ความรักใต้เงาไม้ใหญ่
ท้องฟ้าในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งสว่างสดใสเมื่อยามเช้าของวันอาทิตย์ที่ไม่มีลมพัด ท่ามกลางต้นไม้อายุนับร้อยปีที่ให้ร่มเงา มีเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ บริเวณสวนสาธารณะ ใบไม้สีเขียวสดใสสะท้อนแสงแดด ช่างทำให้รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฐิติกร หรือติ๋ม ชายหนุ่มที่เข้มข้นไปด้วยความฝัน เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมือง แต่กลับมาที่หมู่บ้านเพื่อช่วยพ่อแม่ทำสวน มันคงจะง่ายกว่าถ้าเขาสามารถทำตามความฝันได้อย่างเต็มที่ แต่เสียงแห่งความคาดหวังของครอบครัวนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเขาเสมอ
วันนี้เขาได้พบกับสารทา หญิงสาวที่มาเยือนจากเมืองใหญ่ เธอกลับมายังบ้านเกิดเพื่อช่วยคุณยายทำอาหารพิเศษสำหรับปีใหม่ วันแรกที่เจอกันเธอสวย ในชุดดอกไม้และยิ้มอย่างสดใส ขณะที่บินได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่
“สวัสดี สารทา!” เขาตะโกนและยิ้มให้เธอ
“สวัสดีค่ะ ติ๋ม!” สารทาเอียงหัวและยิ้มตอบกลับ ขาทั้งสองเดินเข้าไปใกล้กัน ส่วนที่เป็นการสนทนากลายเป็นส่วนที่ทั้งสองรู้จักกันมากขึ้น เช้าวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการแลกเปลี่ยนทบทวนเรื่องราวที่สนุกสนาน
เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาพบกันทุกวันใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมความรักในใจของทั้งสอง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างกันเป็นเหมือนเส้นด้ายที่พันผุออกมาอย่างช้าๆ สัมผัสทุกครั้งที่มือเดินผ่านกันสร้างแรงดึงดูดขนาดนั้น ทั้งสองลืมทุกอย่างรอบตัวและตกอยู่ในโลกของกันและกัน
แต่ความรักที่สวยงามเช่นนี้ไม่อาจหลีกหนีจากความกดดันของครอบครัวได้ สารทากำลังจะกลับไปเมืองเพื่อเรียนต่อในสาขาที่เธอรัก ขณะที่ติ๋มเฝ้ารอด้วยความหวังเขาจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจ”ฉันไม่เคยเห็นเธอมีความสุขเท่านี้มาก่อน มันทำให้ฉันหวังว่าเธอจะอยู่ที่นี่”
เสียงคำพูดของเขาทำให้เธอหยุดคิด สารทาค่อยๆ เลือกใช้คำพูดใคร่ครวญ “ติ๋ม ฉันรู้ว่าตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก แต่การเรียนยังเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำ แม้จะรักกันอย่างไร มันอาจไม่พอจะทำให้เราอยู่ในที่เดียวกัน”
บ้านของติ๋มมีความเป็นมาที่ซับซ้อน พ่อแม่ของเขาหวังให้ลูกชายสืบทอดกิจการสวนและมีแฟนสาวที่บ้านเกิดเหมือนเขา สารทาซึ่งเคยประสบความสำเร็จในกรุงโซลกำลังถือว่าการกลับสู่วงการบ้านเกิดนั้นทำให้เธอมีเหตุผลที่จะต้องเลือก
เมื่อสารทาเริ่มการศึกษาที่มหาวิทยาลัย ติ๋มได้เปลี่ยนกำหนดการฤดูร้อนทั้งหมดเพื่อให้สามารถไปเยี่ยมเธอ นั่งรถเมล์และข้ามภูเขาเพื่อไปหาเธอในวันที่มีการจัดเทศกาลเป็นการพิเศษ ทั้งสองใช้เวลาหนึ่งวันด้วยกันอย่างเต็มความสุข แต่การเริ่มเดินทางกลับทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัยที่ร้าวราน ขณะที่แดดตกและมืดลง
“เราอาจใช้เวลาไม่ได้เหมือนแต่ก่อน” ติ๋มรู้สึก เผลอพูดก่อนจะโดนปิดปากโดยสารทาที่มองเห็นความผิดหวังนี้
“แต่ฉันก็จะไม่ลืมว่าเธออยู่ที่นี่ เป็นพลังให้ฉันทำทุกอย่าง” สารทาตอบอย่างหนักแน่น
เวลาผ่านไป ข้อความจากสารทาเริ่มลดจำนวน หัวใจของติ๋มรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่เขายังคงหวังจนถึงวันหนึ่งที่เขาได้เห็นเธออีก
การที่ต้องเหมาะสมให้ทุกอย่างทำให้พวกเขาห่างกันเมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุด ถูกมอบหมายให้สารทาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศและเมื่อมีข่าวในจิตใจของติ๋มแทบจะไม่ได้ร่วมใจอีกต่อไป
มีเพียงที่นอนไวกิ้งของติ๋มในบ้านเก่า ๆ ที่ยังคงมีกลิ่นของสารทาอยู่ เขาเฝ้ามองพระอาทิตย์ตกดินใต้ร่มไม้ใหญ่ ถึงแม้ชีวิตลาดเอียง แต่ชีวิตเธอก็ไม่หายไป ภาพที่ทำให้หัวใจรู้ กำลังออกเดินทางในที่ต่าง ๆ
ในภายหลังเขาได้ข่าวว่าการเรียนของสารทาเติบโต และนั่นทำให้ใจของเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจ ขณะเดียวกันก็เจ็บปวดเมื่อเขาเฝ้าดูเธอก้าวสู่ความสำเร็จ ซึ่งในที่สุดเขาก็เจอคำตอบที่เฝ้ารอ เพียงพบกันที่ใต้ร่มไม้ในช่วงระหว่างกลับบ้าน
“ติ๋ม จำไว้นะ แม้เราจะอยู่คนละภูมิภาค ฉันจะยังรักเธอ” เสียงน้ำเสียงมีความรักในการพบกันที่เติมเต็ม
“และฉันก็จะกลับมาที่นี่เสมอ” สารทาเปิดเผย น้ำตาเริ่มไหล
เพราะชีวิตไม่ได้จำกัดให้ทำตามที่ผู้อื่นต้องการ สิ่งที่เธอพยายามทำเกิดขึ้นอย่างแท้จริง พวกเขาจับมือกันไว้แน่น รอความรักของพวกเขาจะเริ่มต้นใหม่ รอให้ความถูกต้องและศรัทธากลับมาที่ใต้ร่มไม้นั้นอีกครั้งในอนาคต
และเมื่อวันสุดท้ายของการกลับบ้านมาถึง ติ๋มยิ้มให้กับสารทาในวันที่เขาต้องกลับไปทำตามคำสัตย์ที่สัญญา เขาตัดสินใจที่จะยืนหยัดทำในสิ่งที่เป็นตัวเอง และบทโต้ตอบที่คืนเข้าสู่ช่วงเวลาเก่าๆ ทำให้ความรักนี้เป็นมากกว่าความทรงจำ แต่คือการรอคอยชีวิตต่อจากตอนนี้อย่างกล้าหาญ
ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค ทั้งสองก็ยังคงรักกัน ก่อบริเวณอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวังกลับมาที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยให้ความร่มเย็นใจมาโดยตลอด