ห้องกระจก
สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านระเบียงของหอพักนักศึกษาแพทย์ ‘ศลิษา’ อาคารเก่าแก่สามชั้น ขณะที่เดือนธันวาคมเพิ่งเริ่มบดบังความอบอุ่นจากเมืองขนาดกลางแห่งนี้ หอนี้เงียบสงัดเพราะช่วงสอบ หอพักใหม่ไกลออกไปเต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงหัวเราะ แต่ที่นี่เหลือเพียงความเงียบ ซ้อนทับด้วยเสียงนาฬิกาเก่าบนผนังเดินช้ามากกว่าความจริง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในห้องหมายเลข 212 อิงดาวเปิดมุ้งลวดเพ่นพ่านมองออกไปข้างนอก พยายามเพ่งหาอะไรบางอย่างในความมืด เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง—สัญญาณหายไม่เหลือแม้แต่ขีดเดียว ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง สายตาง่วงเหงาของเฟิร์น เพื่อนร่วมห้อง ที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงอีกฝั่งชั้นล่าง เงียบไปเช่นกัน
“เฟิร์น ได้ยินเสียงเมื่อกี้ไหม” อิงดาวพูดเบา ๆ
เฟิร์นขยับตัวพลิกกาย วินาทีหนึ่งเธอเหมือนไม่แน่ใจ
“เสียงกระจกแตกรึเปล่า อิงเงียบหน่อย ฉันจะหลับแล้ว”
อิงดาวถอนหายใจและปัดความคิดนั้นทิ้ง ปกติชั้นสองจะสงบตลอด ไม่เคยมีปัญหาอะไรกวนใจ
แต่เสียง…เมื่อครู่…เหมือนมาจากห้องที่อยู่ปลายทางเดิน
ผ่านไปอีกสิบนาที ไลน์กลุ่ม “212 survival” ก็แจ้งเตือน วิรดา สมาชิกอีกคนที่ทำสติ๊กเกอร์ขำ ๆ ของกลุ่ม ส่งข้อความว่า
“พวกเธอ อยู่ด้วยกันหรือออกไปดูเสียงกระจกแตกกับฉัน?”
ทันใดก็มีข้อความตอบเร็ว ๆ จาก ‘ภัทร์’ สมาชิกชายหนึ่งเดียวในกลุ่มที่พักชั้นสาม “อาทิตย์นี้ผมอยู่คนเดียวนะ จะลงไปเดี๋ยวนี้ให้”
ในที่สุดพวกเขาทั้งสี่คนก็ตัดสินใจออกมายืนรวมกันหน้าห้องน้ำหญิงชั้นสอง ทั้งหมดกำลังมองประตูไม้ด้านท้ายสุดของทางเดิน—ประตูที่ดูไม่เข้ากับสถาปัตยกรรมอื่น
“แต่ตรงนี้…เมื่อก่อนเป็นห้องเก็บของไม่ใช่เหรอ?” วิรดาขมวดคิ้ว เธอลูบแขนแรงขึ้นเมื่อรับรู้ความเย็นจากประตู
อิงดาวพึมพำ “เมื่อคืนซ้อมเต้นกับเพื่อน ยังเห็นมีอะไรขวางไว้อยู่เลย”
เฟิร์นเอียงคอ “แต่เสียงที่ได้ยินเหมือนกระจกจริง ๆ นะ แล้วใครจะเข้ามาตอนนี้?”
ภัทร์ลองบิดลูกบิดเบา ๆ ประตูเปิดออกเองช้า ๆ ด้วยเสียงครืดดังก้องในพื้นที่ว่างเปล่า
ในนั้นมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมเล็ก-กลาง กว้างราวสามเมตร กลางห้องมีผนังกระจกใสหนา กรุไปทั่วจนแทบจะไม่มีทางหลบแสงสะท้อนของตัวเอง เงาพวกเขาเคลื่อนไหวขาด ๆ หาย ๆ ตามแสงไฟสลัวที่ลอดเข้ามาจากทางเดิน
เฟิร์นถอนหายใจยาว “โอ๊ย ฉันขนลุก ไม่อยากอยู่ในนี้เลย”
เสียงกระจกขีดข่วนดังแผ่ว ๆ วิรดาเผลอกำมือแน่น สีหน้ากระวนกระวาย แต่เมื่อมองหาแหล่งเสียง กลับว่างเปล่า—ไม่มีอะไรนอกจากเงาและผนังกระจกล้อมรอบ
“ฉันว่าออกมาดีกว่า” อิงดาวพูดเบา ๆ แต่ท่ามกลางความเงียบ มีเสียงอะไรบางอย่างคล้ายหายใจอยู่ในห้อง แม้ทุกคนจะหันไปมองหน้ากัน
พวกเขาชะงักตรงนั้น หัวใจเต้นแรง แต่สุดท้ายก็เดินถอยออกไป ปล่อยให้ประตูค่อย ๆ ปิดลงเอง และเสียงในห้องก็เงียบหายไป
เช้าวันถัดมา วิรดาตื่นขึ้นมาก่อนและสังเกตเห็นว่าหน้าต่างระเบียงเปิดอ้า ทั้งที่เมื่อคืนปิดไว้ รอยน้ำค้างเจือปนกับคราบฝุ่นบนพื้นห้องเหมือนมีคนแอบเข้ามา วิรดาก้มลงช้า ๆ พบเศษกระจกใสรูปสามเหลี่ยม ไม่มีใครรับว่าทำหล่นไว้
ในห้อง 212 มีการพูดคุยอึดอัดตลอดช่วงเช้า เฟิร์นเอาแต่เลื่อนโทรศัพท์เช็กสัญญาณแต่ก็ยังไม่มี ภัทร์บ่นว่าตัวเองฝันร้ายแต่เล่าไม่ได้ อิงดาวนั่งนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง สายตาเธอจ้องไปที่แสงสะท้อนผนังตรงมุมห้องน้ำ ตอนพักกลางวันพวกเขาตัดสินใจไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดของหอพัก
เจ้าหน้าที่หอแก่มากกล่าวกับพวกเขาว่า “อยู่กันครบแล้วล่ะสิ ชั้นสองน่ะเคยมีเหตุการณ์แปลก ๆ ตั้งแต่สมัยฉันยังสาว ๆ” เธอเหลือบตามองกระจกในห้องโถงราวกับไม่อยากพูดต่อ “เคยมีนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่งหายตัวไป ไม่มีใครหาเจอ มีแต่คนว่าเธอ…ชอบนั่งคนเดียวตรงห้องเก็บของนั่นแหละ”
“แล้ว…” ภัทร์ลังเล “มีใครเจอศพไหมครับ?”
หญิงชราพูดสั้น ๆ “ไม่เคย ไม่มีศพ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย” ก่อนจะรีบหันไปจัดแฟ้มทะเบียนนักศึกษาเก่า
กลุ่มเพื่อนกลับห้องด้วยความรู้สึกหนักแน่น เหมือนมีเมฆหมอกลอยอยู่ในใจ วิรดาสุดท้ายตัดสินใจเก็บเศษกระจกใสไว้ในถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ข้อมือ ส่วนอิงดาวเอาแต่เหม่อและจ้องมองไลน์กลุ่มราวกับรอคอยข้อความอะไรสักอย่าง
กลางดึกวันนั้น เฟิร์นได้ยินเสียงขีดข่วนที่หน้าต่าง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างช้า ๆ จนเธอต้องนั่งพิงผนัง มือสั่นเล็กน้อย เมื่อเพ่งมองออกไป ยังเป็นความมืดเดิม แต่เธอกลับมองเห็นเงาของผมยาวดำปรากฏแวบนึงบนกระจกด้านนอก ก่อนทุกอย่างจะเงียบลงอีกครั้ง
เช้าวันถัดมา อิงดาวและภัทร์ออกไปเรียน วิรดากับเฟิร์นอยู่ห้อง เฟิร์นถามอย่างลังเล “เมื่อคืนเธอ…ได้ยินเสียงเหมือนฉันไหม?”
วิรดาพยักหน้า สีหน้าหวาดระแวงก่อนจะหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ ออกมากางดูเศษกระจก “เราว่ามันมีมาก่อนเรา หรือเรานำมันมาเอง?”
บ่ายวันนั้น ทุกคนตัดสินใจกลับเข้าไปในห้องกระจกอีกครั้งตามแรงกดดันของสถานการณ์ ประตูเปิดช้าด้วยมือภัทร์ ในห้องไม่มีอะไรเปลี่ยนไป นอกจากเศษกระจกชิ้นใหม่บนพื้นกึ่งกลางห้องและแสงแดดที่หักมุมผ่านผนังกระจกจนเกิดเงาแปลกประหลาด
“จำได้ไหม คืนแรกที่เธอพาเราเข้าห้องนี้…” อิงดาวหันไปมองวิรดา “เราไม่เคยสังเกตว่ามันมีอยู่จริง ๆ จนเมื่อวาน”
“หรือว่าเป็นความทรงจำผิด ๆ” เฟิร์นอ้ำอึ้ง “หรือห้องนี้มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามคนที่เข้ามา?”
ภัทร์เงียบไปนาน “เมื่อคืนผมนึกถึงเสียงร้าวของกระจก แล้ว…แล้วผมรู้สึกเหมือนมีใครสักคนในห้องนี้”
เสียงหายใจแผ่วเบาดังขึ้นราวกับตอบรับในห้องเงียบ ผู้หญิงผมดำในแสงเงาปรากฏขึ้นเพียงผ่าน ๆ เงาของเธอไม่เคยสมบูรณ์ ทุกครั้งที่มองจะเห็นแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่าง…ไม่มีใครสามารถสบตากับเธอได้นาน
อิงดาวก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว กระจกเริ่มร้าวทีละเส้นขณะที่ทุกคนรีบออกจากห้อง ประตูปิดเสียงฝืดอีกครั้ง รอบ ๆ ประตูกระจกเงาทุกบานมีลายร้าวใหม่ปรากฏขึ้น—แตกต่างจากเมื่อคืน
ตกกลางคืน ไฟในห้องดับลงชั่วขณะ เสียงโทรศัพท์มือถือของอิงดาวกระตุกสั้น ๆ ก่อนดับสนิท ทุกคนรวมตัวในห้อง 212 อิงดาวยกมือแน่นขึ้นกลางอก “เราว่า…ห้องนั้นคงไม่ได้สร้างไว้เพื่อเก็บของจริง ๆ”
“แล้วจะทำยังไง?” วิรดาตัวสั่น “อาจารย์ฝ่ายหอพักหรือรุ่นพี่ก็ไม่เคยพูดถึง มีแต่ในแปลนเก่า ๆ ที่ไม่มีห้องนี้…”
ภัทร์ยกมือขึ้นช้า ๆ “ผมว่าคืนนี้ ต้องไปดูอะไรให้รู้แน่ ๆ”
พวกเขาเตรียมไฟฉายและเศษกระจกไปด้วย ทุกฝีเท้าบนทางเดินยาวในความเงียบยิ่งทำให้ใจเต้นแรงขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้าไปอีกครั้ง กระจกภายในห้องบิดเบี้ยว แสงเงาซ้อนทับกันสร้างภาพลวงตา หลายจุดมีรอยร้าวใหม่บาง ๆ จนแทบจะกลายเป็นลายแผนที่ของบางอย่าง
เฟิร์นสัมผัสผนังกระจก รู้สึกได้ถึงความเย็นและแรงสั่นแปลก ๆ ในข้างในเงาปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาว—มีแต่เงาไม่มีตัวตน ในความเงียบ จู่ ๆ เฟิร์นถามขึ้นว่า “ถ้ามีบางอย่างถูกขังอยู่ในนี้ เราจะปล่อยออกไปหรือเก็บไว้ดี?”
ไม่มีคำตอบ วิรดาจับมืออิงดาวไว้แน่น “ฉันจำได้ว่าตอนแรกอิงไม่อยากให้เราเข้า…อิงเคยฝันถึงห้องนี้รึเปล่า?”
อิงดาวเงียบงันไปนาน แววตาเธอสั่นไหว “ฉัน…เหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกทุกคืนตั้งแต่ย้ายมาอยู่หอนี้…แต่ไม่เคยเห็นหน้า”
ภัทร์ยืนหน้ากระจก มองลึกลงไปในเงา “ในนี้…มันไม่ใช่เพียงแค่ห้อง ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต เงาเราแปลกไป”
เสียงกระจกแตกลั่นราวกับมีใครทุบ ผนังกระจกด้านขวาแยกออก มือขาวซีดรูดผ่าน ผมยาวดำขลับปกปิดหน้า รอยเลือดไม่มี มีเพียงเงาลาง ๆ
ทุกคนรีบก้าวถอย อิงดาวลังเลแต่ตัดสินใจยื่นมือออกไปช้า ๆ สัมผัสเงานั้นทันทีที่ปลายนิ้วชนเข้ากับผนังกระจก—ภาพทั้งหมดดับวูบ ประตูปิดแน่นสนิท บุคคลทั้งสี่ถูกขังอยู่ในห้อง เพื่อนหายไปทีละคนทีละคน เหลือเพียงวิรดาในเงาสะท้อน
วิรดาตื่นขึ้นมาในห้อง 212 ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น เธอมองพบถุงผ้าใส่เศษกระจกอยู่ข้างตัว ทุกอย่างเหมือนเดิม—แต่ไม่มีใครในไลน์กลุ่ม ไม่มีชื่อของอิงดาว เฟิร์น หรือภัทร์ในประวัติการแชท ใบหน้าของเพื่อน ๆ ว่างเปล่าเหมือนเงา ไม่สามารถนึกถึงเสียงหัวเราะหรือเสียงพูดคุยในอดีตได้
ในความเงียบของหอพักเดิม เสียงกระจกแตกร้าวยังคงดังขึ้นในอีกห้องหนึ่ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิรดาไม่กล้าเดินไปใกล้ เธอได้แต่เฝ้ารอ คืนแล้วคืนเล่า…อยู่ในหอพัก ที่ไม่มีใครควรอยู่คนเดียว