สัมพันธ์ในม่านหมอก
ในหมู่บ้านชนบทที่เต็มไปด้วยหมอกหนา คืนหนึ่ง เสียงปีกของนกเค้าแมวกรีดผ่านท้องฟ้ามืดดับ มีแสงไฟจากบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ห่างกันไม่มากนัก ข้างในบ้านของครอบครัวชาตรี ปิ่นผู้เป็นแม่กำลังปรุงอาหารเย็น ขณะเดียวกันลูกชายของเธอสองคนคือโน้ตและเนมก็เล่นฟุตบอลในร่มด้วยเสียงหัวเราะพาลให้มียิ้มแย้มในครอบครัวนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พวกแกไม่คิดจะช่วยแม่บ้างเหรอ?” ปิ่นหันไปถามพร้อมเสียงหัวเราะ เอื้อมมือไปหยิบผักที่ยังสดอยู่จากโต๊ะ
“เดี๋ยวเราทำความสะอาดให้เอง แต่ตอนนี้อยากดูบอลก่อน” โน้ตตอบพลางเตะบอลไปติดผนัง ทำให้เนมหัวเราะดัง
แต่บริเวณบ้านของครอบครัวคู่แข่งคือครอบครัวแสงจันทร์กลับเต็มไปด้วยความเงียบเหงา แสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างบ้านไม่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศให้สดใสได้เลย ซู ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างนอก สูดลมหายใจลึก ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยงการมองเห็นบ้านของชาตรี เธอรู้ว่าพวกเขากำลังมีค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความสุข
คืนวันนั้นมีความขัดแย้งที่ลึกซึ้งระหว่างสองครอบครัว แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดจากคำสาปโบราณที่พันผูกไว้ในญาติพี่น้องมาอย่างยาวนาน ในความเป็นจริงมันเริ่มจากความรักที่เกิดขึ้นระหว่างซูและโน้ต ในขณะที่สองครอบครัวนี้มีความสัมพันธ์ที่แสนสลับซับซ้อนซึ่งยื้อกันมาตลอด
สำหรับซูแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกว่าตนเองรักโน้ตมากไปกว่าการชมฟุตบอลหรือการเล่นกันในหมู่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้เห็นโน้ตได้ช่วยเหลือเด็กน้อยที่ตกจากต้นไม้ และความรักเริ่มปรากฏอยู่ในใจเธอ แต่พวกเขากลับไม่สามารถพูดคุยกันอย่างเปิดเผย
ซูเดินไปทางน้ำตกที่เธอชอบไปเล่นตอนเด็ก มันคงเหมือนกับการกลับสู่ความทรงจำที่สวยงาม แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเศร้าใจ เพราะเธอรู้ดีว่าสถานะระหว่างสองครอบครัวไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน
…การพบกันของซูและโน้ตเกิดขึ้นโดยบังเอิญที่นั่น วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองคนมาเล่นน้ำในวันนี้ มุมหนึ่งของน้ำตกที่มีความสวยงาม เขาแอบมองเธอขณะที่ดวงตาสดใสของเธอสะท้อนแสงสว่างของน้ำกลับ
“นาย…” ซูเรียกเสียงเบา รู้สึกอึกอักกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “ฉันไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราจะมาเจอกันที่นี่” นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสได้พูดคุยกัน
“นั่นสินะ” โน้ตรู้สึกแปลกใจที่เธ่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาได้แค่ยิ้มและหลบตา “พวกเรา… เป็นเหมือนร้อยไหม”
ในช่วงต้นของความรัก พวกเขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความรักที่ต้องห้ามนี้ แต่ความลับต่าง ๆ ยังลอยอยู่ในอากาศ ซูจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของตนในขณะที่ต้องเผชิญความมั่นคงอันน้อยนิดของโน้ต
น้องคนเล็กของโน้ตยังมีเพื่อนสนิทของเขาที่เรียกว่าโจ กำลังตามติดพวกเขาอยู่ทุกที่ ดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกที่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และเขาเข้ามาถามว่า “ทำไมพวกนายถึงซ่อนความรู้สึกนี้?”
ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังชัดเจน ก็มาถึงคืนแห่งงานประจำปีของหมู่บ้าน งานที่มีความหมายไม่เพียงแต่สำหรับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซูและโน้ต
ทั้งสองคนได้เตรียมใจมาพร้อมที่จะยอมรับความรักของพวกเขา หากว่าเรื่องราวทั้งหมดจะต้องถูกเปิดเผย
เมื่อเริ่มงาน ทุกคนต่างรอคอยการเต้นรำของคู่รักประจำปี การแสดงออกทางอารมณ์กลับเข้มข้นขึ้น เสียงเพลงเริ่มเกือบเหมือนการกระซิบขอร้องให้แต่ละคู่จับคู่กัน
สุดท้ายพวกเขาทั้งสองจับมือกัน ออกไปข้างหน้าก่อนแม้จะมีใครบางคนในงานพูดว่า “ไอ้พวกนี้อย่าให้รู้นะ!” เขาเดินเข้าไปแล้วโน้ตผลักออกไปแต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ฮึกฮักในเสียงของโน้ตกลับดังขึ้น
“ทำไมพ่อไม่มา” เขาเริ่มน้ำตาไหล “พ่อไม่ยอมให้ผมเลือก แต่what if คำสาปได้เลิกผูกเราไว้” ซูมองดูอโทยนต์นอกซึ่งมีเพียงพี่น้องคนเดียวที่เธอรักก็ไม่ได้เห็น “ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป” แต่โน้ตไม่สามารถเรียกพ่อได้
เสียงดนตรีเริ่มเข้มข้นขึ้น ทุกคนหันมาทั้งสองคนเมื่อลึกเข้าไปในเหนือน้ำนั้น เมื่อเสียงของโน้ตดังขึ้นว่า “ฉันรักนาย” อย่างกล้าหาญทำให้ซูถึงกลับตกใจ เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ทันทีแต่ในความรู้สึกเธอก็ได้พูดว่า “ฉันก็รักนาย”
แต่เสน่ห์ที่เคยงดงามกลับเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่อยู่กลางงาน ในขณะที่พ่อของเขาคือบิดาของซูออกจากความมืดมืด พร้อมทั้งเสียงตะโกนว่า “นายจะไม่มีวันพูดอย่างนั้น!”
เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นความวุ่นวายให้เกิดขึ้น แต่ทั้งสองยังอยู่ในวงเวียนแห่งการต่อสู้กับความรู้สึกของกันและกัน
ในขณะที่ซูร้องไห้อยู่ในบ้านหลังเก่า กำลังถามพ่อของเธอว่า “ทำไมการรักกันถึงเป็นสิ่งต้องห้าม?” และโน้ตก็เกิดความรู้สึกนี้ในขณะที่กำลังเฝ้าดูพวกเขา
การสร้างระบบต่าง ๆ ที่ยึดถือ แย้งมันทำให้ครอบครัวเสียทุกนาที ความรักที่แปลกประหลาดและการแก้ไขในตอนท้ายก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาหลบหนีจากบทลงโทษ
การดวลด้วยใจที่ขัดแย้งกันจนอารมณ์ท่วมท้น โน้ตพูดว่า “พ่อเราจะไม่ให้เราไป” ซูทำได้เพียงมองโน้ต ไม่สามารถไม่มีรวยให้พ่อของตัวเองทราบ
หรือในตอนที่พวกเขาทั้งคู่ต้องตัดสินใจว่าจะกลับไปหาครอบครัวของตัวเองหรือเผชิญหน้ากับความจริงที่สร้างขึ้นไปพร้อมกันในโลกแห่งอุดมคติ พวกเขาที่ต้องทำใจให้หนักแน่นท่ามกลางความตึงเครียดนี้
ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างบิดเบี้ยวมากขึ้น น้ำท่วมเสียงดนตรีมีความงุ่มง่ามอย่างเชิงอารมณ์ แต่ไม่ได้พูดคำสัญญาอย่างแท้จริง
ในขณะที่พวกเขาต่อสู้และยุติแข่งขันกับความเห็นตรงกัน ย้อนกลับจากสิ่งที่เห็นต้องการให้ทั้งสองคนจับมือกันแน่น
เวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน ทุกคนต้องกลับเข้าบ้าน ชาวบ้านระวังตัวอยู่ในบ้าน ซีลความรักของตนไว้แน่นระหว่างคนอื่น ๆ โน้ตยืนอยู่คนเดียวอยู่ข้างนอก ทันใดนั้นเขากลับไปที่บ้านอีกครั้งเสียงที่ลดลง
ในความเศร้าใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ตีบนหลังเขาตั้งแต่วันที่ซูต้องจากไป โน้ตยืนอยู่ที่ไหนสักแห่งในหมอกหนา ทั้งที่มองไม่เห็นใครมีปังปอนด์
“ทำไมถึงรักกันไม่ได้” น้ำตาของเขาเคลื่อนเข้าสู่คำถามที่ไม่มีคำตอบ และนั่นเองที่เขายกมือขึ้นมาตรงน้ำตก พยายามหาความเชื่อมโยงใด ๆ
อยู่ภายในเสียงของการฟังที่เงียบสงบ น้ำตกที่ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า กลายเป็นการเดินทางที่ไร้ซึ่งจุดหมาย
ในขณะที่เขายังไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องจากคำสาปนี้ได้ เขาเลือกยืนที่น้ำตกนี้ซึ่งมองไม่เห็นร่องรอยจะทิ้งเรื่องราวทั้งหมดกลับคืนไป%
จุดจบของซูและโน้ต เปรียบเสมือนเงาที่ผูกมัดกันในหมอกแห่งความรักที่ไม่สุดสิ้น แต่เริ่มต้นใหม่ในวันข้างหน้า ทั้งสองคนติดอยู่ในชีวิตที่แยกกันและไม่สามารถจะกลับไปหาอดีตได้เลย