เสียงเรียกจากความมืด
แสงแดดเงียบๆ ส่องผ่านต้นไม้ใหญ่ในป่าอันเงียบสงบ เสียงนกและเสียงลมที่พัดผ่านทำให้บรรยากาศดูสดชื่น แต่สำหรับกลุ่มเพื่อนสี่คนที่เดินทางเข้ามาในป่านี้กลับรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่แฝงอยู่ในอากาศนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แอนนา หญิงสาวผมยาวที่มักจะมีความคิดเป็นกลาง ตัดสินใจชวนเพื่อนๆ มาที่นี่เพราะมีข่าวลือเกี่ยวกับการหายตัวไปของเพื่อนคนหนึ่งในป่าแห่งนี้เมื่อหลายปีก่อน เธออยากรู้ความจริง และเธอตัดสินใจว่าต้องหาคำตอบให้ได้
“เราควรจะกลับกันเถอะ แอนนา มันเริ่มมืดแล้วนะ” มาร์ค หนุ่มหล่อที่มักจะเป็นแกนนำในกลุ่มพูดเสียงต่ำ เขามองไปที่เงาดำที่เริ่มยาวขึ้นจากต้นไม้
“อีกแค่ไม่นาน เดี๋ยวเราไปหาจุดแคมป์กันแล้วก็กลับ” แอนนาตอบอย่างแน่วแน่ แต่เสียงตะคอกของเธอมีความลังเล
กลุ่มเพื่อนพากันเดินเข้าไปในป่า โดยมีแอนนาเป็นผู้นำ พวกเขาผ่านต้นไม้ใหญ่และกอหญ้าสูงที่ดูเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้
“เฮ้ย! หลุมนี้มันดูแปลกๆ” ซาร่าห์พูดขึ้นขณะชี้ไปที่หลุมลึกในพื้นดิน ที่มีกิ่งไม้และใบไม้ปกคลุมอยู่
“อาจจะเป็นรังของสัตว์อะไรสักอย่าง” เบน หนุ่มร่างใหญ่พูดขึ้น เขาเข้ามาดูใกล้ๆ อย่างสนใจ แต่แอนนาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น
“เราไปกันเถอะ” แอนนากระซิบ ทำให้เพื่อนๆ หันมามองเธอด้วยความสงสัย
เมื่อพวกเขาเดินต่อไป เสียงเงียบในป่าทำให้ทุกคนรู้สึกกดดัน จนกระทั่งพวกเขาได้ยินเสียงเรียกเบาๆ มาจากที่ไหนสักแห่ง
“ได้ยินไหม?” ซาร่าห์ถามด้วยน้ำเสียงสั่น
“มันแค่ลม” มาร์คตอบ แต่เขาก็ไม่แน่ใจนัก
เสียงเรียกเริ่มชัดเจนขึ้น “ช่วยฉัน” เสียงนั้นทำให้ทุกคนขนลุก สัญชาตญาณของพวกเขาบอกว่าไม่ควรเข้าใกล้เสียงนั้น
“เราไปตามเสียงนั้นกันหรือเปล่า” เบนถามด้วยความท้าทาย
“ไม่!” แอนนาตอบเสียงแข็ง แต่ความอยากรู้ทำให้เธอรู้สึกเครียด
เมื่อพวกเขาเดินต่อไป เสียงเรียกกลับดังขึ้นอีกครั้ง “ช่วยฉัน” เสียงนี้ชัดเจนและมีอารมณ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ
“เราไม่ควรอยู่ที่นี่” ซาร่าห์พูดเสียงสั่น ขณะที่พวกเขาหันหลังกลับเพื่อหนีออกไป
แต่เสียงนั้นเหมือนจะตามพวกเขาไป เสียงเรียก “ช่วยฉัน” ยังคงอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรง
ในขณะที่พวกเขาพยายามวิ่งหนีออกจากป่า แอนนารู้สึกว่ามีบางอย่างดึงดูดให้เธอกลับไปที่หลุมลึกที่พวกเขาผ่านมา
“แอนนา! อย่า!” มาร์คตะโกน แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอหยุดลง
เธอหันกลับไปที่หลุมและเห็นเงาดำที่โผล่ขึ้นมา ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดขาวที่มีใบหน้าซีดเซียวกำลังยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว
“ช่วยฉัน…” เสียงนั้นดังก้องในหัวของแอนนา สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“กลับไป!” มาร์คร้อง แต่แอนนากลับรู้สึกถูกดึงดูด
ขณะที่เพื่อนๆ วิ่งหนีออกจากป่า แอนนารู้ว่าเธอไม่สามารถกลับไปได้อีก ความจริงเริ่มเปิดเผยว่าเพื่อนคนที่หายไปเมื่อหลายปีก่อนคือเธอ
เธอถูกดึงกลับเข้าไปในความมืด คำถามที่ค้างคาในใจคือทำไม เธอถึงถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง
เสียงเรียกนั้นยังคงดังก้องในหัวของเธอ และความมืดเข้าครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง
ในที่สุดเมื่อกลับไปที่หลุม แอนนาเห็นภาพความทรงจำที่เลวร้ายของอดีต ตัวเธอที่ถูกกักขังอยู่ในที่แห่งนี้
“ช่วยฉัน…” เธอเองก็ตะโกนออกไป แต่ไม่มีใครตอบ
“ทำไม…” แอนนาถามด้วยน้ำเสียงสั่น
“เพราะเธอไม่เคยออกไป” เสียงที่น่าสยดสยองตอบกลับมา
แอนนารู้แล้ว ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความกลัวของตัวเองที่เธอหนีไม่พ้น
ในที่สุดเมื่อมีการตัดสินใจ เธอต้องเลือกว่าจะอยู่ในความมืดหรือจะหลบหนีไปพร้อมกับความจริงที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยง
เสียงเรียกนั้นเป็นของใครกันแน่? เป็นคำสาป หรือเป็นความทรงจำที่ตามหลอกหลอนเธอ?
แอนนาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริง แม้ว่ามันจะทำให้เธอต้องจ่ายราคาที่สูง แต่เธอต้องการเสรีภาพ
ในที่สุดเธอพบว่าความจริงคือการก้าวออกจากความกลัวตัวเอง
เสียงเรียกนั้นหยุดลง และความมืดเริ่มจางหายไป
พวกเขาทั้งสี่คนกลับมาที่แสงสว่างที่ปลายป่า ในขณะที่แอนนารู้ว่าเธอจะไม่กลับไปที่นั่นอีก
แต่มันจะติดอยู่ในความทรงจำของเธอ ไม่มีวันลืมเลือน
ความกลัวไม่เคยหมดไป แต่เธอจะเดินหน้าไป ทำให้เธอเป็นคนใหม่ที่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้
“เราเป็นเพื่อนกันเสมอนะ” แอนนาพูดกับเพื่อนๆ เธอยิ้มให้พวกเขา แม้ว่าจะมีความกลัวที่ยังคงอยู่ในใจ
แต่การเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าเธอสามารถก้าวข้ามมันไปได้ สุดท้าย เธอเป็นผู้ที่เรียกตัวเองกลับมาให้มีชีวิตอีกครั้ง
ในความมืด ก็มีแสงสว่างรออยู่ข้างหน้า