โปรเจกต์ให้ความหวัง
แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างของห้องนอนเล็ก ๆ ในชุมชนริมคลองที่กรุงเทพมหานคร เสียงนกร้องทำให้ลูกแสงอบอุ่นได้ส่งเสียงเป็นทำนองวันใหม่ ในห้องใน มีเสียงสั่นของมือถือบนโต๊ะ ที่แจ้งเตือนข้อความเข้ามา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“:\”ซารา โทรหาฉันหน่อย” ข้อความจากพ่อ ส่งมาตั้งแต่เมื่อเช้า เสียงในใจของ ฉัน ก้องอยู่ในหัว “ฉันจะไม่ไป” แต่เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง ให้ตัดสินใจไปที่บ้านเกิด ปีก่อนหน้านี้ ฉันสามารถทิ้งทุกอย่างได้ แต่ตอนนี้ต่างออกไป เมื่อความรับผิดชอบเข้ามาแทนที่
ซารา นักศึกษาแพทย์ ปีสุดท้าย หญิงสาวที่มีความฝันที่จะช่วยเหลือผู้คน เริ่มเดินผ่านถนนหลังตลาดเก่า และหาบ้านที่มีเสียงฮาเฮของสมาชิกครอบครัว เดินเข้าไปในบ้านขนาดเล็กที่มีรอยยิ้ม แต่ใบหน้าของทุกคนกลับเก็บซ่อนความกังวลไว้
“ทำไมไม่จัดการกับแม่” ซารากล่าวทักทาย อย่างเอาน้ำเสียง“เบา ๆ” ในขณะที่แม่ยืนอยู่ที่อ่างครัว ทำกับข้าวให้ลูกชายและลูกสาวที่มาช่วย
“ลองให้เธอเป็นห่วงบ้างไหม” แม่พูดกลับ ตอบด้วยเสียงเหงา เธอพยายามกลบเกลื่อนน้ำตาของตัวเอง
ในคืนนั้นที่มีการประชุมครอบครัว ซาราฟังเสียงพ่อที่บอกเกี่ยวกับอาการป่วยของน้าซึ่งอยู่ต่างจังหวัด “น้ำท่วมขังอยู่ที่นั่น เธอต้องการการรักษา แต่เราไม่รู้จะทำอย่างไร” ทุกคนไม่สามารถสบสายตากันได้ จนบางครั้งถึงกับคิดว่าเสียงน้ำตาที่โจนทะลักออกมาคือเสียงที่เรียกร้องการให้ซาราไปช่วยเหลือ
วันถัดมา ซาราเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนั้น พยายามค้นคว้าให้ดีที่สุด เพื่อจะเดินทางไปยังบ้านเกิด และในการออกเดินทาง เธอได้พบคนอื่น ๆ ที่รักการแพทย์ด้วยกัน เป็นชีวิตใหม่ที่มีสำหรับคนรุ่นนี้
ด้วยการสื่อสารกันในห้องเรียนหลากหลายเสียงบางคนยอมรับและอีกสองคนพยายามแสดงออกถึงความรุนแรงของโรคที่ใกล้ตัว รวมไปถึงการแบ่งปันความรักและปรับหดหู่ความรู้และเทคโนโลยีในการช่วยชีวิต และทำให้ซารารู้ว่าเธอสามารถทำอะไรได้ หากมีครอบครัวที่สนับสนุน
ท่ามกลางความโกรธในธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซาราตัดสินใจให้ทุนทุนส่วนตัวจากความฝันที่เธอเคยวางไว้ โดยหวังว่าสิ่งนี้จะสามารถเปลี่ยนอนาคตของเธอได้
ภาพสว่างสุดท้ายที่เธอเห็นคือแสงสว่างในนอกบ้านที่น้ำร้อนพัดผ่านในคืนหนึ่ง แต่ความเชื่อมันทำให้เธอต้องดำน้ำต่อไปจนสุดทางวัฏจักรที่น่าหวาดหวั่น
ซาราจะต้องไม่แพ้ โดยให้ความสนใจซึ่งมีแรงดึงดูดต่อชีวิต ความหวังอาจล่มเหลืออยู่ แต่ความหวังในตัวเองจะส่องสว่างอย่างมีเสน่ห์”