ดาวน้ำเงิน: คู่กรรมแห่งสถานีลอยฟ้า
เสียงเตือนอ่อน ๆ กดดันพรายกระตุกนิ้วมือของจีน เธอนั่งอยู่หน้าแผงควบคุม ฮัดซิ้นหนึ่งสั่นไหวจากแรงสั่นสะเทือนใต้ผืนน้ำมืดมหาศาล จีนเงยหน้าจากจอมอนิเตอร์ เงาสะท้อนดวงตาสีเทาซึมทรวงปรากฏบนกระจก ท่ามกลางแสงไฟสลัว ม่านหมอกบางปกคลุมโลกเบื้องล่าง—หรือที่จริงแค่ฝันร้ายเก่าหวนคืน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ระบบแจ้งพายุสายฟ้าขึ้นฝั่งในสิบห้านาที” ซาย่า หัวหน้าศูนย์สั่งการพูดผ่านอินเตอร์คอม เสียงห้วนแต่ฟังแฝงความห่วงใย จีนเหม่อยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบ “ยืนยัน รับข้อมูล ทุกระบบปลอดภัยรอรับแรงกระแทก”
เสียงกระทบของรองเท้าแตะบนโลหะประกาศการมาถึงของใครอีกคน อเล็กซานด์ นักบินขนส่ง หน้าตาหม่นหมองผสมใบ้ ใบหน้าคมแบบเลือดผสมตั้งตรงหลังเสื้อพนักงานธรรมดา เขาผูกผ้าโพกหัวสีฟ้าซีดจนละลายกับหมอก จีนเหลือบมองเพียงครู่ ก่อนหันไปทวนแผนรับมือพายุอย่างเย็นชา
“คุณปรับระบบอัตโนมัติแล้วไม่ใช่เหรอ” อเล็กซานด์พูด รอยยิ้มเจือยิ้มแปลก ๆ มุมปาก “แต่อะไรมันก็ผิดได้ที่นี่”
จีนถอนใจ ไม่ตอบ คำพูดนั้นสะกิดอดีตสั่นคลอนของเธอ—คราวนั้น เธอไว้ใจระบบเกินไป…
เสียงเครื่องยนต์คำราม ท้องน้ำม่านคลื่นสีฟ้าสว่างขึ้นชั่วพริบตา เหล่าสมาชิกสถานีกึ่งถาวรประจำที่รอหลบภัย หูฟังประกาศอพยพด้วยภาษาท้องถิ่นผสมสำเนียงแปร่งปร่า ซาย่าสอดสายตาตัดทุกคนอยู่ตรงห้องควบคุมหลัก
“รีบขึ้นชั้นสาม!” ซาย่าตะโกนขณะโค้งศีรษะมองจอมอนิเตอร์ “ใครสัญญาณคลาด รีบรายงาน!”
จีนหันไปหยิบกล่องเครื่องมือแล้วรีบก้าว อเล็กซานด์จ้องเขม็ง พูดเสียงต่ำ “เธอยังคิดจะซ่อมแอสเซนเซอร์ตอนนี้เหรอ?”
“ไม่มีอะไรปลอดภัยบนสถานีจนกว่าฉันซ่อม” จีนกัดฟัน “นายจะช่วยก็รีบมาช่วย”
อเล็กซานด์ลังเลชั่ววินาที มีอะไรบางอย่างในน้ำเสียงเขาขยับ ทั้งกลัว ทั้งโกรธ แต่ดูเหมือนจะเลือกเดินตามเธอโดยไม่มีเสียงเถียง
สายลมพายุแรกถล่มกระจกกลม เสียงกึกก้องดังแทรกตึกเต้นหัวใจ กลุ่มพนักงานในชุดหลากสีอัดแน่นอยู่ในลิฟต์ฉุกเฉิน ซาย่าดันด้านหน้าพยุงคนแก่สองคนที่สั่นเทิ้ม เกลือเม็ดใหญ่เกาะติดผิวแก้มอากาศร้อยน้ำเค็มในห้อง
“เราทุกคนเคยคิดว่าความปลอดภัยคือสิ่งถาวร” ซาย่าพึมพำกึ่งพูดกับตัวเอง กึ่งพูดกับเด็กสาวผิวเข้มที่ยืนข้าง ๆ “แต่ที่นี่…ไม่มีอะไรแน่นอน”
เด็กสาวชมพูริมฝีปากตอบเบา ๆ “หนูยังคิดถึงพ่อ…พ่อบอกว่าธรรมชาติใต้มวลน้ำจะช่วยเรา…แต่เหมือนว่าเราถูกทิ้ง”
ซาย่ายิ้มบาง ๆ ไม่ต่อบทสนทนา แต่มือกดปุ่มตรวจเช็คทุกระบบอย่างสัมผัสถึงความเปราะบางของมนุษย์ใต้พายุ
บนชั้นซ่อมบำรุง จีนไขน็อตสุดท้าย อเล็กซานด์คอยส่งไฟฉาย เสียงฝนกระหน่ำใกล้รุนแรงขึ้นทุกขณะ
“เธอ…กลัวไหม?” อเล็กซานด์เดินเข้าไปใกล้เธอ เสียงแผ่วจนแทบกลืนกับเสียงเครื่องจักร “ฉันหมายถึง…ตอนนี้ ไม่ใช่อดีต”
จีนหยุดมือ หลบสายตา “ฉันกลัวเสมอ…แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ฉันจะกลัวกว่า”
มือทั้งสองสัมผัสวัตถุเย็นตรงหน้าโดยบังเอิญ อเล็กซานด์รีบดึงมือ เงียบงันชั่วพริบตา เขาชะงัก แววตาหม่นเศร้าดั่งมีความลับที่พูดไม่ได้ฝังไว้ในเงามืด
ทันใดนั้น เสียงร้องเตือนใหม่ดังขึ้นจากลำโพง “ระดับพลังงานลดฮวบที่แกนหลัก!”
จีนเบิกตากว้าง มองจอสถานะแจ้งเตือน “ต้องลงไปชั้นพลังงาน นายกล้าไหม?”
อเล็กซานด์กลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม “ถ้าให้เลือกกล้าหรือกลัว ฉันเลือกไปกับเธอ”
ทั้งสองเร่งเท้า วิ่งเบียดผ่านระเบียงเหล็ก เสียงฝีเท้าสะท้อนรัวในอุโมงค์โลหะยาว ท่อแก๊สไอเย็นพวยพุ่ง—ค่อย ๆ พบว่าภายใต้สถานีแห่งนี้ คือชั้นปริศนาที่แผนที่ไม่เคยระบุ
สองคนหยุดหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นฝาผนังห้องเครื่องถูกเปิด มีรอยมือเปื้อนน้ำเกลือเป็นทางลากยาวเข้าไป
“นี่…ใครอยู่ตรงนี้?” จีนกระซิบ สายตามองหาอาวุธใกล้ตัว
อเล็กซานด์ชะเง้อหาคำตอบ แต่จังหวะนั้น เสียงกรีดร้องสูงแหลมแทรกผ่านผนังเหล็ก เกล็ดน้ำตาไหลซึมริมตาโดยไม่รู้ตัว
กลุ่มน้ำครามปริศนาไหลซึมจากเพดานหยดลงบนรองเท้าจีนในขณะที่เธอขยับเข้าใกล้ แสงสว่างแวบวับทำให้เงาคนสั้นปริศนาเคลื่อนผ่านประตูเหล็ก
“นายเห็นนั่นไหม?”
“มัน…เหมือนเงาเด็ก…”
อเล็กซานด์กลั้นหายใจแทบขาด จีนขยับตาม แรงกระตุกใจนำเธอตรงไป เงาสั้นนั้นวิ่งหนีเข้าอุโมงค์มืดไปอีกชั้น เหตุการณ์เพิ่งเริ่มต้น
ทางเดินยาวสุดสายตา มวลละอองเกลือไหลตามรอยเลือดจาง ๆ จีนกับอเล็กซานด์มองสบตากัน ทั้งคู่สื่อสารความ “อย่าทิ้งกัน” เงียบ ๆ
เสียงแตะควบคุมรายงานอัตโนมัติว่า มีพื้นที่พลังงานแปรปรวนเพิ่มขึ้น “มันไม่ใช่แค่ระบบ…มันคืออะไรบางอย่างในสถานีนี้” อเล็กซานด์ขมวดคิ้ว
จีนหยุดนิ่ง เจ็บจากความทรงจำลึก คู่แววตาเธอสั่น—เธอกลัวอดีตจะซ้ำรอยกับตอนนี้
จู่ ๆ ลมแรงพัดจากช่องระบายเปิดประตูฝั่งใต้พายุหอบเกลือจนร่างทั้งสองทรุด ครู่หนึ่งจมูกได้กลิ่นบางอย่างที่คล้ายกับละอองเลือดผสมทะเล—ความกลัวกับความอยากรู้ไหลวนในใจทั้งสองคน
“เราต้องหยุดมัน ก่อนทุกอย่างจะสาย” จีนพูดเบา ๆ เงียบ ๆ พยายามกดเสียงสั่น
อเล็กซานด์พยักหน้า แม้แววตายังไหว ๆ “แล้วถ้า…มันคือมนุษย์เหมือนเรา?”
ความเงียบกินพื้นที่ระหว่างคำถามนั้น ราวกับสถานีทั้งสถานีถูกแช่แข็ง
ทันใดนั้น เสียงซาย่าผ่านวิทยุ “พวกเธออยู่ไหน?! ระบบฉุกเฉินล่มทั้งแถบ!”
“ห้องพลังงานชั้นล่าง เราพบร่องรอยบางอย่าง—ไม่แน่ใจว่าเป็นมนุษย์หรือ…” จีนตอบ ซาย่าเงียบไปนานผิดปกติ
“รีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ที่เหลือน้ำกำลังไหลเข้ามา!”
อเล็กซานด์จับมือจีนทันที “ไป—อย่ามองกลับหลัง”
แต่เสียงเด็กปริศนาดังขึ้น “ช่วยด้วย…” เบา ราวกับลอยมาจากท้องน้ำใต้เท้า
จีนชะงัก พร่าเบลอด้วยน้ำตาในดวงตา อเล็กซานด์กระซิบ “มันแค่…เสียงจากความกลัวหรือเปล่า?”
ทั้งสองตัดสินใจหันหลังกลับ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและพายุถาโถม กลิ่นบางอย่างพาให้ความรู้สึกในหัวใจทุกคนกระตุก
อเล็กซานด์เดินนำ มือข้างหนึ่งจับแน่นปืนไฟฟ้า อีกข้างประคองจีน เส้นทางสู่ห้องพลังงานถูกน้ำท่วมจนเดินลำบาก
ร่างเงาเด็กโผล่มากลางแสงไฟฉุกเฉิน หัวเราะเสียงแปลก “หนีไม่ได้หรอก ทุกคนที่นี่ก็แค่มนุษย์ชำรุด”
จีนสะอึก หวนกลับไปสู่อดีตที่มีลูกเสียชีวิตเพราะความผิดพลาดของระบบ—แต่เธอเลือกใช้ปัจจุบันสู้ต่อ
อเล็กซานด์แผดร้อง “ถ้านายต้องการแค่ความรัก เราให้ได้!”
เสียงทุกอย่างเงียบลง ฉับพลัน กลุ่มน้ำฟ้ากระจายไปรอบท่อนแขนจีน เธอดิ้นรน อเล็กซานด์ตะโกน “อย่ายอมแพ้!”
จีนเพ่งใจ ท่องความทรงจำดี ๆ ทะลุความกลัว—ระบบสถานีเริ่มกู้คืนไฟ ฉุกเฉินกระพริบทั้งอาคาร เงาเด็กค่อย ๆ เลือนราง น้ำไหลคืนกลับแหล่งเดิม
สองร่างเหนื่อยหอบมองหน้ากัน ท่ามกลางแสงไฟไหววูบ ซาย่าวิ่งลงมาสมทบ น้ำตาคลอหน่วย “เรารอดเหรอ?”
จีนยิ้มเหนื่อย “เรายังมีโอกาสใหม่เสมอ…ตราบใดที่กล้ายืนสู้กับอดีต”
อเล็กซานด์จูบหน้าผากเธอเงียบ ๆ ซาย่าหัวเราะเบา ๆ “ฉลองวันใหม่ด้วยกันไหม?”
เสียงพายุค่อย ๆ ซา เสียงหัวใจของทุกคนยังเต้นหวาดระแวง แต่มุมปากทุกคนมีรอยยิ้มเล็ก ๆ แฝงกลิ่นอายความหวัง
ทุกคนยืนเคียงข้าง มองแสงอาทิตย์สีฟ้าส่องผ่านม่านน้ำมหาสมุทร ความลับยังคงซ่อน—แต่ชีวิตใหม่ก็เริ่มต้น ณ ดาวน้ำเงินแห่งนี้