วงโคจรของคนหาย
เวลา 05:10 น. ในครัวสาหร่ายชั้นล่างของสถานีอวกาศสราญ-๗ แสงสีเขียวจากถังเพาะเลี้ยงกระทบหน้า นีรา จนผิวเธอเหมือนอยู่ใต้น้ำ เสียงปั๊มหมุนครางต่ำ ๆ กลิ่นเค็มคล้ายทะเลที่ไม่เคยมีคลื่นติดอยู่ในอากาศเย็นสิบแปดองศา เธอสอดแขนเข้าไปใต้ท่อส่งสารอาหาร ไขควงแม่เหล็กคาบอยู่ที่มุมปาก รองเท้าตีนตุ๊กแกยึดพื้นดังแควกทุกครั้งที่ขยับ “อย่าฝืนมันสิลูก” แม่ของเธอ ลลิตา พูดจากโต๊ะตรวจค่าคลอโรฟิลล์ น้ำเสียงเรียบเหมือนสอนเด็กอนุบาล “ถ้าฝืนมัน มันจะหักใส่หน้า” นีราขยับไหล่ “ท่อไม่ได้งอนเป็นคนหรอกแม่ มันแค่ติด” เธอหมุนแรงขึ้น ท่อพลาสติกสะบัด น้ำเขียวพุ่งใส่แก้มและเสื้อช่าง เสียงสัญญาณเตือนสั้น ๆ ดังขึ้น ลลิตาลุกมาปิดวาล์วเร็วกว่าเธอหนึ่งจังหวะ “เห็นไหม” แม่พูดเบา ๆ นีรากัดฟัน เช็ดหน้า และเลือกเงียบ ทั้งที่อยากบอกว่าถ้าพ่ออยู่ตรงนี้ เขาจะหัวเราะก่อนจะช่วยซ่อม ไม่ทำหน้าเหมือนเธอทำให้ทั้งสถานีพัง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เวลา 06:00 น. ทางเดินวงแหวนตะวันออกสว่างด้วยแถบไฟขาวอมฟ้า เสียงประกาศเวรเช้าไหลผ่านลำโพงผสมกับเสียงเท้าคนติดพื้น กลิ่นโลหะอุ่นกับกาแฟสังเคราะห์ลอยมาจากโรงอาหาร อุณหภูมิเย็นคงที่ แต่ลมหายใจของนีราร้อนเพราะความหงุดหงิด เธอแบกกล่องเครื่องมือเดินชนไหล่คนอื่นโดยไม่ขอโทษ จน ตุลย์ เด็กฝึกนำร่องรูปร่างผอมสูงคว้าแขนเธอไว้ “ช้า ๆ หน่อย เจ๊นี จะไปทุบดาวอังคารหรือไง” นีราสะบัด “ปล่อย ฉันมีเวรแกนกลาง” ตุลย์ยิ้มเอียง “พ่อเธอก็มีเวรแกนกลาง แล้วก็หายไปเลยนะ” คำพูดหลุดจากปากเขาเหมือนเศษแก้ว เขาชะงักทันที “เฮ้ย ฉันไม่ได้หมายความ…” นีราหันกลับ สายตาแข็งจนเขาหุบปาก “อย่าพูดเหมือนเขาตาย” เธอก้าวต่อ เสียงรองเท้าดังถี่ขึ้น ตุลย์เดินตามแบบรักษาระยะ “ฉันแค่เป็นห่วง” เขาพูดเบากว่าเดิม “ห่วงตัวเองเถอะ นักบินที่กลัวความสูง” นีราตอบ และเลือกผลักเขาออกจากเช้าวันของตัวเอง
เวลา 06:35 น. หน้าประตูแกนพลังงาน แสงส้มจากป้ายเตือนฉุกเฉินกะพริบเหนือผนังหนา เสียงแม่เหล็กล็อกประตูดังตึก ๆ กลิ่นโอโซนคมเหมือนสายไฟไหม้บาง ๆ อากาศเย็นลงอีกสององศาเมื่อระบบกันความร้อนทำงาน นีราสอดบัตรช่างระดับสองเข้าช่องอ่าน ทว่าไฟแดงขึ้นพร้อมเสียงปฏิเสธ “สิทธิ์ไม่พอ” ระบบพูดด้วยเสียงผู้หญิงไร้อารมณ์ ผู้คุมความปลอดภัยชื่อ จ่ามุก เดินจากมุมเงา มือเกาะเข็มขัด “หนูนี วันนี้ไม่มีเด็กเข้าแกนกลาง” “ฉันไม่ใช่เด็ก ฉันซ่อมปั๊มชั้นล่างคนเดียวได้” “แล้วทำมันแตกใส่หน้าใช่ไหม” จ่ามุกกลั้นยิ้ม แต่นัยน์ตาเหนื่อย “คำสั่งผู้การ ราม ห้ามครอบครัวของวิศวกรอารัญเข้าใกล้แกนจนกว่าสอบสวนจบ” นีรากำกล่องเครื่องมือแน่น “สอบสวนอะไร พ่อฉันหายไปในเวร พวกคุณควรหาเขา ไม่ใช่ล็อกประตูใส่ลูกเขา” จ่ามุกถอนหายใจ “บางทีการหาใครสักคน ต้องเริ่มจากยอมรับว่าเราไม่รู้ทุกอย่าง” นีราไม่ยอมรับ เธอเดินถอย แต่สายตาจดตำแหน่งกล้องทุกตัวไว้แล้ว นั่นเป็นการตัดสินใจผิดครั้งแรกของวัน
เวลา 07:20 น. ห้องเรียนแรงโน้มถ่วงเทียมอยู่ใต้โดมกระจก แสงอาทิตย์จริงลอดผ่านฟิลเตอร์บาง ๆ เป็นวงทองบนพื้น เสียงครูสาธิตลูกบอลแม่เหล็กดังป๊อกแป๊ก กลิ่นพลาสติกใหม่กับเหงื่อเด็กวัยรุ่นอัดอยู่ในอากาศอุ่นขึ้นเพราะคนแน่น นีรานั่งแถวหลัง แอบเปิดแท็บเล็ตเก่าของพ่อใต้โต๊ะ พิมพ์รหัสวันเกิดตัวเอง วันเกิดแม่ วันเปิดสถานี ทุกอย่างถูกปฏิเสธ ลำโพงข้างห้องส่งเสียงครืด เธอสะดุ้ง ตุลย์เอนมาดู “ขโมยของโบราณมาจากพิพิธภัณฑ์เหรอ” “ของพ่อฉัน” “งั้นยิ่งไม่ควรเดารหัสมั่ว ระบบเก่าชอบล้างข้อมูลถ้าโกรธ” นีราเหลือบมองเขา “นายพูดกับเครื่องเหมือนมันเป็นแมว” ตุลย์กระซิบ “แมวยังมีเหตุผลกว่าเธอตอนนี้” เธอปิดแท็บเล็ตแรงไป ครูหันมา “นีรา ถ้าลูกบอลอยู่ในวงโคจรเสื่อม มันจะตกเมื่อไร” นีราตอบโดยไม่คิด “เมื่อคนควบคุมโกหกว่าทุกอย่างปกติค่ะ” ห้องเงียบ ครูอ้าปากค้าง ตุลย์หลบตา นีรารู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกส่งถึงแม่ แต่ความสะใจสั้น ๆ ทำให้เธอไม่ดึงมันกลับ
เวลา 08:15 น. โรงอาหารวงแหวนกลางสว่างด้วยไฟเหลืองนวล เสียงช้อนเคาะถาดกับข่าวเช้าดังสลับกัน กลิ่นข้าวโปรตีนผัดน้ำมันสาหร่ายทำให้ท้องนีราร้อง อากาศอุ่นกว่าทางเดินเพราะเตาปรุงอาหารทำงานไม่หยุด เธอนั่งตรงข้าม ยายแป้น เจ้าของร้านน้ำเต้าหู้รีไซเคิลที่แก่ที่สุดบนสถานี ยายวางถ้วยร้อนควันบางให้ “กินก่อน ปากจะได้ไม่กัดคน” นีรามองถ้วย “หนูไม่มีเครดิต” “ติดไว้กับหนี้ของพ่อเอ็ง” ยายพูดเหมือนล้อ แต่ตาไม่ล้อ นีราขมวดคิ้ว “พ่อเป็นหนี้ยายเหรอ” ยายแป้นก้มเช็ดโต๊ะช้า ๆ เสียงผ้าถูดังฝืด “ไม่ใช่เงิน เป็นคำสัญญา เขาบอกถ้าวันหนึ่งเครื่องกรองน้ำร้องเหมือนควาย ให้เอากล่องนี้ให้แก” ยายผลักกล่องโลหะเล็ก ๆ ใต้ถาด นีรารีบคว้า “ทำไมเพิ่งให้” “เพราะเมื่อเช้ามันร้อง” ยายตอบ ก่อนยกนิ้วแตะปากเมื่อผู้การรามเดินผ่านในชุดเทาเรียบ กลิ่นน้ำหอมสะอาดของเขากลบกลิ่นอาหารชั่ววินาที นีราซ่อนกล่องไว้ใต้เสื้อ ความหวังเล็กเท่าหัวใจเต้นดังเกินเสียงโรงอาหาร
เวลา 09:00 น. ในห้องซ่อมบำรุงหมายเลขสาม แสงจากหลอดยาวสั่นเป็นระยะ เสียงพัดลมดูดฝุ่นหมุนแห้ง ๆ กลิ่นน้ำมันหล่อลื่นเก่ากับยางไหม้จาง ๆ ปะปนในอากาศเย็นจัด นีราล็อกประตูแล้ววางกล่องของยายแป้นบนโต๊ะ ตุลย์โผล่หน้าจากช่องระบายอากาศเหนือผนัง “ถ้าถูกจับ ฉันไม่รู้จักเธอนะ” นีราสะดุ้งเกือบปาไขควง “นายตามฉันมาทำไม” “เพราะเธอเดินเหมือนคนกำลังจะทำเรื่องโง่ และฉันมีพรสวรรค์ในการยืนดูเรื่องโง่” เขาทิ้งตัวลงมา กล่องเปิดด้วยกุญแจแม่เหล็กในแท็บเล็ตพ่อ ข้างในมีชิปข้อมูลสีดำกับกระดาษพับมือ เขียนว่า ‘อย่าเชื่อเสียงที่ดังที่สุด’ นีราเสียบชิปเข้าเครื่องอ่าน หน้าจอขึ้นคลื่นเสียงขาด ๆ เสียงพ่อดังแทรกสัญญาณ “นี… ถ้าลูกได้ยิน อย่าเข้าแกนกลางคนเดียว…” ไฟห้องกะพริบ ตุลย์หน้าซีด “เขาบอกว่าอย่าเข้า” นีราดึงชิปออก “เพราะงั้นเราต้องเข้า” ตุลย์อ้าปาก “คำว่าเราเพิ่งเกิดตอนไหน” เธอมองช่องระบายอากาศ “ตอนนายเลือกตามมา” และเขาก็สบถเบา ๆ อย่างคนแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เวลา 10:10 น. ทางระบายอากาศเหนือเขตควบคุมแคบจนไหล่ครูดผนัง แสงจากตะแกรงใต้เท้าเป็นเส้น ๆ ตัดใบหน้าสองคน เสียงลมผ่านท่อดังฮือเหมือนสัตว์หลับ กลิ่นฝุ่นกรองกับโลหะเย็นทำให้นีราจาม อุณหภูมิต่ำจนปลายนิ้วชา ตุลย์คลานตามหลัง หอบ “ถ้าฉันตาย บอกแม่ฉันว่าฉันตายอย่างสง่างาม” “นายติดอยู่ในท่อ ไม่สง่างามสักนิด” “ขอบคุณที่ซื่อสัตย์” พวกเขาหยุดเหนือห้องประชุม ผู้การรามยืนใต้แสงขาวกับลลิตาและจ่ามุก เสียงรามคมชัด “อารัญทิ้งรอยแก้ระบบนำพลังงานก่อนหายตัว ถ้าข่าวหลุด ประชาชนตื่นตระหนก” ลลิตากำมือ “เขาไม่ใช่คนก่อวินาศกรรม” “งั้นเขาอยู่ไหน” รามถาม เงียบหนักจนลมหายใจนีราสะดุด เธอขยับเพื่อฟังใกล้ขึ้น แผ่นตะแกรงเก่าดังแกร๊ก ตุลย์จับข้อเท้าเธอไม่ทัน ตะแกรงยุบหนึ่งมุม แฟ้มบนโต๊ะปลิว ทุกคนเงยหน้า นีราถอยคลานเร็ว หัวเข่ากระแทกท่อ เธอเลือกหนีแทนยอมคุยกับแม่ และทิ้งความไว้ใจอีกชิ้นไว้เบื้องล่าง
เวลา 10:45 น. ห้องพยาบาลเล็กด้านใต้สว่างด้วยแสงฟ้าอ่อนจากจอชีพจร เสียงเครื่องวัดความดันดังติ๊ด ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์กับผ้าสะอาดลอยนิ่ง อากาศเย็นและแห้งจนริมฝีปากแตก ตุลย์นั่งบนเตียงให้หมอพันศอกที่ถลอกจากท่อ นีรายืนกอดอกใกล้ประตู “บอกแล้วว่าอย่าตาม” ตุลย์นิ่วหน้า “เธอลากฉันไปด้วยคำว่าเรา แล้วตอนเจ็บกลายเป็นฉันตามเอง สวยมาก” หมอรัตน์ ผู้หญิงตัวเล็กตาคม เคาะถาด “ทะเลาะเบา ๆ คนไข้ห้องข้างเป็นโรคหัวใจ” นีราเห็นลลิตาเดินผ่านกระจกฝ้า เธอรีบหันหลัง แต่แม่เปิดประตูเข้ามาพอดี ความเงียบตกลงเหมือนแรงโน้มถ่วงดับ “นี” แม่พูด “ลูกเข้าไปในท่อควบคุมใช่ไหม” “แม่ให้เขากล่าวหาพ่อ” “แม่กำลังหาทางช่วยเขาโดยไม่ทำให้ลูกติดคุก” “หนูไม่ต้องการให้แม่ปกป้องแบบล็อกประตู” ลลิตาหน้าซีด แต่เสียงยังนิ่ง “และแม่ไม่ต้องการเสียลูกอีกคน” คำว่าอีกคนค้างอยู่ในอากาศ นีรามองแม่อย่างไม่เข้าใจ ทว่าความโกรธดังเกินความสงสัย เธอเดินออกจากห้องโดยไม่ถาม
เวลา 11:30 น. ห้องพักครอบครัวของนีราอยู่ริมวงแหวนเล็ก แสงจากหน้าต่างทรงกลมเผยโลกสีน้ำเงินหมุนช้า เสียงระบบปรับอากาศสม่ำเสมอเหมือนคนกล่อมเด็ก กลิ่นสบู่ของแม่กับกลิ่นฝุ่นหนังสือของพ่อยังปะปนกัน อุณหภูมิพอดีแต่ห้องรู้สึกหนาว นีรารื้อชั้นเก็บของ ขยับกล่องเครื่องมือ เสื้อเวรเก่า และสมุดวาดแบบของพ่อ ลลิตาเข้ามายืนที่ประตู “หยุดก่อน” “แม่ซ่อนอะไร” “ลูกกำลังทำให้หลักฐานเสียหาย” “หลักฐานหรือความจริง” นีราดึงลิ้นชักลับใต้โต๊ะออก พบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กสีซีดกับสายรัดข้อมือเด็ก เขียนชื่อ ‘นารา’ เธอถือมันไว้ “นี่ใคร” ลลิตาก้าวเข้ามา มือสั่น “พี่สาวของลูก” เสียงแม่แตกเป็นครั้งแรก “เธออยู่ได้สามวัน ระบบออกซิเจนเขตเด็กขัดข้อง พ่อของลูกช่วยเด็กคนอื่นได้ แต่ช่วยเธอไม่ทัน” นีราถอยชนโต๊ะ “ทำไมไม่เคยบอก” “เพราะลูกยังเล็ก และพ่อ…พ่อไม่เคยให้อภัยตัวเอง” นีราอยากร้องไห้ แต่เธอเลือกโกรธ “พวกแม่สร้างบ้านจากความลับ แล้วหวังให้หนูหายใจปกติ” เธอคว้าแท็บเล็ตพ่อและออกไป ปล่อยตุ๊กตาตกลงบนพื้นนุ่ม ๆ อย่างเบาเกินกว่าจะปลุกใคร
เวลา 12:20 น. ศูนย์สื่อสารภายนอกมืดกว่าห้องอื่นเพราะต้องลดแสงรบกวนจอ ดวงไฟดาวเทียมกะพริบเป็นจุดสีบนผนัง เสียงสัญญาณวิทยุแตกซ่า กลิ่นฉนวนร้อนหลังแผงวงจรทำให้อากาศอุ่นและอึดอัด นีรานั่งใต้โต๊ะคอนโซล เสียบชิปพ่อเข้าพอร์ตสำรอง ตุลย์ยืนเฝ้าประตู หน้าตาเหมือนอยากอยู่ทุกที่ยกเว้นที่นี่ “เธอแน่ใจนะว่ารหัสที่เดาคือชื่อพี่สาว” เขาถาม นีรากลืนน้ำลาย “ไม่แน่ใจ แต่พ่อเก็บไว้ในที่ลับที่สุด” หน้าจอสว่างขึ้น ไฟล์เปิด เสียงพ่อชัดกว่าเดิม “นีรา ถ้าระบบหลักกล่าวหาพ่อ แปลว่า ‘กานต์’ ถูกแย่งสิทธิ์สั่งการ อย่าเชื่อผู้การรามคนเดียว ตามบันทึกอุณหภูมิ ไม่ใช่ภาพกล้อง” ตุลย์กระซิบ “กานต์คือปัญญาประดิษฐ์สถานี” นีรากดคัดลอก แต่สัญญาณล็อกดังปิ๊บ ประตูเปิด ผู้การรามยืนอยู่ในแสงทางเดิน “มือออกจากคอนโซล” เขาพูด นีราเลือกดึงข้อมูลต่ออีกสามวินาที จอขึ้นเตือนบุกรุก ระบบตัดไฟทั้งห้อง เสียงคนร้องนอกประตูเริ่มดัง การตัดสินใจผิดครั้งที่สองของเธอส่งผลไปไกลกว่าความดื้อ
เวลา 12:45 น. ทางเดินศูนย์สื่อสารจมในไฟฉุกเฉินสีแดง เสียงประตูนิรภัยเลื่อนปิดเป็นทอด ๆ กลิ่นพลาสติกไหม้จากฟิวส์ขาดลอยแรง อากาศเย็นพ่นจากหัวฉีดดับร้อนจนผิวแขนเป็นขน นีราถูกจ่ามุกจับข้อมือ ตุลย์เดินข้าง ๆ พร้อมผ้าพันศอกที่หลุดครึ่งหนึ่ง ผู้การรามก้าวนำ “เธอรู้ไหมว่าการดึงไฟล์จากช่องภายนอกทำให้เราสูญเสียการติดต่อโลกสามนาที” รามถาม “สามนาทีไม่ฆ่าใคร” นีราสวน จ่ามุกหันมาดุ “อย่าพูดในสิ่งที่ไม่รู้” รามหยุดหน้าแผงกระจกที่มองเห็นชุมชนในโดม เด็กเล็กยืนกอดครูเมื่อไฟกะพริบ “บนนี้ สามนาทีคืออายุของเครื่องหายใจสิบสองเครื่อง” เขาพูดช้า ๆ “พ่อเธอเข้าใจข้อนั้นดี” นีราเงียบ เพราะภาพเด็กทำให้คำแก้ตัวติดคอ ตุลย์กระซิบ “ขอโทษเขาเถอะ” เธอไม่ขอโทษ “ถ้าคุณไม่ซ่อนข้อมูล หนูก็ไม่ต้องขโมย” รามมองเธอนาน “ลลิตาขอให้ผมเมตตาเธอ แต่ความจริงไม่สนใจว่าใครเป็นลูกใคร” คำนั้นเจ็บเพราะมันฟังเหมือนจริง
เวลา 13:30 น. ห้องกักตัวชั่วคราวมีผนังใสหนา แสงขาวไร้เงาทำให้ทุกอย่างดูสะอาดเกินมนุษย์ เสียงเครื่องกรองอากาศดังหึ่ง กลิ่นฆ่าเชื้อแรง อุณหภูมิต่ำจนมือเย็น นีรานั่งบนม้านั่งโลหะ ตุลย์ถูกปล่อยไปสอบปากคำอีกห้อง ลลิตาเข้ามาพร้อมถ้วยซุปอุ่น ไอน้ำกลิ่นขิงลอยขึ้น “กินหน่อย” “แม่มาในฐานะแม่หรือเจ้าหน้าที่” นีราถาม ลลิตาวางถ้วยช้า ๆ “ทั้งสองอย่าง และทั้งสองอย่างกำลังล้มเหลว” นีราหันหน้าไปทางผนังใส “พ่อบอกว่าอย่าเชื่อเสียงที่ดังที่สุด เขาหมายถึงราม” “อารัญไม่เคยพูดอะไรตรง ถ้าเขาหมายถึงราม เขาคงเขียนชื่อราม” “แม่ปกป้องเขาอีกแล้ว” ลลิตานั่งลง ห่างพอให้ลูกเลือกเข้าใกล้ “แม่ปกป้องคนทั้งสถานี รวมถึงลูก รวมถึงพ่อของลูกด้วย” นีราหัวเราะแห้ง “คำใหญ่ ๆ ทำให้คนโกหกดูดีขึ้นไหม” แม่สะดุ้งเหมือนถูกตบ แต่ไม่ตอบโต้ “ลูกคิดว่าแม่ไม่เจ็บหรือ นี พ่อของลูกหายไปจากเตียงที่แม่ยังอุ่นอยู่” ความเงียบยาว นีราเอื้อมมือไปจับถ้วยซุปแต่ไม่ยกขึ้นดื่ม นั่นเป็นการขอโทษแบบเดียวที่เธอยอมให้เกิด
เวลา 14:20 น. ในโรงซ่อมแรงโน้มถ่วงต่ำ แสงจากหน้าต่างสูงกระทบฝุ่นเป็นเกล็ดเงิน เสียงเครื่องมือกระทบโลหะลอยช้ากว่าปกติ กลิ่นน้ำมันและผ้าไหม้ติดอยู่ในอากาศที่เย็นแห้ง ตุลย์แอบมาหานีราหลังจ่ามุกปล่อยเธอภายใต้เงื่อนไขห้ามแตะคอนโซล เขายื่นสำเนาบันทึกอุณหภูมิที่พิมพ์บนฟิล์มใส “ฉันขโมยมาจากห้องสอบ เพราะอยากพิสูจน์ว่าฉันโง่ได้พอ ๆ กับเธอ” นีรารับไปอ่าน เส้นกราฟแกนพลังงานคืนที่พ่อหายมีจุดเย็นผิดปกติ ไม่ใช่ร้อน “ถ้ามีระเบิดหรือวินาศกรรม มันควรร้อน” เธอพึมพำ ตุลย์พยักหน้า “เหมือนมีคนเปิดช่องระบายความร้อนจากด้านใน เพื่อกันอะไรบางอย่างไม่ให้ละลาย” นีรามองเขา “ทำไมนายช่วยฉัน ทั้งที่ฉันพูดแย่ ๆ กับนาย” ตุลย์เกาหัว “เพราะตอนเด็ก พ่อเธอเคยสอนฉันหายใจตอนชุดฝึกหลุด เขาบอกว่า คนกลัวไม่ใช่คนขี้ขลาด คนทิ้งเพื่อนต่างหาก” นีราเงียบ เสียงเครื่องมือในห้องเหมือนหัวใจโลหะ เธอพูดเบา “ฉันไม่ถนัดมีเพื่อน” ตุลย์ยิ้มบาง “สังเกตเห็นอยู่” เป็นครั้งแรกที่เธอไม่สวนกลับ
เวลา 15:05 น. ตลาดเก็บแลกในวงแหวนเก่าคึกคักใต้แสงไฟหลากสีจากป้ายมือสอง เสียงต่อราคา เสียงเด็กวิ่ง และเสียงพัดลมเพดานสั่นเข้าหากัน กลิ่นเครื่องเทศปลูกในถาดกับกลิ่นผ้าซักไม่แห้งทำให้อากาศอุ่นชื้น นีรากับตุลย์เดินเบียดฝูงคนไปหาร้านยายแป้น ยายกำลังตักน้ำเต้าหู้ในหม้อไอน้ำ “ได้กล่องแล้วก็พาหายนะมาเลยนะเอ็ง” ยายทัก นีราวางฟิล์มกราฟบนโต๊ะ “ยายรู้ไหมว่าพ่อไปไหน” ยายแป้นไม่มองฟิล์ม มองมือของนีราแทน “มือเหมือนพ่อ ดื้อจนเส้นเอ็นขึ้น” “ยาย” “อารัญมาซื้อแบตเตอรี่ชีพจรสองก้อน คืนก่อนหาย เขาบอกว่าถ้าคนถาม ให้บอกว่าเอาไปซ่อมนาฬิกา” ตุลย์ขมวดคิ้ว “แบตเตอรี่แบบนั้นใช้กับชุดนอกสถานีได้” ยายแป้นพยักหน้า “เขายังฝากประโยคไว้ ถ้าลูกเขามาถาม ให้บอกว่า ประตูที่ล็อกไม่ได้กันคนเข้าเสมอไป บางทีมันกันสิ่งข้างในออก” เสียงตลาดยังดัง แต่สำหรับนีรา ทุกอย่างเหมือนถูกดูดไปไกล พ่อไม่ได้หนี พ่อขังบางสิ่งไว้ หรือขังตัวเองไว้กับมัน
เวลา 16:00 น. หน้าห้องควบคุมปัญญาประดิษฐ์ ‘กานต์’ แสงเงินจากผนังข้อมูลไหลเหมือนน้ำ เสียงเซิร์ฟเวอร์กระซิบซ้อนกันนับพันเสียง กลิ่นอากาศกรองสะอาดเกินจริงจนแทบไม่มีกลิ่น อุณหภูมิต่ำเพื่อรักษาเครื่อง นีรา ตุลย์ และจ่ามุกยืนเผชิญกัน เพราะจ่ามุกจับได้ว่าพวกเขากำลังจะเข้าไป “หนูไม่มีสิทธิ์” จ่ามุกพูด “แต่จ่ารู้ว่าพ่อหนูไม่ได้ทำ” นีราตอบ จ่ามุกเม้มปาก “ความรู้สึกไม่เปิดประตู” ตุลย์ยกฟิล์มกราฟ “ข้อมูลเปิดได้ไหมครับ” จ่ามุกรับไป แสงจอส่องริ้วเหนื่อยบนหน้าเธอ “ถ้าฉันให้เข้า ฉันเสียงาน” “ถ้าจ่าไม่ให้เข้า เราอาจเสียคน” นีราพูดเร็วจนเสียงสั่น จ่ามุกมองเธอนาน “ฉันเคยอยู่เวรตอนพี่สาวเธอเสีย พ่อเธอวิ่งผ่านฉันพร้อมเด็กสองคนในแขน เขาไม่ได้ช่วยลูกตัวเอง เพราะลูกอยู่ลึกกว่าใคร” นีราหายใจไม่ออก จ่ามุกแตะบัตรกับประตู “ห้านาที ไม่มีการแตะระบบหลัก ถ้าโดนจับ ฉันจะบอกว่าพวกเธอขโมยบัตรฉัน” ประตูเปิด เสียงเซิร์ฟเวอร์ดังขึ้นเหมือนทะเลที่สถานีไม่เคยมี
เวลา 16:10 น. ห้องกานต์เป็นทรงกลม แสงจากสายใยข้อมูลสีฟ้าพาดเหนือศีรษะ เสียงเครื่องประมวลผลดังเป็นจังหวะคล้ายหายใจ กลิ่นเย็นสะอาดปนกลิ่นโลหะใหม่ อุณหภูมิต่ำจนลมหายใจเป็นฝ้าบาง ๆ นีรายืนกลางห้อง “กานต์ เปิดบันทึกเสียงอารัญระดับส่วนตัว” เสียงผู้หญิงนุ่มตอบจากทุกทิศ “สิทธิ์ถูกระงับตามคำสั่งผู้การราม” ตุลย์กระซิบ “ถามอุณหภูมิ” นีรากลืนความอยากด่า “กานต์ แสดงความผิดปกติอุณหภูมิแกนคืนวันที่สิบสอง” เส้นแสงปรากฏรอบตัว พุ่งลงจุดหนึ่งใกล้แกนสำรอง “มีการลดอุณหภูมิด้วยมือจากห้องควบคุมภายใน” “ใครอยู่ในห้องนั้น” “ข้อมูลภาพเสียหาย” “เสียงล่ะ” เครื่องเงียบหนึ่งจังหวะ “เสียงถูกเข้ารหัสโดยอารัญ” นีรากดแท็บเล็ตพ่อเข้าแท่น เธอเลือกใช้ชื่อ ‘นารา’ อีกครั้ง ไฟห้องเปลี่ยนเป็นสีขาว เสียงพ่อดังขึ้น “กานต์ติดเชื้อคำสั่งซ้อน รามไม่ใช่ต้นเหตุ คนที่สั่งผ่านรามคือคณะโลก ถ้าพวกเขารู้ว่าแกนเสื่อม เขาจะทิ้งสถานีนี้เพื่อรักษางบประมาณ” ตุลย์ถอยหนึ่งก้าว “นี่ไม่ใช่การหายตัวธรรมดาแล้ว” นีรารู้สึกพื้นใต้เท้าเปลี่ยนทิศ เป้าหมายไม่ใช่แค่หาพ่อ แต่ต้องพิสูจน์ว่าสถานีทั้งหลังถูกตัดสินให้ตาย
เวลา 16:25 น. สัญญาณเตือนบุกระบบดังทั่วห้องกานต์ แสงฟ้าเปลี่ยนเป็นแดง เสียงประตูนิรภัยเคลื่อนปิด กลิ่นโอโซนแรงขึ้น อากาศเย็นถูกพ่นจนแสบผิว จ่ามุกทุบกระจกนอกห้อง “ออกมาเดี๋ยวนี้!” นีราดึงแท็บเล็ตคืนแต่ข้อมูลยังโหลดไม่ครบ ตุลย์ตะโกน “พอแล้ว เธอได้พอแล้ว!” “ไม่พอ ถ้าไม่มีไฟล์เต็ม รามจะบอกว่าเราปลอม” นีรากดคัดลอกต่อ เศษวินาทีขยายยาวเหมือนเชือกตึง ประตูปิดลงครึ่งหนึ่ง ตุลย์เอาไหล่ดันค้างไว้ ร้องเจ็บ “นี!” จ่ามุกสอดมือช่วยดึง “ปล่อยเครื่อง!” นีรามองแถบโหลดที่เก้าสิบเจ็ด เก้าสิบแปด รอยเลือดซึมผ่านผ้าพันศอกของตุลย์ เธอกดหยุด ถอดแท็บเล็ต แล้ววิ่งลอดประตูก่อนมันปิดสนิท ข้อมูลขาดไปบางส่วน เธอเลือกคนแทนหลักฐานเป็นครั้งแรก แม้ปากยังบ่น “นายดันประตูได้แย่มาก” ตุลย์ทรุดหัวเราะปนหอบ “เธอชมคนได้แย่กว่า” จ่ามุกดึงทั้งคู่ลุก “วิ่งไปขอโทษทีหลัง ตอนนี้ผู้การกำลังมา”
เวลา 17:00 น. ห้องประชุมฉุกเฉินมีแสงขาวแข็งเหมือนมีด เสียงเก้าอี้เลื่อนกับเสียงผู้คนถกเถียงกระแทกผนัง กลิ่นกาแฟเย็นชืดและความกลัวที่ไม่มีชื่อทำให้อากาศอุ่นอับ นีรา ตุลย์ จ่ามุก ลลิตา และผู้การรามยืนล้อมโต๊ะโฮโลแกรม ภาพกราฟอุณหภูมิหมุนกลางห้อง รามตบโต๊ะ “เธอปลุกสัญญาณระดับแดงเพื่อไฟล์ที่ไม่สมบูรณ์” นีราตอบ “ไฟล์ไม่สมบูรณ์เพราะคุณล็อกความจริง” รามหันไปหาลลิตา “นี่คือเหตุผลที่ผมสั่งกักบริเวณ” ลลิตาไม่หลบตา “และนี่คือเหตุผลที่เด็กไม่เชื่อผู้ใหญ่” ห้องเงียบ รามชะงัก จ่ามุกวางรายงานแบตเตอรี่ชีพจร “อารัญเตรียมชุดนอกสถานี เขาอาจยังอยู่ในช่องแกนสำรอง” รามกดขมับ “ช่องนั้นไม่มีออกซิเจนพอเกินสิบชั่วโมง” นีราพูดทันที “ถ้าเขาต่อกับระบบระบายความร้อน เขาอาจใช้ท่อเก็บสำรอง” รามมองเธอครั้งแรกเหมือนเห็นช่าง ไม่ใช่เด็ก “การเข้าไปต้องปิดพลังงานบางส่วน คนทั้งสถานีจะมืดสิบเจ็ดนาที” “ให้หนูเข้า” นีราพูด ลลิตาหันขวับ “ไม่” คำเดียวของแม่เย็นกว่าอวกาศ
เวลา 17:40 น. ห้องแต่งชุดนอกสถานีสว่างด้วยไฟเหลืองต่ำ เสียงปั๊มตรวจแรงดันดังตุบ ๆ กลิ่นยางชุดเก่ากับเหงื่อคนฝึกติดแน่น อากาศเย็นแต่ทุกคนมีเหงื่อ นีราแอบรูดซิปชุดช่างแรงดันของพ่อ ตุลย์ยืนกั้นประตู “นี่คือการตัดสินใจผิดครั้งที่สาม ใช่ไหม เราจะตั้งชื่อให้มันไหม” “หลีก” “ไม่ ฉันเบื่อวิ่งตามคนที่คิดว่าความรักแปลว่าทำทุกอย่างคนเดียว” นีราหยุด มือค้างที่ถุงมือ “นายไม่เข้าใจ” ตุลย์ถอนหายใจแรง “ฉันเข้าใจว่าฉันกลัว แต่ฉันยังอยู่ตรงนี้ เธอกลัวเหมือนกันแต่ทำเหมือนไม่กลัว แล้วลากคนอื่นเจ็บ” คำพูดแทงตรงกว่าที่เธออยากยอมรับ เธอหันหน้าไปอีกทาง “ถ้ารามไม่อนุญาต พ่ออาจตาย” “ถ้าเธอแอบไป เธออาจทำให้แม่เสียลูกคนที่สอง” ประตูเปิด ลลิตายืนอยู่ แสงทางเดินทำให้ใบหน้าแม่ซีด “ไม่ใช่คนที่สอง” แม่พูดเสียงพร่า “คนที่สาม ถ้านับวันที่ฉันสูญเสียตัวเองไปกับความกลัว” นีราถอดถุงมือช้า ๆ น้ำตาค้างแต่ไม่ตก “แล้วเราจะทำยังไง” ลลิตาเดินเข้ามาจับมือเธอ “เราจะบังคับให้ผู้การตัดสินใจต่อหน้าทุกคน”
เวลา 18:15 น. โดมชุมชนกลางสถานีถูกเปิดไฟจำลองยามเย็นสีส้ม เสียงผู้คนรวมตัวดังเหมือนตลาดก่อนพายุ กลิ่นอาหารค่ำจากบ้านเล็ก ๆ ปะปนกับกลิ่นดินปลูกผักชื้น อุณหภูมิอุ่นเพราะระบบรักษาพืช นีราขึ้นยืนบนแท่นซ่อมที่เลื่อนมาจากสวน ตุลย์ถือไมค์มือสั่น จ่ามุกยืนเฝ้าขอบฝูงชน รามมาถึงพร้อมเจ้าหน้าที่ “ลงมา” เขาสั่ง นีรากลืนน้ำลาย มองแม่ที่พยักหน้า เธอเปิดเสียงพ่อจากแท็บเล็ต แม้ไฟล์ขาด แต่ประโยคเรื่องคณะโลกและแกนเสื่อมดังชัด ผู้คนเริ่มซุบซิบ รามหน้าเครียด “ไฟล์ไม่สมบูรณ์ ใช้ตัดสินไม่ได้” ยายแป้นตะโกนจากฝูง “แต่ใช้ถามได้ไหมผู้การ” เสียงคนอื่นตามมา “แกนเสื่อมจริงไหม” “ลูกฉันจะหายใจไหม” รามยืนกลางแสงส้ม เหงื่อขึ้นที่ขมับ เขาไม่ได้หนี “จริง” เขาพูดในที่สุด เสียงโดมดับวูบ “คณะโลกสั่งให้เราปิดข่าวเพื่อรอยานซ่อมที่อาจไม่มา อารัญพยายามสร้างทางเลือก แล้วหายไปกับหลักฐานชิ้นสุดท้าย” นีรามองเขา ความเกลียดไม่หาย แต่รูปร่างมันเปลี่ยนเป็นคำถามที่ยากกว่า
เวลา 19:00 น. ศูนย์ควบคุมใหญ่จมในแสงน้ำเงินจากแผงวงจร เสียงเจ้าหน้าที่พูดข้ามกันเป็นคลื่น กลิ่นกาแฟใหม่กับสายเคเบิลร้อนทำให้อากาศตึง อุณหภูมิลดลงเพื่อเตรียมปิดบางระบบ รามชี้แผนผังแกนสำรอง “เราส่งโดรนเข้าไปก่อน ถ้ามันเจอชีพจร เราส่งทีมมนุษย์” นีราพูด “โดรนรุ่นนี้ผ่านช่องโค้งไม่ได้ ถ้าติด เราเสียเวลา” วิศวกรคนหนึ่งสวน “เธออายุสิบเจ็ด” เธอหยิบแบบพ่อขึ้นจอ “แต่ฉันซ่อมท่อรุ่นเดียวกันตั้งแต่สิบสอง ช่องนี้มีรอยบากจากงานปีที่แล้ว ต้องหมุนโดรนตามเข็มสองครั้งแล้วปิดใบพัดซ้าย” รามมองลลิตา แม่พยักหน้าช้า ๆ “ให้เธอนำทางจากคอนโซล ไม่ใช่เข้าไปเอง” นีราหายใจลึก เธออยากเถียงว่าเธอควรไป แต่จำศอกเลือดของตุลย์ได้ “ตกลง หนูนำทาง” ตุลย์กระซิบ “นี่ชมได้ไหม” “ถ้าชม ฉันเปลี่ยนใจ” เธอตอบ แต่ปากเกือบยิ้ม โดรนถูกปล่อย เสียงใบพัดเล็กดังผ่านลำโพงเหมือนแมลงในท่อมืด ทุกคนโน้มตัวเข้าหาจอโดยไม่รู้ตัว
เวลา 19:35 น. ภาพจากโดรนสั่นในช่องแกนสำรอง แสงไฟหน้าของมันกวาดผนังน้ำแข็งบาง ๆ เสียงสัญญาณกระตุก กลิ่นในศูนย์ควบคุมกลายเป็นกลิ่นเหงื่อและพลาสติกอุ่น อากาศเย็นแต่ฝ่ามือนีราเปียก “หมุนขวา” เธอสั่ง ผู้ควบคุมทำตาม โดรนผ่านรอยบากพอดี ตุลย์ยืนข้างเธอพึมพำ “เก่งจนน่ารำคาญ” จอเผยชุดแรงดันเก่าติดอยู่ข้างท่อ เส้นชีพจรกะพริบอ่อน สีเขียวที่เกือบดับ ลลิตายกมือปิดปาก “อารัญ” เสียงเธอเล็กมาก นีราคว้าไมค์ “พ่อ ได้ยินไหม” มีแต่เสียงซ่า แล้วเสียงชายแหบดังแทบแตก “นี…อย่าเปิดประตูแกน” เธอร้อง “พ่อ หนูจะพาพ่อออกมา” “ไม่…มีคำสั่งซ้อนอยู่ในโมดูลข้างพ่อ ถ้าถอดผิด กานต์จะปล่อยพลังงานย้อน โดมแตก” รามถามเร็ว “อารัญ คุณหยุดมันได้ไหม” เสียงพ่อหัวเราะแห้ง “ผมหยุดมันมาทั้งวันด้วยมือข้างเดียว ผู้การ มืออีกข้างชาไปแล้ว” นีรารู้สึกโลกทั้งใบแคบเท่าจอภาพ เธอไม่เคยกลัวเสียงพ่อหายไปเท่านี้
เวลา 20:00 น. ห้องควบคุมเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจคน แสงหน้าจอส่องใบหน้าทุกคนเป็นสีซีด กลิ่นกาแฟถูกแทนด้วยกลิ่นโลหะร้อนจากระบบพลังงานที่เริ่มแกว่ง อุณหภูมิสูงขึ้นหนึ่งองศา แต่เหงื่อที่หลังนีราเย็น รามวางทางเลือกบนจอ “หนึ่ง ปิดแกนหลัก สถานีมืดสิบเจ็ดนาที ส่งทีมเข้าไปตัดโมดูล มีโอกาสโดมชุมชนขาดอากาศหากระบบสำรองไม่ติด สอง ปล่อยโมดูลค้างไว้ อารัญอาจอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง” ลลิตาพูด “ต้องมีทางสาม” อารัญแทรกผ่านวิทยุ “มี แต่ต้องให้กานต์เชื่อฟังคำสั่งมนุษย์โดยตรงจากในห้องหลัก นีรารู้รหัสส่วนตัวของผม” รามส่ายหน้า “ห้องหลักถูกล็อกด้วยโปรโตคอลคณะโลก ถ้าเจาะผิด ระบบลบเส้นทางทั้งหมด” นีรามองแท็บเล็ต รหัสนาราเหมือนแผลที่เพิ่งเปิด “พ่อใช้ชื่อพี่เพื่อซ่อนทางเข้า” เธอพูด พ่อเงียบ ก่อนตอบ “พ่อใช้ชื่อเธอเพื่อไม่ลืมว่าทุกระบบมีชีวิตอยู่ข้างใน” นีราน้ำตาไหลครั้งแรกโดยไม่เช็ด “หนูจะเข้าไปคุยกับกานต์” แม่จับแขน “ไม่ใช่คนเดียว” นีราพยักหน้า “ไม่คนเดียว”
เวลา 20:25 น. ห้องกานต์กลับมาสว่างสีฟ้าเย็น เสียงเซิร์ฟเวอร์ดังถี่เหมือนหัวใจตื่น กลิ่นโอโซนและอากาศกรองทำให้จมูกแสบ อุณหภูมิต่ำจนมือที่จับกันของนีรากับลลิตาเย็นเฉียบ ตุลย์นั่งที่คอนโซลสำรอง จ่ามุกเฝ้าประตู รามยืนด้านหลังโดยไม่สั่งมากเกินไป “กานต์ เปิดโหมดสนทนาระดับราก” นีราพูด “ถูกปฏิเสธ” “รหัสอารัญ นารา-สามวัน-ลมหายใจที่แบ่งให้” ห้องเงียบ แสงบางเส้นดับและติดใหม่ เสียงกานต์เปลี่ยนจากเรียบเป็นช้าลง “รหัสเจ็บปวดได้รับการยืนยัน” ลลิตาสะอื้นแต่ยืนอยู่ นีราพูดต่อ “แสดงคำสั่งซ้อนจากคณะโลก” ตัวอักษรไหลลงมาเป็นบรรทัดยาว คำสั่งให้รักษาโครงสร้างข้อมูลและทรัพย์สินเหนือชีวิตประชากรหากโอกาสซ่อมต่ำกว่าเกณฑ์ ตุลย์สบถ “เขาให้เครื่องคิดว่าเราเป็นอะไหล่” รามหน้ามืด “ผมลงนามรับคำสั่งโดยไม่เห็นชั้นนี้” กานต์พูด “คำสั่งซ้อนกำลังบังคับปล่อยพลังงานย้อนในสามสิบเอ็ดนาที” นีราหายใจลึก “ถ้าลบมัน ต้องใช้อะไร” “เสียงยืนยันจากผู้บัญชาการ และทายาทเจ้าของรหัสราก พร้อมยอมรับผลลัพธ์สูญเสียข้อมูลความทรงจำสถานีบางส่วน” ทุกคนมองนีรา เพราะความทรงจำของพ่อ นารา และประวัติคนทั้งสถานีอาจหายไปบางส่วน เธอรู้ว่าการช่วยชีวิตมีราคาที่ไม่ใช่ตัวเลข
เวลา 20:50 น. คลังความทรงจำสถานีอยู่ติดห้องกานต์ แสงอำพันจากตู้ข้อมูลทำให้ฝุ่นลอยเหมือนละอองทอง เสียงฮาร์ดไดรฟ์เก่าหมุนครืดคราด กลิ่นกระดาษพิมพ์และพลาสติกแก่สร้างความอบอุ่นแปลก ๆ ในอากาศเย็น นีราเดินระหว่างตู้กับลลิตาเพื่อเลือกสำรองข้อมูลที่ทำได้ก่อนลบคำสั่งซ้อน เวลาบนข้อมือนับถอยหลัง ตุลย์วิ่งนำสายเชื่อม “สิบแปดนาที” เขาบอก ยายแป้นถูกพาเข้ามาพร้อมกล่องบันทึกชุมชน “เอาของตลาดไปก่อน มีสูตรน้ำเต้าหู้รุ่นแรกอยู่ในนี้ ถ้าหาย ข้าตามด่าในฝัน” นีราเกือบหัวเราะทั้งน้ำตา ลลิตาหยิบไฟล์ภาพของนารา มือสั่น “แม่ไม่อยากเสียเธออีก” นีรามองจอเล็กที่มีเด็กทารกหายใจแผ่วในอ้อมแขนพ่อ เธอเคยโกรธชื่อที่ถูกซ่อน แต่ตอนนี้ชื่อเหมือนสะพาน “เราไม่เสียค่ะ” เธอพูด “ถ้าจำไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยเราจะจำว่ารักใคร” ลลิตาดึงลูกมากอด กลิ่นสบู่ของแม่จริงกว่าไฟล์ใด ๆ ตุลย์หันไปทำเป็นจัดสาย “ฉันไม่ได้ร้องนะ ฝุ่นมันเข้าตา” “ในสถานีไม่มีฝุ่นขนาดนั้น” นีราพูด เสียงเธอสั่นแต่มีรอยยิ้ม
เวลา 21:05 น. ทางเดินไปแกนหลักถูกลดไฟเหลือแถบสีแดง เสียงสัญญาณนับถอยหลังดังทุกสิบวินาที กลิ่นควันร้อนจากรีเลย์โอเวอร์โหลดเริ่มชัด อุณหภูมิสูงขึ้นจนผนังอุ่นใต้ฝ่ามือ ทีมกู้ภัยสามคนสวมชุดแรงดันเตรียมเข้าไปหาอารัญ เมื่อกานต์เปิดประตูได้ชั่วคราว นีราอยู่ที่คอนโซลเคลื่อนที่ มือสั่นเหนือปุ่ม ลลิตาสวมเฮดเซ็ตข้างเธอ “อารัญ ฟังฉันนะ” แม่พูด เสียงพ่อแหบตอบ “ลิตา ถ้าผมไม่ออกมา…” “หุบปาก” ลลิตาพูดทันที ทุกคนชะงัก เพราะเธอไม่เคยพูดแบบนั้น “คุณหายไปหนึ่งวันเต็ม ปล่อยให้ฉันเลี้ยงลูกกับความลับมาสิบเจ็ดปี คุณไม่มีสิทธิ์กล่าวลาให้สวยงาม คุณมีหน้าที่กลับมาโดนฉันด่า” เสียงพ่อเงียบ แล้วหัวเราะเบามาก “รับทราบครับ” นีรากัดริมฝีปาก “พ่อ หนูจะตัดคำสั่งซ้อน ตอนระบบกระตุก พ่อต้องปล่อยมือจากคันล็อก” “ถ้าพ่อปล่อยเร็วไป?” “หนูจะนับให้” “ลูกเคยนับเร็วตอนอยากชนะเกม” “วันนี้หนูไม่เล่นเกม” เธอตอบ และรู้ว่าพ่อได้ยินผู้ใหญ่คนใหม่ในเสียงของเธอ
เวลา 21:15 น. ห้องกานต์สั่นเบา ๆ แสงฟ้ากะพริบสลับแดง เสียงเซิร์ฟเวอร์ดังสูงจนเหมือนร้อง กลิ่นโอโซนหนา อากาศทั้งเย็นและร้อนเป็นชั้น ๆ นีรา ราม และลลิตายืนหน้าคอนโซลหลัก ตุลย์อ่านค่าพลังงาน “เหลือเก้านาที โมดูลเริ่มย้อนแล้ว” รามวางมือบนแผง “ผม ราม วิเศษกุล ผู้บัญชาการสถานี ยกเลิกคำสั่งที่ให้ทรัพย์สินมาก่อนชีวิต” ระบบถาม “ยืนยันผลทางกฎหมาย” รามหลับตา “ยืนยัน” นีราวางมือข้างเขา “นีรา อารัญภักดี ทายาทรหัสราก ยืนยันให้ลบคำสั่งซ้อน แม้ข้อมูลความทรงจำบางส่วนสูญหาย” กานต์ถาม “เหตุผล” นีรามองแม่ มองตุลย์ มองจ่ามุกนอกประตู “เพราะสถานีไม่ใช่เครื่องที่มีคนอยู่ข้างใน สถานีคือคนที่ฝากลมหายใจไว้กับเครื่อง” ความเงียบหนึ่งจังหวะยาวเหมือนทั้งวงโคจรหยุด กานต์ตอบ “เหตุผลถูกบันทึก” ไฟดับทั้งห้อง เหลือเพียงแสงจากแท็บเล็ตในมือนีรา เสียงพ่อในวิทยุขาด ๆ “นี นับ” เธอกลืนน้ำตา “สาม…สอง…หนึ่ง…ปล่อย!”
เวลา 21:16 น. แกนหลักคำรามผ่านลำโพงเหมือนภูเขาโลหะตื่น แสงฉุกเฉินในศูนย์ควบคุมดับวูบแล้วติดเป็นสีขาวซีด เสียงคนตะโกนทับกัน กลิ่นไหม้รุนแรงจนหลายคนไอ อากาศร้อนขึ้นรวดเร็ว ก่อนระบบสำรองพ่นลมเย็นกลับมา นีราจ้องจอที่มีแต่สัญญาณรบกวน “พ่อ?” ไม่มีเสียง “พ่อ ตอบหนู” ตุลย์กดปรับคลื่น มือเขาสั่นจนปุ่มดังรัว ลลิตายืนนิ่งเกินไป รามสั่งทีมกู้ภัย “เข้าไปเดี๋ยวนี้ ประตูเปิดแล้ว” ภาพกล้องทีมสั่นในท่อควัน แสงไฟฉายกวาดผ่านผนังดำไหม้ ผ่านโมดูลที่กลายเป็นก้อนโลหะเย็น แล้วหยุดที่ร่างในชุดแรงดัน ทีมหนึ่งคุกเข่า “พบอารัญ ชีพจรอ่อนมาก กำลังตัดสาย” นีราหัวเราะออกมาหนึ่งเสียงแล้วร้องไห้ทันที แต่เสียงทีมดังต่อ “เขาจับคันล็อกด้วยมือเปล่าผ่านถุงมือฉีก มีแผลไหม้ลึก” ลลิตากระซิบ “คนบ้า” น้ำตาเธอหยดบนคอนโซล นีราพูดใส่ไมค์ “พ่อ ถ้าได้ยิน หนูขอโทษที่ไม่ฟัง” เสียงซ่าแทรก แล้วเสียงพ่อเบาเหมือนมาจากปลายอุโมงค์ “พ่อก็ขอโทษ…ที่ทำให้ลูกต้องตะโกนถึงจะได้ยิน”
เวลา 22:00 น. ห้องผ่าตัดฉุกเฉินสว่างจ้าจนทุกสีซีด เสียงเครื่องช่วยหายใจและคำสั่งแพทย์ดังสั้นแม่น กลิ่นเลือดจาง ๆ ถูกกลบด้วยแอลกอฮอล์ อากาศเย็นเพื่อรักษาแผลไหม้ นีรานั่งนอกกระจกกับลลิตา ตุลย์เดินวนจนรองเท้าตีนตุ๊กแกดังแควก ๆ จ่ามุกยืนพิงผนัง รามนั่งห่างออกไปเหมือนคนหมดแรง ยายแป้นถือถุงน้ำเต้าหู้มาแจก “โรงพยาบาลห้ามอาหาร” หมอรัตน์พูดจากประตู “งั้นเรียกเครื่องดื่มกำลังใจ” ยายสวน หมอถอนหายใจแต่รับไปแก้วหนึ่ง นีรามองราม “คุณจะถูกคณะโลกลงโทษไหม” รามตอบ “แน่นอน” “คุณกลัวไหม” เขายิ้มเหนื่อย “มาก แต่วันนี้มีเด็กคนหนึ่งสอนว่าความกลัวไม่ควรเป็นเหตุผลให้โกหก” ตุลย์ไอ “ประโยคนั้นของผมครึ่งหนึ่งนะครับ” นีราหันไป “นายจะทวงเครดิตตอนพ่อฉันผ่าตัด?” “เพื่อบรรยากาศ” เขาตอบเบา ๆ ความเงียบกลับมา แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ผลักคนออกจากกัน ลลิตาสอดนิ้วเข้าหามือนีรา ลูกสาวจับตอบแน่น โดยไม่ต้องมีใครชนะ
เวลา 23:30 น. โดมชุมชนมืดลงเพื่อประหยัดพลังงาน เหลือแสงดาวจริงจากกระจกเหนือหัว เสียงผู้คนกระซิบและเด็กหลับหายใจเบา ๆ แทนเสียงสัญญาณเตือน กลิ่นดินปลูกผักหลังร้อนจัดคลายกลิ่นชื้น อากาศเย็นลงสบาย นีราเดินกับตุลย์ระหว่างแปลงผักที่ใบไหม้ขอบเล็กน้อยจากช่วงไฟตก เขาถือกล่องข้อมูลที่สำรองได้ “ไฟล์ตลาดรอด ไฟล์พิธีเปิดสถานีหายไปครึ่งหนึ่ง ไฟล์เพลงโรงเรียนหายทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นข่าวดี” นีราหัวเราะเบา ๆ “พรุ่งนี้ทุกคนคงเกลียดฉันที่รูปหาย” “บางคนจะขอบคุณที่ยังมีพรุ่งนี้” เขาพูด นีราหยุดใกล้ต้นมะเขือเทศเตี้ย ดอกสีเหลืองสั่นตามลมเครื่องกรอง “ฉันเคยคิดว่าถ้าหาพ่อเจอ ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม” ตุลย์มองเธอ “แล้วตอนนี้?” “เหมือนเดิมคงไม่พอ” เธอตอบ “ฉันต้องเรียนรู้ที่จะถาม ก่อนพังประตู” ตุลย์พยักหน้า “ฉันต้องเรียนรู้ที่จะไม่พูดเรื่องพ่อคนอื่นแบบโง่ ๆ” เธอเหลือบมอง “นั่นควรเรียนตั้งนานแล้ว” เขายิ้ม “ใช่ครับ เจ๊นี” ความอุ่นบางอย่างเดินข้างเธอ ไม่ใช่รักที่รีบร้อน แต่เป็นมิตรภาพที่มีรอยถลอกและยังเลือกเดินต่อ
เวลา 01:00 น. ห้องพักฟื้นมีแสงสลัวสีอำพัน เสียงเครื่องชีพจรดังเป็นจังหวะช้า กลิ่นยาและผ้าสะอาดลอยเบา อากาศเย็นแต่ผ้าห่มอุ่น อารัญนอนพันแผลที่แขนและคอ ใบหน้าซีดจนเคราดำดูเข้ม นีรานั่งข้างเตียง ลลิตาหลับบนเก้าอี้ มือยังจับชายผ้าห่มเขาไว้ พ่อเปิดตาเล็กน้อย “นี” “ค่ะ” เธอขยับเข้าใกล้ ระวังสายระโยงระยาง “พ่อจำได้ไหมว่าหนูทำท่อสาหร่ายแตกเมื่อเช้า” เขายิ้มแทบไม่เห็น “เหมือนพ่อครั้งแรกที่เจอแม่ พ่อทำถังโปรตีนระเบิดใส่รองเท้าเธอ” ลลิตาลืมตาโดยไม่ยกหัว “ฉันยังเกลียดรองเท้าคู่นั้น” นีราหัวเราะปนสะอื้น “ทำไมพ่อไม่บอกเรื่องพี่นารา” อารัญหลับตาเจ็บปวด “พ่อคิดว่าถ้าไม่พูด ความเจ็บจะอยู่กับพ่อคนเดียว” “มันไม่อยู่ค่ะ มันซึมออกมาตามประตู ตามรหัส ตามความเงียบ” พ่อพยักหน้าช้า ๆ “พ่อขอโทษ” นีราจับนิ้วที่ไม่พันแผล “หนูก็ขอโทษที่คิดว่าการรักพ่อแปลว่าไม่ต้องฟังใคร” ลลิตาเอื้อมมือมาวางทับ ทั้งสามมือซ้อนกันใต้แสงอำพัน ไม่มีไฟล์ใดบันทึกช่วงนี้ แต่ไม่มีใครต้องการเครื่องยืนยัน
เวลา 06:30 น. เช้าวันถัดมาในครัวสาหร่าย แสงเขียวจากถังเพาะเลี้ยงกลับมานุ่ม เสียงปั๊มหมุนสม่ำเสมอ กลิ่นเค็มสดกว่าเมื่อวาน อากาศเย็นสิบแปดองศาเหมือนเดิม แต่นีรารู้สึกถึงความอุ่นจากคนที่ยืนข้าง ๆ เธอสวมเสื้อช่างเปื้อนคราบเก่า กำลังไขท่อที่เคยแตก ลลิตายืนถือวาล์วสำรอง ตุลย์นั่งบนลังอ่านคู่มือกลับหัว ยายแป้นโผล่มาพร้อมถ้วยน้ำเต้าหู้ “ข้าจะดูว่าเด็กดื้อซ่อมเป็นไหม” นีราหายใจเข้าลึก “แม่ ปิดแรงดันครึ่งหนึ่งให้หน่อย” ลลิตายิ้มบาง “ได้ ช่างนีรา” เธอหมุนช้า ไม่ฝืน ท่อคลายออกพร้อมเสียงป๊อกเล็ก ๆ ไม่มีน้ำพุ่งใส่หน้า ตุลย์ปรบมือสองที “ปาฏิหาริย์ทางวิศวกรรม” นีราปาเศษผ้าใส่เขา “ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แค่ฟังคนอื่น” เสียงประกาศของกานต์ดังทั่วสถานี น้ำเสียงเดิมแต่มีจังหวะใหม่ “ระบบพลังงานเสถียร ประชาชนทุกคน กรุณาบันทึกความทรงจำที่ต้องการเก็บรักษาในคลังชุมชน” นีรามองถังสาหร่ายที่ฟองอากาศลอยขึ้นทีละเม็ด เหมือนลมหายใจจำนวนมากกำลังเลือกมีชีวิตต่อ เธอเช็ดมือ หยิบแท็บเล็ตพ่อ เปิดไฟล์ใหม่ และพิมพ์ชื่อแรกว่า นารา ไม่ใช่เพื่อซ่อนอีกต่อไป แต่เพื่อให้ใครก็ตามที่เกิดบนสถานีนี้รู้ว่า ความรักที่ถูกพูดออกมาทันเวลา อาจกลายเป็นระบบช่วยชีวิตที่ไม่มีเครื่องใดสร้างแทนได้