รักในแดนดิน
ตอนเช้าในหมู่บ้านชนบท แสงแดดแรกเริ่มลอดผ่านใบไม้ขนาดใหญ่ในสวนหลังบ้านของเมย์ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วกระจายไปทั่วบริเวณ ขณะที่เมย์วัย 18 ปี ส่งเสียงทักทายพ่อแม่ด้วยอารมณ์สดใส เธอเป็นเด็กสาวที่มีอารมณ์ดีในทุกวัน แต่ในใจกลับมีความหวังอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความรักที่ยังไม่เกิดขึ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วันนี้เราจะไปงานประเพณีที่คลองไหมกันนะ” แม่ของเธอแจ้งข่าวดี เมย์หยุดทำงานบ้านลงและหันมามองแม่ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ใช่ค่ะ! ฉันอยากดูการแสดงจริงๆ!”
ในงานประเพณีที่คลองไหม เมย์โชคดีพบกับต้นที่เดินทางกลับบ้านจากกรุงเทพฯ ขณะที่ทั้งสองยิ้มทักทายกัน น้ำหนักจากสายตาของเขาทำให้เมย์รู้สึกใจเต้น “คุณกลับมาที่นี่แล้วเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงใสกังวาน ต้นยิ้มให้อย่างอบอุ่น “ได้ยินว่างานนี้จะมีการแสดงเก่าจึงต้องกลับมาชม”
เสียงดนตรีไทยดังกระหึ่มอากาศ เมย์และต้นปล่อยตัวไปกับจังหวะเสียงเพลง มีการแสดงฟ้อนรำและเต้นรำอย่างสนุกสนาน ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะมองตากันในจังหวะดนตรี ทว่าได้มีเสียงพูดสวนขึ้นมา “จะเรียนรู้เพื่ออนาคตนะ อย่าลืมว่าครอบครัวต้องมาก่อน” เสียงพ่อของเมย์ดังก้องในใจ
ต้นที่ดูสะเทือนใจเล็กน้อยถามดาว เธอตอบว่า “พ่อแม่ของฉันเชื่อว่ารักแท้ต้องมาคู่กับประเพณีและหน้าที่ ฉันไม่แน่ใจอีกแล้วว่าความรักหรือหน้าที่คือสิ่งสำคัญที่สุด”
ในวันถัดมา เมย์เผชิญความท้าทาย เมย์ต้องทำงานหนักเพื่อช่วยย่าที่ป่วยในขณะที่เธอรู้สึกว่าวันเวลาของเธอนั้นจำกัด ทว่าเธอกลับรู้สึกมีแรงบันดาลใจจากต้น และจดบันทึกเรื่องราวอันหวานซึ้งที่เขาแบ่งปัน
ต้นยืนเป็นกำลังใจในทุกการตัดสินใจของเมย์ จนถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ที่พลิกผัน เมย์ได้รับข่าวว่าต้องมีการแต่งงานกับคู่ที่ครอบครัวเลือกไว้ พ่อและแม่ของเธอไม่ยอมรับในความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับต้น
ในคืนนั้น เมื่อดวงจันทร์สีทองส่องสว่างตลอดคืน เมย์และต้นได้เจอกันอีกครั้ง พวกเขานั่งอยู่ที่ริมคลอง หญิงสาวน้ำตาคลอ หญิงสาวหันไปมองต้นและถาม “เราจะทำยังไงดี? ฉันรู้ว่าฉันรักคุณ แต่มันมีอะไรมากมายที่อยู่ระหว่างเรา”
ต้นกุมมือเมย์ไว้ “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ฉันจะรอคุณ” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเมย์เต็มไปด้วยความหวัง แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่ยอมมีที่ว่างในใจสำหรับความรักนี้
ท้ายที่สุด เมย์ต้องเลือกที่จะยอมรับชะตาของเธอหรือก้าวออกจากกรอบที่ครอบครัวตั้งไว้และเลือกความรักในแบบของเธอเอง ในคืนที่เธอตัดสินใจ เมย์และต้นเดินไปที่มนตราที่คลองไหม สัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน
เรื่องราวคล้ายจะจบลงด้วยความเรียบง่าย แต่ในใจของทั้งสองกลับรู้สึกถึงการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความรักที่เปราะบาง เท่านั้นที่ทำให้ความรักในแดนดินนั้นมีความหมายที่แท้จริง