รักในโคลน
ในหมู่บ้านที่เงียบสงบ น้ำท่วมจากอ่างเก็บน้ำใกล้เคียงทำให้เกิดความวิตกกังวลในทุกๆ บ้าน โรงเรียนมัธยมปลายที่ตั้งอยู่เกือบจะกลางนา กลายเป็นที่ประชุมใหญ่ของชาวบ้านเพื่อฟังการประกาศจากผู้ใหญ่บ้าน ทุกเสียงเอาแต่บ่นถึงการต้องย้ายที่อยู่ ขณะที่นารี นักเรียนสาวหัวดีนั่งอยู่ที่มุมห้อง บรรยากาศสลดโดยเฉพาะเธอที่หวังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ได้ในปีหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แม่…ทำไมเราไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น?” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เขียวเศร้า พลางมองลึกไปในดวงตาของแม่ที่ซึมเศร้าจนลืมไยดีชีวิต ชีวิตของคนที่เคยสดใสในวันเวลาแห่งรักนั้นได้ดับมืดลงเพียงเพราะภัยธรรมชาติ
แม่ตอบกลับมาเพียงยิ้มแห้งๆ เหมือนว่าเธอจะแคร์วันพรุ่งนี้น้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่น้องชายของนารีก็นอนหลับอยู่ โดยในใจของนารีเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่สามารถบอกออกไป โดยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้จะแปรเปลี่ยนไปในอนาคต
ทศ ชายหนุ่มที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่แสนธรรมดา อายุเท่ากับนารี แต่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง พ่อเป็นชาวนาไม่เห็นด้วยที่ลูกชายจะตอบคำถามที่ดีกว่า เพียงแค่เธอเป็นนักเรียนหัวกะทิในหมู่บ้าน เบื้องหลังของความผิดหวังกลับไม่มีใครรู้ หากเพียงสองวัยรุ่นนี้ได้มาเจอกัน
เวลาผ่านไป ขณะที่เสียงฟ้าร้อง ตกตะกอนอยู่ในหัวใจของนารี สำหรับความรักที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาได้ค่อยๆ เติบโต สถานการณ์เลวร้ายทางเศรษฐกิจทำให้พวกเขาต้องหาทางรอด
“ฉันอยู่ที่นี่ได้ไหม?” ทศพูดเสียงดังก้องอย่างไม่เข้าตา หญิงสาวหันไปมองเขาพร้อมกับอารมณ์สับสนในใจ
““ทำไม?”, ทศถามอย่างสงสัย
“นายอยากอยู่ที่นี่เพื่ออะไร”
“ที่นั่นมันเป็นบ้านของฉัน” ทศพูดตอบโดยไม่ได้ตั้งใจว่าเขามีอะไรในใจ
“มีบ้านจริงๆ หรอ?” ความไม่เข้าใจของนารีทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจ ผ่านไปสองสามวัน เพลิงโคลนได้โหมเข้ามาหาพวกเขา
นี่คือช่วงเวลาที่ความรักของพวกเขาเริ่มขึ้นอย่างสง่างาม แรกเริ่มมันก็แค่ความรู้สึกที่มีต่อกัน ยิ่งเวลาผ่านไป ความอดทนของพวกเขายิ่งผูกพันแน่นแฟ้น และระหว่างที่ฟ้านั้นเริ่มมืด ภายในบ้านมีกลิ่นดินเหนียวที่แห้ง
“อย่าพูดแบบนี้” แม่ของนารียังคงเหม่อลอย ในขณะที่มัธยมตอนปลายของเธอใกล้จะสิ้นสุด
ทศคิดว่าเขาจะช่วยนารีตีทะเบียนเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย และนั่นก็ทำให้เขาต้องต่อสู้เพื่อความรักในครั้งนี้
“ไม่…นี่มันไม่ใช่ทางที่เราต้องเดิน” นายกรัฐมนตรีหญิงชราผู้เป็นแรงบันดาลใจก็กลับเข้ามาเชียร์พวกเขา
จนกระทั่งการขับเคลื่อนทำให้พวกเขาสามารถที่จะเลือกทางเดินที่นำพาพวกเขาไปสู่ความตายด้วยกัน
เหตุการณ์ล่อแล่และกดดันสร้างความรักที่ชัดเจนตามความจริง เวลาที่ไม่มีวันหยุด รอประกาศจากรัฐว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายในช่วงฤดูฝน
“นายสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันนะ”
“ถ้าคุณต้องไป…จะทำยังไง”
“ฉันไม่รู้”
ภายใต้ความเย้ายวนใจ พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงว่าเมื่อใด หรืออย่างไร ที่พวกเขาจะต้องแยกจากกัน
ในวันที่แย่ที่สุด การย้ายถิ่นฐานก็ได้เกิดขึ้นจริง ความผิดหวังที่สะสมทำให้ความรักของพวกเขาต้องเผชิญการทดสอบที่สูงกว่าเดิม
นารีได้ข่าวจากเพื่อนว่าทศจะโดนส่งไปที่เฉิงตู และกว่าผ่านไป 4 เดือน ทั้งตัวเธอเองต้องตามหาความเท่าเทียม มิตรภาพ และสู้เพื่อความรักที่จูงใจในขณะเดียวกันทำให้เธอเข้มแข็งและกร้าวแกร่ง
สายลมแห่งความหวังทอดลงมาบนแนวแถวของนารี คราวนี้เธอจะไม่ปล่อยให้ความโหดร้ายกลับมาทำลายความรักอีกต่อไป
ในฉากท้ายๆ เมื่อแสงพุ่งออกมาในบ้านเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ความมืดกำลังครอบงำพวกเขา ทศและนารีจะต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน แต่ในใจของพวกเขาก็ยังมีความรักที่มั่นคง และจากโคลนนี้จะทำให้พวกเขาเติบโตอย่างแน่นอน