เสียงเรียกจากอดีต
ค่ำคืนที่อุดอุ่นในเดือนตุลาคม แสงไฟจากเชิงเทียนสะท้อนลงบนพื้นไม้เก่าแก่ของหอพัก “อิสระ” แน่นอนว่านี่คือที่ที่กลุ่มนักศึกษาที่พึ่งเข้ามาใหม่จะใช้เวลาทั้งหมดในช่วงการศึกษาที่มหาวิทยาลัย การจุดเทียนเพียงเล่มเดียวช่วยให้บรรยากาศรู้สึกอบอุ่น แม้จะมีอากาศเย็น ๆ ที่พัดผ่านหน้าต่าง แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้นสำหรับอนาคตที่รออยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ ช่วยฉันหาหนังสือในกล่องนี้หน่อยสิ” น้ำฝน นักศึกษาใหม่ที่มีบุคลิกอ่อนโยน ขอต่อเพื่อนสนิทของเธอ เขาเป็นผู้ชายที่ดูมีเสน่ห์และมั่นใจในตัวเอง ชื่อว่า วินัย
“เดี๋ยว ๆ ก่อนที่เราจะเริ่มค้น มาดูประวัติของหอพักนี้กันก่อนหรือเปล่า?” วินัยเสนอ ด้วยความสนใจที่มากกว่าปกติ น้ำฝนพยักหน้าเห็นด้วย
“ได้เลย รอบนี้เราจะเรียนที่พิเศษนี้อาจมีเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจแน่” น้ำฝนพูดก่อนจะเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้น
เมื่อพวกเขาเริ่มค้นคว้าสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับหอพัก ทีมสี่คนที่รวมถึง พี่โอ๋ และ ไทม์ หลายเรื่องที่พวกเขาพบมีแต่เรื่องเล่าขานเก่าแก่เกี่ยวกับการหายตัวไปของนักศึกษา ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ในหอพักนี้จะต้องมีอะไรบางอย่างที่ประหลาดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“นี่มันเกี่ยวกับการหายตัวไป พวกเขาพูดถึงเสียงแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในหอ” ไทม์ กล่าวด้วยอารมณ์ค่อนข้างกระตือรือร้น
เสียงที่พูดถึงนั้นเกิดขึ้นมานานนับทศวรรษ ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งในนักเรียนที่อยู่ก่อนหน้านี้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในระยะเริ่มแรก เสียงพูดลอยออกมาจากกำแพงในคืนที่เงียบสงบ โดยเฉพาะเสียงของผู้หญิง
“พวกเราอาจจะต้องลองฟังสิ” น้ำฝนอาจจะหยอกเอินทำให้อีกสามคนหัวเราะให้กับความกล้ามากเกินไปของเธอ
ความเชื่อและไม่เชื่อเริ่มแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของพวกเขา แต่ เดี๋ยวก่อน คืนนั้นหลังจากที่พวกเขายุติกิจกรรม ก็เริ่มมีเสียงดังแปลก ๆ เกิดขึ้น
เมื่อพวกเขาน้ำลึกมากขึ้นในคำเล่าลือ ข่าวสารเริ่มระบุว่า ลูกสาวของอดีตผู้ดูแลหอพักได้หายตัวไป เช่นเดียวกับนักศึกษาอีกรายคน เสียงหายตัวไปในปี 1998
“ถ้ามันมีความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะ?” วินัยเอ่ยออกมาเพื่อส่งเสียงขนาดนั้น
“อย่าฝันเฟื่องไปเลย!” พี่โอ๋ตอบเสียงสูง “มันเหมือนกับนิยายลี้ลับหรือหนังสือเด็ก ๆ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องจริง” แต่หัวใจของเขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนเริ่มรู้สึกได้ถึงการเข้ามาของความสงสัยและความกังวล
“เราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตรวจสอบ หรือเราจะหลอกตัวเองไปตลอด?” น้ำฝนเสนอด้วยความหวัง
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ทุกคนเตรียมตัวไปเรียน น้ำฝนเริ่มได้ยินเสียงที่เบา ๆ คล้ายเสียงเรียกจากที่ไหนสักแห่ง มันดูเหมือนว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นสามวันติดกัน เหมือนกับว่าเสียงต้องการให้เธอบุกเข้าไปในพื้นที่ที่ผิดปกติ
“น้ำฝน เธอแข็งแรงเธอจะไม่ต้องไปอยู่คนเดียวเนอะ?” วินัยถามด้วยความห่วงใย “จะไม่ให้เธอไปอยู่ที่นั่นตามลำพัง”
พวกเขาตัดสินใจออกไปตรวจสอบแต่ตอนกลางคืน พวกเขาถามตัวเองอีกครั้งว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ “พวกเราจะต้องไปหาความจริงให้ได้!” น้ำฝนตัดสินใจด้วยความแน่วแน่
แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องไปตามคอร์ดและเสียงแปลกประหลาดเริ่มดังก้องขึ้นในอากาศอีกครั้ง ขาที่เคลื่อนไหวของพวกเขาเริ่มสั่นระริก หากพวกเขายังคงเดินหน้าไป พวกเขาจะหลอกลวงตัวเองในที่สุด
“เฮ้ๆ รอด้วย!” พี่โอ๋ตะโกนเมื่อเขาเกิดความรู้สึกมีอะไรบางอย่างที่ตามมา “มันก็ดูน่าขนลุก”
ขณะที่พวกเขาขยับเข้าไปในห้องของอดีตผู้ดูแล น้ำฝนหยุดกึก เธองุดย้อนไป ที่กำแพงมีภาพวาดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูดังใจรู้สึกซึ้ง – เธอเปรียบได้กับรูปลักษณ์ของผู้หญิงในเสียงที่เรียกมาหาเธอ
“เธอ…” ไทม์เสียงสั่น กลัวเต็มที่ที่ต้องสัมผัสกับสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึก “ตรงนี้มีบางสิ่งที่ผิดปกติ”
บรรยากาศภายในห้องเริ่มเย็นลง เหมือนกับมีบางสิ่งเริ่มแทรกแซงระหว่างพวกเขาและความจริงที่น่าขนลุก
เสียงเบาถูกต่อเนื่องขึ้น มันแสดงถึงความทุกข์ทรมาน ทุกคนรู้สึกได้ถึงความกลัวที่ต้องเผชิญ พวกเขาหลบสายตาในมุมห้อง
“มันเรียกฉัน…” น้ำฝนกระซิบ
“อย่าไป!” วินัยคร่ำครวญ “เราต้องไปเดี๋ยวนี้!”
แต่ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจ สายตาของปีกซ้ายถูกล็อคไว้ ณ จุดทำลาย ความตีบตันและความเป็นจริงค่อย ๆ เปิดเผยออกมาทีละน้อย ระหว่างการสำรวจพวกเขาพบข้อความแปลก ๆ เขียนบนกำแพง “มีความลับที่ต้องเปิดเผย”
“เราไม่ควรไปในนี้!” พี่โอ๋ร้องในที่สุดด้วยความหวาดหวั่น เป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างเบาบาง
เทียบได้กับความกลัวที่จะต้องเผชิญความจริงเกี่ยวกับอดีตของหอพัก การค้นพบที่พวกเขาทำจะทิ้งให้กับพวกเขาเผชิญหน้ากับความกลัว
ภายในวันถัดไป น้ำฝนตกต่ำลงจนสังเกตเห็นการหายตัวไปของวินัย เวลาผ่านไปและแต่ละคนเริ่มเข้าหามันควบคู่ไปด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า “พวกเราคงไม่มีทางช่วยกันได้นะ” น้ำฝนพูด เอ่ยเสียงทีเบา ทุกคนต้องสูญเสียต่อเหตุการณ์ที่อ่านจากประวัติศาสตร์อันมืดมิด
เมื่อเสียงเรียกจากในความลึกเริ่มจางลง พวกเขาเริ่มหายตัวไปทีละราย
ความกดดันที่เกิดขึ้นในที่สุดย้อนกลับไปยังที่จุดสุดยอด วินัยต้องเลือกระหว่างการสร้างความจริงหรือยอมให้ทั้งหมดตกหลุม
“เราจะไม่มีวันปล่อยให้เกิดขึ้นอีกแล้ว” เขาประกาศต่อเพื่อน ๆ ของเขา “เราจะต่อสู้กับสิ่งที่อยู่ในนี้”
ในท้ายที่สุด การแก้ไขและการค้นพบทั้งหมดต้องเกิดขึ้นในคืนที่มืดมิด ท่ามกลางเสียงเรียกที่ดังก้อง และแสงไฟที่ระเบิดออก
ปัจจุบันกลายเป็นอดีตในการศึกษาค้นคว้าของพวกเขาถึงนิยายอันเหลือเชื่อที่ไม่มีวันจบสิ้น ตลอดการเดินทางที่ท้าทาย พวกเขาได้เรียนรู้ว่าความจริงไม่ใช่สิ่งที่จอยเสียได้ง่าย ๆ
จบแต่ไม่จริง… บางสิ่งยังอยู่ที่นี่ เสียงยังคงเรียกร้องให้ค้นหา