สุดท้ายของขอบฟ้า
ในวันที่สดใส เด็กสาวอายุสิบแปดปีชื่อ “มีนา” นั่งอยู่บนรถตู้พาครอบครัวออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในถิ่นชนบท เพื่อค้นหาความสุขและความหมายของชีวิตที่สูญหายไปนาน เสียงเครื่องยนต์ของรถตู้ดังขึ้นบวกกับเสียงเพลงจากวิทยุที่คุ้นเคย สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับทุกคน แต่ในความสดใสนี้ มีความตึงเครียดแฝงอยู่ภายในผู้โดยสารทุกคน แม้ว่ามีนาจะพยายามยิ้มให้ทุกคน แต่เธอกลับรู้สึกถึงการต่อสู้ภายในใจของแต่ละคนในระหว่างการเดินทาง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อรถตู้แล่นไปตามถนนคดเคี้ยวที่ล้อมรอบด้วยทุ่งนา เข้าสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะหลุดออกจากเวลาที่กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความพลุกพล่าน วิญญาณของครอบครัวที่เคยมีความสุขกลับมาอีกครั้งเมื่อพวกเขาผ่านบ้านพักเก่า ๆ ที่เคยใช้เวลาผ่อนคลายร่วมกัน เมื่อถึงที่หมาย มีกลิ่นดินและกลิ่นดอกไม้ยามเช้าลอยมาตามสายลมให้นึกถึงวันดี ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไป
เมื่อถึงบ้านพัก มีนาเดินเข้าสำรวจภายในห้องนั่งเล่นที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความทรงจำดี ๆ เธอสังเกตเห็นภาพถ่ายเก่าที่แสดงให้เห็นถึงความสุขของครอบครัว เมื่อมีนาหยิบมันขึ้นมา ความรู้สึกแสนเศร้าก็หลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว แม่ของเธอซึ่งเดินตามมาที่ด้านหลังได้ยินเสียงสะอื้นจึงเข้ามากอด มีนาเอามือเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “แม่ เราควรทำยังไงดีต่อไป?” แม่ของเธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “เราแค่ต้องหาทางกลับไปเป็นครอบครัวเดิมให้ได้”
คืนนี้ ครอบครัวนอนอยู่ภายในบ้านพักเก่า มีเสียงของเห็บและจนดังอยู่ในอากาศ ในขณะที่มีนาตื่นขึ้นมาเพื่อจะไปดื่มน้ำ เธอได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างพ่อกับแม่ที่ห้องนอนด้านล่าง “มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!” เสียงพ่อสวนกลับด้วยความโกรธ “เราทำดีที่สุดแล้ว แต่มันไม่พอสำหรับลูก” ความเสียใจและความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียงของพ่อทำให้มีนารู้สึกท่วมท้น ในใจเธอสับสน แต่ก็ยังพยายามเข้าใจ
“ทำไมพ่อกับแม่ต้องทะเลาะกัน?”
ในเช้าวันถัดมา มีนาพบรูปถ่ายของวันสำคัญที่น่าจดจำจากวัยเด็กตรงพื้น ดูเหมือนรอยยิ้มในรูปนั้นทำให้ความทรงจำกลับมา เตือนใจให้ดีใจ หากแต่ความจริงในวันนี้กลับขัดแย้งกับภาพงาม ๆ เหล่านั้น พวกเขาตัดสินใจจะเดินไปริมแม่น้ำใกล้ ๆ และบริเวณนั้นเป็นที่ที่มักจะมาเล่นด้วยกันในวัยเด็ก กาลเวลาไม่สามารถลดทอนความรักที่พวกเขามีต่อกัน แต่ปัญหาที่ฝั่งในนั้นกลับรุนแรงขึ้น
มีนาเริ่มถามคำถามที่ค้างคาในใจ “ทำไมเราถึงไม่ได้กลายเป็นครอบครัวที่ดีเหมือนในอดีต?” เธอพูดเสียงต่ำและสั่นเครือ พ่อหันไปหาหญิงสาวและตอบด้วยความสงสาร “บางครั้งชีวิตมันก็ยาก ไม่มีทางที่เราจะกลับไปให้เหมือนเดิมได้ ทุกคนต่างต้องพยายามอย่างหนัก และนั่นก็ทำให้เราเหนื่อย” มีนานิ่งไป เธอรู้ว่าแต่ละคนประสบปัญหาของตนเอง
มีเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อมีเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนที่พยายามชักชวนเธอไปเต้นรำในงานประเพณีของหมู่บ้าน หลังจากที่เธอเก็บคำพูดของพ่อและแม่ในใจไปหลายวัน เธอตัดสินใจที่จะไปเพื่อพิสูจน์ตัวเองและคิดถึงอนาคต แต่การเลือกนี้กลับเกิดความคลาดเคลื่อนในความสัมพันธ์กับพ่อแม่ ฝ่ายเกิดความหึงหวงจากทุกคนในขณะที่จิตใจของมีนายังคงอยู่ในความวุ่นวาย
เมื่อถึงคืนงานประเพณี ความสนุกและการเต้นรำมีบรรยากาศเฮฮา มีนาเจอเพื่อนของเธอที่ยิ้มแย้มอย่างเต็มที่ แต่มือของเธออยู่ในความรู้สึกเหน็บหนาวเมื่อเธอเห็นพ่อและแม่อยู่กันและยิ้มให้กับหนึ่งในภาพเก่าที่มีความทรงจำดี การภาพเป็นแสงแดดที่สาดส่องถึงในค่ำคืนที่มืดมน แต่มีนาไม่ได้เข้าไปขัดขวาง พ่อและแม่พบกันอยู่ตรงนี้ร่วมกัน แม้ว่าในความรู้สึกนั้นมันจะเจ็บปวดขนาดไหนโดยเฉพาะการเห็นพ่อและแม่มีรอยยิ้มในตอนนี้
ในขณะที่ดนตรียังคงเล่นต่อไป ภาพก็ต่างหมุนวนเข้ามาในหัวใจ ความคิดถึงวัยเยาว์ที่มีในความทรงจำขัดขวางภาษาอยู่รวมตัวอยู่ในใจของมีนา จนในที่สุดเสียงความรู้สึกที่ร้อนรนก็มีมาในสวนใจ “เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” มีนาเริ่มขานไป ถึงแม้หลายคนไม่มีเวลาให้กับความจริงกันเลย แต่เธอเชื่อว่ามันคือคำที่ต้องทำ
คืนแห่งความสุขเริ่มเคลื่อนเข้าไปในความมืด และมียาแม้จะไปยังงานเลี้ยงแถวทะเลสาบแต่ส่งข้อความหาแม่ให้ไปอีกครั้งโดยบอกว่า ‘เราต้องพูดคุยกันเถอะ’ ข้อได้ยินเพียงแค่คำเลื่อนที่ผ่องใส ด้วยแสงดาวบนท้องฟ้าทำให้มีนาเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สถานที่ล่องลอยอยู่ในความฝันและการตั้งใจอยากจะหาทางกลับไปในช่วงเวลาที่มีความสุขคุ้มกัน
ในคืนที่กลับมาเมื่อทุกคนกลับไปที่บ้านพัก พวกเขาพยายามเปิดใจคุยกัน เธอเปิดเผยความรู้สึกต่อการเติบโตกำลังเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมาย พวกเขาแต่ละคนต่างต้องสารภาพและพูดคุยกันอย่างจริงใจ ผ่าออกซึ่งความขัดแย้งจนกระทั่งความเข้าใจและความสุขที่เกิดขึ้นเป็นทางเลือกสำหรับพื้นที่กลับกลายอยู่ไม่ไกล
เวลาผ่านไป มีนาได้รับข่าวจากเธอและพ่อว่าต้องกลับไปยังกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม แต่ละคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะโยนความทรงจำที่ดีออกมาในชีวิต แต่นั่นไม่ใช่จุดจบของการเดินทางต่อให้พบช่วงเวลาที่มีความสุขกันอีก ยังมีลมอ่อน ๆ แลกมาที่เสียงดนตรีไหลเชี่ยวไหลกลิ้นที่คอยตามรองไส้เข้าไปในความทรงจำของจ้าที่สูญหาย
ในจุดที่มีนานั้นได้มองไปยังขอบฟ้า ความฝันและความหวังของตัวเองที่กำลังรอคอยอยู่ตรงนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เธอต่อสู้ในความเป็นจริง แม้ว่าจะยากเพียงใดก็ตาม ครอบครัวยังคงอยู่ในใจ และการเดินทางที่จะเปลี่ยนแปลงกระทบกระเทือนชั่วชีวิตนั้นก็คือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างต้องเดินต่อไป