บางครั้งความจริงก็มักจะสวยงาม
ใกล้แรกซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง หมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ มีความเงียบสงบ แต่ลมที่พัดผ่านกลับพาเอากลิ่นหอมของดอกไม้ที่เกิดขึ้นจากร้านดอกไม้เล็ก ๆ ที่เปิดโดยมีนานั่นเอง เธอเป็นสาวน้อยวัยสิบแปด ปีที่เต็มไปด้วยความฝันที่จะเป็นนักเขียน บทกวีที่เธอเคยเขียนมักถูกตีพิมพ์ในนิตยสารท้องถิ่น และทุกครั้งที่มีเธออ่านบทกวีในงานเทศกาลที่มีผู้คนมากมาย ห้องรับแขกเล็ก ๆ นั้นทำให้หัวใจของเธอเปล่งประกายในทุกคำนั้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลันข่าวเศร้าได้ถูกส่งถึงมีนาเมื่อแม่ของเธอป่วยหนัก โรคมะเร็งที่เธอไม่เคยคาดคิดจะพรากผู้เป็นที่รักไปจากเธออย่างรวดเร็ว ภาพความสุขในวันวานเริ่มจางหาย และมีนาได้เข้ามาช่วยแม่ทำงานในร้านดอกไม้ที่แม่ตั้งใจดูแลมาตลอดชีวิต ความรักอันเหนียวแน่นของครอบครัวเริ่มถูกทดสอบเมื่อมีนาต้องประกบระหว่างการทำให้ฝันของแม่เป็นความจริงกับการเดินตามความฝันของตนเอง
เสียงหัวเราะของเด็กน้อยในชุมชนลอยมาในอากาศขณะมีนานั่งเขียนบทกวีอยู่ในมุมร้าน เสียงเพลงจากนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านไปทำให้เธอรู้สึกด้วยว่าชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน หากแต่การมีพี่ชายอย่าง ‘แดง’ ที่คอยซัพพอร์ตและให้กำลังใจอยู่เสมอ ทำให้เธอมีแรงใจที่จะใช้เขียนเรื่องราวของชีวิตในหมู่บ้านนี้
การเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จล่องลอยไปในความฝันของมีนาขณะที่ชีวิตจริงกลับทวีความยากลำบากขึ้น ทุกวันที่ต้องคอยดูแลแม่ รวมถึงช่วยเหลือแม่ทำดอกไม้ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกลายเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คาดคิด
วันหนึ่งขณะที่มีนานั่งหายใจในสวนดอกไม้หลังบ้าน ในขณะที่คิดถึงเรื่องราวที่เธออยากเขียน ก็มีเพื่อนบ้านชายหนุ่มชื่อ ‘ชา’ ผู้ที่มักจะมาช่วยแม่ของเธอเดินเข้ามาทักทาย ชาสูงโปร่ง มีรอยยิ้มอันอบอุ่น ทำให้มีนารู้สึกถึงความคุ้นเคย แม้ว่าเธอจะเคยหลงรักเขาในสายตาแต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนี้ออกไปได้ ฮือ…คำว่าเพื่อนในภาษาของวัยรุ่นกลับมีความหมายมากกว่าที่คิด
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของชาและมีนาท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นภายในใจทำให้ต้องสั่นสะเทือนมากยิ่งขึ้น สายตาของชาที่มองมีนาเหมือนพูดว่ามีความหวังอยู่ในใจ แต่มีนากลับคิดอยู่เสมอว่าผู้หญิงจะคงจะดี แต่ชีวิตกดดันให้เธอต้องเลือก มีนาต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเองและทำงานด้านการเขียน แต่ในขณะเดียวกันต้องคอยฟังเสียงจากแม่ ผู้ที่อยากให้เธอคอยอยู่ที่บ้าน
เมื่อแม่ของเธอเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีนาได้รู้จักกับโลกใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็น สุขภาพที่ทรุดโทรมของแม่ทำให้เธอได้พบกับคนเจ็บปวดคนอื่น ๆ รวมถึงต้องรับมือกับความเศร้าสลดที่เกิดขึ้นทุกวัน สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ทิ้งเธอไว้ตามลำพัง โรงพยาบาลทำให้มีนาได้เห็นหน้าจริงของอาการป่วยที่นำไปสู่งานเขียนที่หนักแน่นยิ่งขึ้น และมีโอกาสในการเข้าร่วมกลุ่มเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตกับคนไข้ผ่านการเขียนและการแบ่งปันเรื่องราว
การเดินทางในการทำงานร้านดอกไม้ของเธอในช่วงฤดูดอกไม้ก็เป็นการเรียนรู้สอนใจ ที่ทำให้ความรักในการเขียนกลับมาอีกครั้ง มีนาเริ่มเผยแพร่เรื่องราวที่เธอปลูกฝังไว้จากระหว่างที่ทำงาน ณ สถานที่นั้น ได้ทำให้ชั้นวางดอกไม้ภายในร้านกลายเป็นแหล่งแห่งความหวังของคนในหมู่บ้าน ปรับเปลี่ยนความเศร้าให้กลายมาสู่ความคิดดี ๆ ที่สามารถนำไปเขียน
ความรักอันอบอุ่นของเบื้องหลังทำให้มีนาพร้อมหยุดก้าวไปข้างหน้า ทุกการช่วยเหลือจากชาไม่เพียงแค่มิตรภาพ ระหว่างประสปการณ์นี้เองที่ทำให้มีนากลับมารู้สึกถึงความรัก จากการที่เฉลยออกมาปาก หัวใจกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นตลอดไป แต่ทุกครั้งที่เธอเขียนบทกวีใหม่ตัวเธอกลับรู้สึกว่าตนเองยังมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็นที่รักของคนในครอบครัว
เมื่อถึงวันหนึ่งที่เธอนั่งอยู่บนม้านั่งข้างนอกโรงพยาบาลแล้วชาเดินเข้ามา มือหนึ่งถือดอกไม้ที่ร้านมีนา เธอเผลอส่งยิ้มให้เขาก่อนที่จะถามร้องว่า “ทำไมถึงซื้อดอกไม้ที่นี้” “ฉันอยากให้ดอกไม้คุ้นเคยกับเธอ” ชาว่ายิ้มจัดเตรียมมากระตุ้นความรู้สึกให้มีมากขึ้น
เวลาผ่านไป ความรักเติบโตขึ้นในขณะที่มีนาถูกกดดันจากเสียงแห่งการเผชิญกับความแตกหักของครอบครัวที่งานแต่งงานของแม่ของเธอ เดือนที่เหนื่อยล้าผ่านไป การสูญเสียของแม่ที่เข้ารับการรักษาอย่างยาวนานไปนั้นส่งผลให้การรักษาให้รู้สึกเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนอย่างไม่จบสิ้น
ในที่สุดแม่ของมีนาได้จากไป ความเศร้าเข้าครอบงำชีวิต มีนาเก็บเรื่องราวนี้ไว้ในใจ ลบภาพอันอบอุ่นจากโลกภายนอกออกไป สร้างความรู้สึกแห่งการสูญเสียอย่างรุนแรง การลงมือเพื่อเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ที่ลาจากไปนั้น เป็นความต้องการอันบริสุทธิ์ขนาดไหนในใจ แต่เมื่อทุกคนเมื่อรวมตัวกันเพื่อทำเรื่องราวในวันศพของแม่ สื่อจึงนำเสนอตัวเธอในฐานะผู้ที่ว่างเปล่ามากขึ้น หากไม่ได้พบการสนใจ
มีนาค้นพบว่างานเขียนที่ดีที่สุดคือการทำให้ทุกคนรู้สึกตามความเจ็บปวด รู้สึกถึงการแสดงให้เห็นถึงชีวิตของคนหนึ่งที่ได้อยู่ร่วมด้วยกัน แสงแห่งความหวังที่ส่องเข้ามาผ่านงานเทศกาลงานดอกไม้ประจำปีวันนั้นกลับทำให้มีนาได้พบเพื่อนดีที่ให้กำลังใจเธอและรู้จักส่งเสียงของความรักที่ดีที่สุดยังคงอยู่
วันหนึ่งที่มีนากลับมาบ้านจากงานบรรณาธิการเธอพบชานั่งอยู่ที่หน้าร้านดอกไม้ ท่าทางเงียบ ยิ้มแสยะเหมือนเป็นการรอคอย ขณะที่มีนาเดินเข้ามา ชาเห็นเธอ และภาพความรักเกิดขึ้นซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ตามกฎที่เกี่ยวกับความรักจากคนรอบข้าง
ในขณะที่เจ็บปวดจากความสูญเสียของแม่ทำให้มีนารู้ว่าเธอต้องใช้ความรักไปเพื่อเลี้ยงดูตัวเองตลอดการเดินทางจนนำไปสู่การค้นพบว่าชีวิตสามารถมีความสวยงามได้แม้ในความเศร้า ทุกก้าวในการเขียนของเธอทำให้เกิดเป็นน้ำต้นในดินที่ผสมคอยพาเธอไปสู่ฝัน
หลังผ่านหลายเดือนผ่านไป มีนาจึงสามารถเริ่มต้นใหม่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตัวเธอได้สร้างขึ้นจากความรัก ความฝันของแม่และการพบรักที่สวยงามจากชา สุดท้ายนี้เธอจึงนำเรื่องราวที่ได้เขียนละอร์ไปให้คิดใหม่ พร้อมสร้างแรงสามารถมากขึ้นจากตัวเธอเองเพื่อเขียนให้ดีที่สุดในทุกสร้างแรงขับเคลื่อน
ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป แม้จะมีกลิ่นหอมของดอกไม้และความรักที่ตามเธออยู่เพื่อจะเจริญเติบโต แต่มีนารู้ดีว่าทุกความจริงไม่อาจหลีกหนี แต่การเลือกที่จะถ่ายทอดให้โลกได้รับรู้ว่าเรื่องราวยังคงสวยงามมากกว่าที่เคยและเป็นการให้คุณค่ากับการมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกนี้