เสียงกีต้าร์ยามค่ำที่โรงแรมริมขอบฟ้า
เสียงสายฝนกระทบหลังคาแตะต้องผืนดินด้านหน้าโรงแรมเด็กเก่าสามชั้นริมขอบฟ้าในคืนหนึ่งของฤดูฝน เศษแสงไฟสลัวขณะเจ้าของสถานที่ชื่อ “สันติ” ชายวัยสามสิบกว่า ไม่ค่อยยิ้มเท่าไร เดินเช็ดกระจกหน้าต่างพร้อมถอนหายใจยาว มืออีกข้างจับกีต้าร์ไม้เก่าไว้แน่นเพราะคืนนี้มีแขกเพียงคนเดียว – เด็กสาวประหลาดดวงตาโศกชื่อ “มุข” ที่หอบกระเป๋าทรุดโทรมเข้ามาพลางซ่อนแผลเป็นที่ข้อมือหลังเช็คอิน เธอไม่ยอมพูดคุยกับใครนอกจาก “จูน” เด็กชายช่างสงสัยวัยสิบเอ็ดปีที่เพิ่งมาอาศัยเปิดเทอมใหม่ และซ่อนความลับว่าสามารถได้ยินเสียงคนตายในโรงแรมนี้ ทุกคนหลบซ่อนอดีตในยามที่ฝนพรำ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในล็อบบี้ มุขนั่งเหม่อต่างหน้าต่าง มองแสงไฟไกลลิบของเมืองในหุบเขาซ่อนน้ำตาไว้ใต้เปลือกตาหนา พลางหยิบสมุดวาดรูปขึ้นมาวาดเส้นสายมั่ว ๆ จูนเดินเข้ามาเหมือนว่าไม่ได้กลัวฟ้าร้อง ไม่พูดคำแรก มุขหลบตา
“กลัวสายฟ้าเหรอ” จูนเอ่ยเสียงเบา
เธอไม่ตอบ โยนคำถามกลับ “ทำไมถึงอยู่ที่นี่คนเดียว”
จูนเงียบสักพักเหมือนลังเล “แม่ไม่ว่าง…พ่อหายไปนานแล้ว”
เสียงสายฟ้าสะท้อนใกล้ ทั้งคู่นิ่ง เหมือนพยายามจะไม่หวาดกลัว แต่แววตาไม่ปิดบังความร้าวรานในอกได้ มุขเงยหน้าฟังเสียงกีต้าร์จากห้องโถงพักแขก
คืนเดียวกัน สันติดีดสายกีต้าร์เบา ๆ ท่ามกลางเสียงฝน กลิ่นเหล้าเจือในอากาศ เจ้าของโรงแรมเขียนเพลงที่ไม่เคยจบ นั่งเหม่อมองภาพถ่ายขาวดำหญิงสาวในกรอบไม้ ขณะแววตาเศร้าแฝงความเจ็บปวดรุนแรง
ในคราวเดินไปยังห้องพักสันติ พบจูนยืนลังเลที่บันได สันติเอ่ยขึ้น
“ยังไม่นอนอีก เด็กดึกนักจะสายตาเสีย”
จูนเงยหน้า ยิ้มแห้ง “อากาศดี คืนนี้รู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีคนเรียกผมจากห้องเก่าข้างบันได”
“ห้องนั้นปิดใช่มั้ย” มุขที่เดินลงมาพอดี ถามเสียงเรียบ
สันติหลบตา “มัน…มีแต่ของเก่า ไม่มีใครเข้าไปตั้งนานแล้ว”
เสียงกีต้าร์ขาดช่วงกะทันหัน แรงกระตุกใดสักอย่างในอากาศ ลมหนาวหอบผ่านทุกห้องพักจาง ๆ
คืนนั้น จูนฝันถึงหญิงสาวผมยาวนอนร้องไห้ที่พื้นไม้เก่าซึ่งร้องขอให้ช่วยหา “สัญญา” ที่เธอถูกพราก ชายหนุ่มในฝันมีเครื่องหมายประหลาดที่มือขวา เด็กชายสะดุ้งตื่นเปียกเหงื่อกลางห้อง เงาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในมุมมองจางหาย
รุ่งเช้า มุขลงมาจากห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง สันตินั่งผงะกับโต๊ะอาหาร มือสั่นจนน้ำในถ้วยกาแฟแทบหก มุขเหลือบมองสบตา “เมื่อคืนคุณ…ได้ยินเสียงเหรอ?”
สันติงง เบือนหน้าหนี “เสียงฝนแรงเอง เตรียมตัวออกไปข้างนอกหรือเปล่า”
จูนเดินมาเงียบ ๆ ค่อย ๆ สารภาพ “เมื่อคืนฝันเห็นผู้หญิง–ที่มีแผลยาวที่มือ ร้องขออะไรบางอย่างจากผม…”
สันติทำแก้วกาแฟตกแตก น้ำร้อนกระเซ็นเลอะพื้น ห้องเงียบฉับพลัน แรงตึงเครียดแฝงเต็มอากาศ เขาตอบกลบเกลื่อน
“งั้นก็แค่ฝันน่ะ อย่าคิดมาก เรื่องเก่า ๆ ไม่มีความหมายแล้ว” ดวงตาเขาวูบไหว
มุขเก็บเศษแก้วอย่างระวัง จูนก้มหน้าไม่พูดอะไร
บ่ายนั้น มุขออกเดินสำรวจรอบโรงแรม เจอะห้องเก่าใกล้บันไดซึ่งล็อกแน่น ลมหอบผ่านประตูกระพือเสียงกุกกัก เธอเอื้อมมือสัมผัสลูกบิด เสียงกระซิบ “สัญญา…คืนมา” ดังลอดประตู หญิงสาวขนลุก ตัดสินใจวิ่งกลับล็อบบี้
คืนนี้ฝนตกหนักขึ้นอีก จูนและมุขนั่งรอในล็อบบี้ เงียบอยู่นานก่อนมุขเปรย
“คุณคิดว่า…วิญญาณคนตายขออะไรจากคนเป็น”
จูนหลบตา “ผมว่าเค้าเสียใจ เพราะมีอะไรผูกมัด…เหมือนผมกับแม่”
สันติถือกีต้าร์เดินผ่าน ทั้งสองเด็กหยุดคุยทันที เพียงสบตาแล้วเงียบ ไฟในทางเดินกระพริบวาบราวกับมีเงาพรายตามติด
ขณะมุขเตรียมร้องขอให้สันติเล่าอดีต ภาพในหัวของเจ้าของโรงแรมพุ่งกลับไปคืนฝนตกเมื่อสิบปีก่อน – เสียงกรีดร้อง หญิงสาวแปลกหน้า และเลือดเปื้อนพื้นไม้ จนบัดนี้เสียงนั้นยังตามหลอกหลอน สันติถือกีต้าร์ไปนั่งในห้องโถง ร้องเพลงที่ไม่มีวันจบ
จูนถาม “ลุงครับ เพลงนี้…”
สันติชะงัก ไม่ตอบ เพียงแค่เสียงกีต้าร์สั่นระริกและน้ำตาคลอในดวงตาที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น จูนหันไปมุข เพียงเงียบไม่กล้าเดินหน้าต่อ
ขณะนั้นไฟดับพรึ่บทั่วโรงแรม เงามืดปกคลุม เสียงฝนถี่หนัก มุขเปรย “ถ้าวิญญาณขอให้เราช่วยจริง ๆ…”
เสียงประตูกระแทกดังจากบันได สันติเบิกตาโพรง “ไม่มีใครขึ้นไปข้างบนใช่มั้ย”
จูนสั่น “ไม่มีครับ…”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นจากห้องเก่า มุขตัดสินใจคว้าไฟฉาย ชวนจูนและสันติตามไป ทุกฝีก้าวบนไม้ที่กรอบแกรบ จังหวะกีต้าร์ในอากาศแปลกประหลาดขึ้น จนเสียงหนึ่งกระซิบ “สัญญา…ต้องจบ”
ใต้แสงไฟฉาย มุขเห็นรอยเลือดจาง ๆ บนพื้น สันตินิ่งงัน เสียงหัวใจของเขาเต้นหนัก มือสั่นใกล้จะปล่อยกีต้าร์ มุขถามเบา ๆ
“เกิดอะไรในห้องนี้”
สันติยืนนิ่ง “มัน…สิบปีก่อน ฉัน…ไม่ได้ช่วยหญิงสาวคนนึงไว้ เธอตายที่นี่ เพราะฉันตัดสินใจผิด”
จูนกลั้นน้ำตา “เราต้องทำอะไร…”
ทันใด เงาของหญิงสาวปรากฏข้างฝา เธอร้องไห้พร้อมยื่นมือไปยังสันติ เสียงกระซิบดังก้อง
“สัญญา…ที่เธอขอ ฉัน…ผิดเอง” สันติเอ่ยนํ้าตาสาดไหล “ฉันไม่กล้ารับผิด เธอ…เธอมาหาฉันทุกคืน ฝังใจอยู่กับเพลงเดียวกัน”
มุขลูบแขนตัวเอง เสียงลมเงียบลงชั่วอึดใจ ก่อนหญิงสาวในเงาก้าวมาหยุดตรงหน้า มือแตะคอกีต้าร์ของสันติ เสียงสายกีต้าร์สั่นเองเบา ๆ เงาสีดำจางหาย
แสงจันทร์กลับส่องลอดหน้าต่าง เสียงฝนบรรเทา มุขมองสันติซึ่งผ่อนลมหายใจยาวราวแบกภูเขาออกจากอก จูนกุมมือมุขไว้แน่น
วันถัดมา โรงแรมอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด สันติปรับปรุงห้องเก่า เผยอดีตให้ทยอยผ่อนคลาย เล่าให้มุขและจูนฟังทั้งรอยยิ้มกับน้ำตา มุขเขียนเรื่องราวนี้ในสมุดภาพของเธอ บอกตัวเองว่าอดีตไม่ได้เป็นโซ่ตรวนเสมอไป ส่วนจูนตัดสินใจโทรหาแม่ในรอบหลายเดือน บอกว่าอยากเริ่มใหม่ด้วยกัน
คืนต่อมา เสียงกีต้าร์ของสันติก้องกังวานอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงหัวเราะของจูนกับมุขปะปน กลายเป็นยามค่ำที่อบอุ่น แม้จะมีเรื่องร้ายในอดีต แต่ทุกคนต่างได้เดินหน้าสู่รุ่งอรุณใหม่พร้อมกัน