่อบอวลด้วยความหวังและความฝันของวัยรุ่น ทำให้ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในอกของเจตน์เด่นชัดขึ้น เขาพยายามทำให้การสนทนาของพวกเขาเบาๆ ด้วยการแหย่เรื่องการบ้าน แต่ก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่เวลานั้น ที่มายด์กำลังหนีจากการตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง”แกจะเรียนต่อที่ไหน?” มายด์ถามพร้อมกับมองไปที่เจตน์
ขณะที่เจตน์พยายามจะข่มอารมณ์ ความอึดอัดในอกกลับเพิ่มขึ้น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ “ไม่รู้สิ แต่ผมยังหวังว่าจะได้เรียนในที่ที่ทำให้ผมรู้สึกมีความหมาย” มายด์ทำหน้ายิ้มเล็กน้อย”ที่ไหนก็ได้ที่มีแกไม่ใช่หรือ?” เขาตอบกลับเบาๆ ทำให้เจตน์หน้าแดงขึ้น เขาอยากจะจับมือมายด์ไว้ มีเพียงความอบอุ่นกลางใจที่เขาไม่สามารถแสดงออกไปได้”ฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ” เป็นคำตอบที่คำพูดของเขาไม่อาจบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจ
แต่ไม่นานหลังจากที่ความรักของพวกเขาเริ่มเติบโตในอากาศ อุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดกับครอบครัวของเจตน์ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป บ้านของเขาที่เคยมีความสุขกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงทะเลาะเบาะแว้งของพ่อแม่กระทบกระเทือนจิตใจของเขาทุกวัน เจตน์ไม่พร้อมที่จะรับรู้ถึงความแตกแยกจากความรักที่แท้จริง ในขณะที่มายด์ก็มีแรงกดดันจากความคาดหวังของครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ เขาเห็นการเก็บตัวของเจตน์ทำให้เขากังวล เขาจึงตัดสินใจที่จะพูดคุยกับเจตน์”เราควรจะสนับสนุนกันนะ”
คืนหนึ่ง ขณะที่เจตน์ออกไปเดินเล่นเพื่อคลายเครียด เขาทนไม่ไหวที่ต้องรู้สึกตัดพ้อนต่อความรักที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ เจตน์ยืนอยู่ที่ลานเฉลียง หัวใจเต้นแรง พร้อมที่จะประกาศความรู้สึกที่ถูกซ่อนอยู่ให้กับมายด์ แม้จะกังวลถึงผลที่ตามมาที่แน่นอน แต่เขาก็เรียกมายด์ให้มาที่ลานเฉลียงเพื่อบอกความในใจ “มายด์ ฉันมีเรื่องอยากบอก”
ความเงียบมีแต่เสียงหายใจถี่ๆ ของมิตรภาพที่ทอดยาวออกไปในความไม่แน่ใจ มายด์มองเข้าไปในดวงตาของเจตน์ ก่อนถาม “เจตน์? เกิดอะไรขึ้น?” เจตน์กัดฟันรวบรวมความกล้า “ฉันชอบเธอ มากกว่าคำว่าเพื่อน” มายด์ขมวดคิ้วแต่กลับไม่พูดอะไร ยิ้มแห้งๆ แต่เจตน์ยังไม่ยอมแพ้ “เธอคิดอย่างไร?” มายด์ขึ้นสีหน้าลังเล “ฉันก็ชอบแก แต่…มันอาจมีปัญหานะ”
การเผชิญหน้าที่ทำให้เจตน์รู้สึกอึดอัดเหตุการณ์ย้อนกลับเข้ามาที่เขาอย่างต่อเนื่อง เหล่าความเศร้าที่เขาพบเห็นในบ้านกลายเป็นภาระในหัวใจ และวันนี้เป็นวันที่เขาตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้ความรักที่มีมากนี้เป็นภัยกับความสัมพันธ์ของพวกเขา เขาไม่ต้องการให้มายด์เจ็บปวดกับการต้องเลือกระหว่างเขาและครอบครัว ทั้งที่หัวใจของเขากลับเลือกเธอมาอย่างชัดเจน”มายด์ ฉันไม่ต้องการให้เธอต้องเลือกอะไรอีก” เขากล่าวขึ้น “มันคงไม่เป็นไร ถ้ามันต้องแลกกับความสุขของแก”
เวลาผ่านไป ความรักของเจตน์และมายด์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางปัญหาครอบครัวที่ไม่หยุดหย่อน พวกเขายังคงเรียนรู้ที่จะแบ่งปันชีวิตกัน โดยมีแค่ความท้าทายในอากาศที่ไม่สามารถหลีกหนีได้ ทำให้พวกเขาต้องค้นหาความสุขในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีใครรู้ แต่มันยิ่งทำให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้น ต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปด้วยกัน จนถึงวันที่สุดท้ายเมื่อเจตน์ยืนอยู่หน้าบ้าน เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ชีวิตต่อไปแบบไหนตามเสียงหัวใจของเขาเอง แล้วเขาก็รู้แล้วว่าทุกสิ่งที่เขาผ่านมันมานั้น มันคุ้มค่าที่จะรักษาความรักและความซื่อสัตย์ต่อกันไว้ “ถ้าเธออยู่เคียงข้างฉัน ฉันก็จะผ่านมันไปได้”
และเมื่อถึงตอนจบของเรื่องราว หากทำตามหัวใจตัวเอง ความรักต้องห้ามจะยังคงอยู่รอบตัวด้วยความเข้มแข็งที่ทุกคนควรเข้าใจและรับมือให้ได้”แค่เรายังคงอยู่ด้วยกัน ฉันก็ยอมทุกอย่าง” เสียงดังกลางความเงียบรอบตัวจบลงด้วยความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น และเจตน์ก็รู้ดีว่าความรักที่เขามีต่อมายด์ จะยาวนานกว่าอุปสรรคที่เขาเผชิญอยู่เสมอ.