ความรักในเสียงเพลง
ท้องฟ้าสีครามในเช้าวันเสาร์เตะตาเมื่อวริษาเดินเข้าไปในห้องฝึกซ้อมของศิลปินหน้าใหม่ เธอเป็นนักร้องเสียงดีที่กำลังไล่ตามความฝันของตัวเอง เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มทำให้การเตรียมตัวในวันนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด วริษาหยุดมองกระจกเงา ชุดสีดำเข้ารูปที่เธอสวมอยู่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเธอ แต่อาการหัวใจเต้นรัวเมื่อเห็นภาพตัวเองในกระจกย้อนกลับราวกับย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรต่อไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!การตั้งใจแข่งขันในรายการเพลงระดับประเทศยิ่งทำให้วริษารู้สึกตื่นเต้นและกดดัน ในระหว่างที่เธอซ้อมร้องเพลง ‘เสียงบรรเลงแห่งหัวใจ’ เสียงหัวเราะคุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น หันไปมองก็พบกับการ์ตูน เซชายหนุ่มที่เธอรู้จักมานาน ยืนอยู่ที่มุมห้อง ขบวนการกดดันที่เธอต้องเผชิญลดน้อยลง รอยยิ้มของเขาทำให้เธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
“ทำได้ดีนะ วริษา” เซพูดพร้อมกับรอยยิ้ม ที่มุมปากของเขายังมีลมหายใจแห่งการสนับสนุน “แต่ลองอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป”
“ขอบใจนะ เซ แต่ก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด” วริษาตอบพร้อมกับทำให้เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้อง “พรุ่งนี้คัดตัว ถ้าฉันไม่ทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันเก่ง พ่อแม่ก็คงเป็นกังวลอีก”
วริษารู้ดีว่าความคาดหวังจากพ่อแม่ของเธอนั้นสูงมาก ทั้งสองต้องการให้เธอหยุดตามความฝันเป็นนักร้องและกลับไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เธอจึงตั้งใจสร้างชื่อเสียงด้วยเสียงเพลงเพื่อพิสูจน์ว่าเธอมีความสามารถ
ในขณะที่เวลาก้าวผ่านไป ความสัมพันธ์ของวริษากับเซค่อยๆ เติบโตขึ้น แม้ว่าเซจะมีปัญหาของตัวเองที่บ้านเช่นกัน เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มุ่งมั่นจะเข้าศึกษาหมอเนื่องจากครอบครัวก็ดันให้เขาเป็นหมอร่างกายที่แข็งแรง แล้วใครจะรู้ว่าในใจของเขานั้นละลายไปกับวริษาเมื่อเห็นเธอร้องเพลง
“เราไปเที่ยวกันไหม” เซถามในวันหยุดที่วริษาไม่ต้องซ้อมดนตรี
“ตอนนี้เมื่อลงวิจัยเพลงเสร็จจะดีกว่าไหม” วริษาพูดออกไปแต่ไม่แน่ใจ
“แต่ถ้าจะพักบ้างก็ดีนะ”
“ได้เลย”
หลังจากที่ทั้งสองคุยกัน พวกเขาจึงตัดสินใจเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ซึ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ การเดินไปอย่างช้าๆ ทำให้พวกเขาสามารถพูดคุยเรื่องส่วนตัว จนเซเผลอกำมือของวริษาในวูบหนึ่ง เสียงหัวใจของทุกคนต่างเต้นรัว อย่างไรก็ตาม พวกเขาตระหนักดีว่า ต้องพยายามรักษาสถานะของความสัมพันธ์นี้
ในระยะนี้เซต้องไปเรียนพิเศษเช่นกัน ทำให้พวกเขาต้องห่างกัน ถ้าหากความรู้สึกไม่มั่นคงและขัดแย้งทำให้เราห่างกัน มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย หลายครั้งที่วริษารู้สึกเหงาเมื่อสบตากับผู้คน มีแต่การฝึกฝนเพลงที่ทำให้เธอพาลคิดถึงเซ”
“ทำไมต้องให้เราห่างกันนะ” วริษาทรงตัวอยู่ที่ท่ามกลางความเงียบ
เซส่งข้อความมาบอก “ขอโทษจริงๆ นะช่วงนี้ฉันมีงานหนัก หวังว่าหลังจากคัดตัวเสร็จจะได้ทำทุกอย่างกลับคืนมา”
ความไม่แน่ใจนั้นก่อตัวให้ความรู้สึกขุ่นเคือง เฉียดเวลาไปแล้ว แต่ละวันผ่านไปยากเย็น
วันหนึ่ง เซโทรหานัดพบ วริษารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกัน เมื่อเจอกันเซดูหงุดหงิดมาก “ฉันบอกให้เธอฟังแล้วว่าสิ่งที่ต้องทำคือความสามารถ”
“ใช่” วริษาจะอธิบาย แต่เซกลับทำเรื่องไม่คาดคิด ปิดไม่ให้เธอพูด
“คงไม่ใช่อย่างที่เราคิด” เซตัดสินใจเดินห่างออกไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกสับสน
เธอรู้ว่ามันมีเขาอยู่แล้ว ทั้งสองคนเจอกัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเลวร้าย
“เขาต้องเข้าใจว่าฉันทำเพื่อตัวเอง!” วริษารู้สึกโกรธร้องกลับไปที่บ้าน ทำให้คิดไปเอง
ไม่กี่วันถัดมา เซได้รับข่าวว่าครอบครัวของวริษาย้ายไปเมืองอื่น ทำให้เขารีบไปหาเธอ และรู้สึกเดินไปที่ห้องซ้อมดนตรี
“วริษา!” เสียงของเขาดังขึ้นเมื่อเปิดประตู พบว่าห้องซ้อมว่าง “เราไม่สามารถปล่อยอะไรก็ได้เกิดขึ้น”
แต่คำพูดของเซกลับมาหาเข้าตามหาเขา ในขณะที่วริษากำลังมีอาการซึมเศร้า เซรู้ว่าต้องช่วยเธอเหลือเกิน
“เราจะให้โอกาสกันไหม” เซกล่าว พร้อมกับความกล้าและความฝัน
“โอกาสที่เธอต้องไป ก็ไม่เรียกว่าต้องมีฉัน”
“โกหกฟังๆ” เซตอบ สายตาของเขานั้นแผ่ความกระตือรือร้น
การตัดสินใจเกิดขึ้น วริษามองเห็นชัดที่สุดแล้วตอนนี้ว่า เธอต้องมีเซในความฝันของเธอ ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคแบบไหน แต่เธอพร้อมจะปะทะทั้งนี้
เซเริ่มผลักดันให้วริษาไปโน้มน้าวพ่อแม่ให้เธอก้าวไปกับความรักครั้งนี้ ความตึงเครียดได้ผลักดันเขาให้แน่นอนกว่าเสียบปลั๊ก
“พวกเราที่เหลือทำงานตั้งใจ” เซบอก จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเกิดการรวมกันเพื่อแก้ไขในชีวิต นี่คือความสัมพันธ์ที่พวกเขาฝ่าฟันมาก่อนภาวะที่ยากเสมอ และกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้ทั้งสองชัดเจนมากขึ้น
ในที่สุดวันสำคัญมาถึง เมื่อวริษาขึ้นเวทีเรียบร้อยแล้ว เซนั่งอยู่ด้านหน้า รอการประกาศผลด้วยความตื่นเต้น อดมองไม่ทันใด โดยเขาเพิ่งค้นพบว่า มันมีเสียงดนตรีที่แท้จริง
หลังจบการแสดง ผลลัพธ์คือชัยชนะ ผ่านไปสองครั้งที่วริษาเลือกที่จะร้องเพลง เธอร้องๆประท้วง สำหรับอุปสรรคที่ได้ไป และเซเก่งมากกว่า นอกจากนี้ ไม่เป็นการยกย่องอะไรเลยเมื่อเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น วริษาเงียบจากประตูเข้าหาเขา
“ฉันภูมิใจในตัวเธอ!” เซพูดในที่สุด รู้สึกเหมือนความต้องการหนีไปแล้ว สายใยย้ำเตือนว่าเธอจะไม่ทอดทิ้งเซ
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันเชื่อในความฝัน” วริษาบอก ต้องการเก็บฉากมิตรภาพนี้ไว้นานๆ ทั้งสองได้เห็นความรักของพวกเขาเกิดขึ้นจากประสบการณ์ และการเติบโตอย่างต่อเนื่องในความสัมพันธ์นี้
เมื่อได้มาทบทวนกับพ่อแม่ของวริษา ข้อความดั้งเดิมของความรักก่อตัวขึ้น รู้ว่าท้าทายหนทางอีกด้านกับคนที่เธอรัก
การฉลองความสำเร็จที่คู่เคียงได้กลับคืนมาอย่างอบอุ่น และการรัฐได้แค่มือนั้นผ่านช่วงที่มากมายในด้าน
แต่วิถีการฝันของวริษายังคงสดใส ที่ไม่มีอุปสรรคไหนสามารถบดบังได้ และการจับมือกันสัมผัสความรักที่ค่อยๆ เติบโตในเวลานั้นก็ยังเปิดออกอย่างสดใสแม้ชื่อเสียงจะนำเสียงลมไป รักท่ามกลางเสียงเพลง
.