ใต้ลมหายใจแห่งหอพักฟ้าคราม
แสงยามพลบค่ำลอดผ้าม่านสีครามเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ บนชั้นสี่ของหอพัก “ฟ้าคราม” เสียงโทรศัพท์ของอิฐดังขึ้น ในห้องมีร่างของชายหนุ่มนั่งเหม่อ (แต่ไม่ได้ยืนเหม่อ) อยู่บนเตียง ใบหน้าชื้นเหงื่อและดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย เขามองจองหน้าจอที่มีชื่อหมิวแล้วลังเล ก่อนจะรับสาย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฮัลโหล… เฮ้ย หมิว เดี๋ยวนี้เอง” น้ำเสียงเขาแข็งแต่ขาดความมั่นใจ
“อิฐ วันนี้ไปกินข้าวข้างล่างกันมั้ย พวกวิตก็อยู่ด้วย” หมิวถาม เสียงนุ่มแต่ฟังติดขัดเล็กน้อยเหมือนกลั้นอะไรไว้
อิฐเงียบนานกว่าปกติ “…ไปดิ เดี๋ยวลงไป”
เสียงฝีเท้าบนทางเดินไม้เก่า อิฐเปิดประตูออกมา เจอใบหน้าที่เขาแอบหลบเลี่ยงของหมิว เธออมยิ้ม กลบเกลื่อนความตึงเครียด ข้าง ๆ หมิวคือวิต เพื่อนร่วมห้องผู้พูดน้อยแต่ชอบมองคนอื่นแบบจับผิด ทั้งสามลงลิฟต์ ผ่านโถงเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายรุ่นพี่จนถึงลานกลางหอพัก
บนโต๊ะไม้เก่า วิตเปิดบทสนทนา “คืนนี้จะไปด้วยกันมั้ย ดูเหมือนจะมีคนเห็นใครแปลก ๆ อยู่หน้าหอเมื่อคืน”
หมิวขมวดคิ้ว “เฮ้ย อย่ามาขู่ ตลกปะเนี้ย?”
วิตหัวเราะเย็น “ไม่ตลก จริง ๆ มีคนหายไป—พี่เวียร์ ห้อง 409 หายตั้งแต่เมื่อคืน”
อิฐสะดุด ใจเต้นแรง เขาก้มหน้าเงียบ หมิวสังเกตได้แต่ไม่พูดออกไปทันที
กลางคืนกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง หน้าแลปท็อป อิฐทบทวนข้อความสนทนาในไลน์กลุ่ม ใจหนึ่งอยากถามเพื่อนอีกใจหนึ่งกลัว วิตแชทมาว่า ‘คืนนี้น่าจะมีประชุมฉุกเฉิน ห้องโถง 22.00 ไปด้วย’
อิฐเดินออกจากห้อง ท่ามกลางความตื่นกลัวที่แว่วมาจากห้องข้าง ๆ ประตูห้องโถงเปิดช้า ๆ มีเพื่อนรวมตัวหลายคน สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด พี่แยม หัวหน้าหอพัก พูดเสียงต่ำ “ทุกคนรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเวียร์ยังไม่กลับมาสักที… ใครรู้ข้อมูลช่วยบอกกันหน่อย”
เงียบงัน แข่งกับเสียงแอร์เก่าลั่น พอวิตยกมือ “เมื่อวานประมาณตีสอง ได้ยินเสียงคนลากรองเท้าผ่านหน้าห้อง เดาว่าเป็นเวียร์”
หมิวมองอิฐแวบหนึ่ง “อิฐ ห้องนายกับเวียร์ติดกัน คืนที่ผ่านมา… ได้ยินอะไรเปล่า?”
อิฐกลืนน้ำลายฝืด “เปล่า… กูหลับสนิท” แต่ดวงตาคู่นั้นหลบเลี่ยง
เสียงพี่แยมกลืนหายไปในอากาศ ทุกคนมองหน้ากัน เงาของความไม่ไว้ใจก่อตัว
ในอากาศหนาหนัก กลางดึก อิฐนั่งคนเดียวบนเตียง เขาหยิบโทรศัพท์กะโทรหาเวียร์แต่ลังเล ลมหายใจหนักขึ้น ภาพในหัวคือเวียร์ยืนหน้าห้อง ยิ้มบางอย่างมีลับลมคมใน
รุ่งสาง หมิวเคาะประตูห้องอิฐแรงกว่าปกติ “อิฐ เปิดได้มั้ย พี่แยมเรียก”
ในห้องโถง หมิว วิต อิฐ และพี่แยมรวมตัวกันอีกครั้ง พี่แยมเริ่มกดดันมากขึ้น “ตำรวจจะมาตรวจศพ… เอ๊ย หอพัก ควรเตรียมตัวให้ดี ใครเจออะไรผิดปกติภายในวันนี้รีบบอก”
มีเสียงอึกทึกจากทางเดิน เด็กปีหนึ่งร้องไห้ “เมื่อคืนหนูเห็นคนเดินไปท้ายหอค่ะ… แต่มันเหมือนลอย… กลิ่นแปลก ๆ ด้วย”
วิตกระตือรือร้น “ต้องไปดู”
หมิวจับแขนอิฐไว้ “เอาจริงเหรอ กลัวเว้ย”
อิฐเงยหน้าสบตาเธอ ทั้งลังเลทั้งกลัว แต่สุดท้ายพยักหน้า ภายในใจเต็มไปด้วยข้อสงสัยและความผิดที่ฝากไว้ในอดีต
ทั้งสามเดินไปทางท้ายหอพัก กลิ่นอับประหลาดแตะจมูก เงาทอดยาวบนพื้นคอนกรีต ท้ายโถงพบเพียงรองเท้าคู่หนึ่ง วางหงายข้างตู้ไฟฟ้า วิตกระชากรองเท้าดู ด้านในมีเศษแผ่นกระดาษแปลก ๆ จารึกคำว่า “ขอโทษ…”
หมิวบีบมือแน่น “ของเวียร์”
อิฐหน้าเสีย ท่ามกลางความอึดอัด วิตฉวยมือถือขึ้นถ่ายรูป “หลักฐาน”
แมวสีดำเดินผ่านมา จ้องหน้าทั้งสาม พอวิ่งหายไป กลับมีเสียงเปิดประตูห้องชั้นล่าง เสียงรองเท้าลากกับพื้นดังลอดขึ้นมาแผ่ว ๆ ทุกคนถอยหลัง
อิฐมองวิต “อย่าเพิ่งถ่ายเสียง เดี๋ยวมันรู้”
ขากลับห้อง หมิวนิ่งไป อิฐเปิดปากถาม “ยังกลัวมั้ย?”
“ถามโง่ ๆ ใครจะไม่กลัววะ… แต่นายทำตัวแปลก กูรู้ว่าคืนนั้นนายไม่หลับ” น้ำเสียงหมิวสั่น อิฐหลบสายตา
“มันมีเรื่องที่อยากบอก… แต่กูกลัว” อิฐเปรยแผ่ว
กลางดึกอีกคืน อิฐฝันเห็นเวียร์ยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง เสียงกระซิบในหัวมีแต่ “ยังไม่หมดหรอก” เขาตื่นเหงื่อโชก เสียงเงียบโอบล้อม
เช้าตรู่ หมิวเอาข้าวมาวางหน้าห้องอิฐ “กินบ้าง เดี๋ยวเป็นลม” เธอกระซิบงอน ๆ ก่อนผลักกล่องข้าวใส่มือเขา
วิตเดินผ่านมา “คืบหน้าอะไร กูว่าพวกเราควรไปคุยกับพี่แยมตรง ๆ”
ที่โถงชั้นล่าง อิฐกล้า ๆ กลัว ๆ “พี่แยม รู้จักเวียร์ดีมั้ยครับ?”
พี่แยมลังเล “ก็เด็กกิจกรรม น่ารัก แต่หลัง ๆ ชอบทำหน้าซึม ไม่ค่อยสุงสิง”
หมิวมองออก “เวียร์ทะเลาะกับใครก่อนหายไปมั้ย?”
พี่แยมขมวดคิ้ว “เห็นทะเลาะกับอิฐนั่นล่ะ… ที่หน้าห้องวันก่อน”
อิฐหน้าซีด “มัน… เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ”
ความเงียบลงทับความสัมพันธ์ของกลุ่มทันที วิตหรี่ตา สังเกตเห็นรอยช้ำที่ข้อมืออิฐแวบหนึ่ง
ค่ำวันใหม่ วิทยังคงหมกมุ่นกับการสืบหาเบาะแสในมือถือ หมิวเดินเข้ามาคว้าเครื่อง “จะบ้าเหรอ แบบนี้ไม่ช่วยอะไรเลย”
วิตทุ่มเครื่องลงโซฟา “ก็ไม่มีใครพูดความจริงสักคน!”
เสียงประตูห้องกระแทกปิด อิฐเดินเข้ามา “พอได้มั้ย ทำไมต้องกดดันกันขนาดนี้”
หมิวชะงัก “ก็พวกเรากลัว จะให้ทำไง ถ้าคนต่อไปเป็นพวกเรา?”
อิฐกัดปากแน่น “มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”
วิตหอบหายใจแรง “แล้วมันยังไง อิฐ ถ้ารู้อะไรก็บอกมา!”
ความเงียบกลับมาอีกรอบ ก่อนอิฐพูดช้า ๆ “คืนที่เวียร์หาย กูทะเลาะกับมัน… มันบอกว่ามีคนตาม มันกลัว แต่กูเฉย… ขอโทษ…”
หมิวและวิตเงียบไป น้ำตาหมิวเอ่อกระบอกตา วิตเบือนหน้าไปอีกทาง
คืนนั้น ทุกคนแยกย้ายกลับห้อง เสียงแปลก ๆ ดังจากปลายโถงคล้ายเสียงใครกระซิบชื่ออิฐประสานกับเสียงลากรองเท้า เขาฝังตัวเองกับเตียง กอดผ้าห่มแน่น
รุ่งเช้า หมิวกับวิตเรียกอิฐมาพบกลางสนาม “เราจะไปแจ้งตำรวจ”
อิฐปฏิเสธ “ยังไม่พอ… เดี๋ยวจะโดนหาว่าแต่งเรื่อง”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หมิวเหล่มองหน้าจอ สีหน้าสงสัย “ใครส่งคลิปมา”
คลิปวิดีโอสั้น ๆ ในโทรศัพท์ ภาพสั่นไหว เงาชายคนหนึ่งเดินอยู่ท้ายหอ เสียงหอบ พร้อมเสียงกระซิบ “ช่วยด้วย”
วิตเบิกตากว้าง “นั่นเสียงเวียร์!”
หมิวคราง “ใครส่งมา?”
อิฐปาดเหงื่อ “มัน…เป็นคลิปที่เวียร์อัดไว้วันนั้น กูจำเสื้อกันหนาวมันได้”
ความกลัวเริ่มกลืนกินบรรยากาศ กลุ่มเพื่อนตัดสินใจตามล่าหาคำตอบในหอพักช่วงค่ำอีกครั้ง
ในความเงียบ หมิวตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในห้องเก็บของตรงชั้นหนึ่ง อิฐกับวิตตามมาติด ๆ ห้องนี้เต็มไปด้วยของเก่า เตียงพับและกลิ่นอับ วิตเปิดไฟฉายสมาร์ทโฟน ส่องไปเจอรอยขูดที่พื้น
หมิวเดินตามทีละก้าว มือข้างหนึ่งกำสร้อยข้อมือแน่น แสงไฟสะท้อนเศษกระดาษผุเก่าที่ติดพื้น “เก็บได้ว่ะ”
อิฐไม่กล้าเดินเข้าใกล้ แต่สุดท้ายยอมก้มลงช่วยหยิบขึ้นมา บนกระดาษมีคำว่า “เค้าเห็นหมดแล้ว” ด้วยลายมือเวียร์
วิตหน้าซีด “แปลว่าอะไร”
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกจากหน้าต่างด้านข้างทำให้ทุกคนสะดุ้ง กระแสลมหนาวแปลกประหลาดพัดผ่าน ราวกับเสียงใครรำพึงในความเงียบ
แต่ละคนวิ่งกลับขึ้นห้องด้วยหัวใจเต้นแรง ต่างคนต่างหลบอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยตัวเองจนเช้า
อีกวัน พี่แยมหัวหน้าหอเรียกรวมกลุ่มใหญ่ “ตำรวจนัดสอบสวนคืนนี้ ใครมีข้อมูลต้องออกมาเล่าให้หมด”
อิฐกลืนน้ำลาย มองหมิวกับวิต “หรือเราควรพูด?”
หมิวส่ายหน้า “กูยังไม่พร้อม…”
วิตกัดฟัน “งั้นก็ต้องรอก่อน”
คืนนั้นเอง ในห้องโถงเงียบสนิท ตำรวจเข้ามาสอบถามทีละคน ความจริงค่อย ๆ เปิดเผยจากความลังเลของแต่ละคน อิฐยอมรับผิดเรื่องไม่ช่วยเวียร์ก่อนจะหายตัวไป น้ำเสียงสั่นเครือ “ตอนนั้น… ผมไม่คิดว่ามันจะซีเรียส กูแค่ไม่อยากยุ่ง…”
ตำรวจฟังเงียบ ๆ ก่อนข้อความเสียงในโทรศัพท์เวียร์ถูกนำออกมาเปิดกลางห้อง เสียงร้องไห้และการขอความช่วยเหลือเป็นหลักฐานสุดท้ายที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
ทุกคนในหอต่างจมดิ่งในความรู้สึกผิดและการสูญเสียที่ซ่อนอยู่ในใจ
หลายวันต่อมา กลุ่มเพื่อนกลับมารวมตัวนั่งหน้าอาคารหอพัก อิฐเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงถอนใจ “ถ้าวันนั้นกูกล้ากว่านี้… มันอาจไม่เกิดขึ้น”
หมิวน้ำตาซึม “แต่พวกเราทุกคนก็เก็บซ่อนความกลัวไว้หมด ไม่มีใครกล้าเจอความจริง”
วิตหันมาสบตาเพื่อนทั้งสอง “ก็เพราะเรากลัวสูญเสียจนปล่อยให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ”
ภาพสุดท้าย อาทิตย์อัสดงทาบเงาเหนือป้าย “หอพักฟ้าคราม” กลุ่มเพื่อนนั่งเงียบ ๆ แต่สายตาเปิดรับกันด้วยความเข้าใจและเสียใจ ซากรองเท้าคู่เก่าของเวียร์ยังถูกวางอยู่ตรงท้ายอาคารเหมือนบันทึกความลับและความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันลบเลือน