แสงที่ไม่มีใครเห็น
เสียงรองเท้าคู่เก่ากระทบพื้นไม้ดังเบา ๆ ขณะที่แพรเดินผ่านระเบียงประตูบ้านเก่าที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ เธอหยุดชั่วขณะ สูดหายใจลึก มองสำรวจบ้านสองชั้นกลางป่าละเมาะด้วยสายตาระแวง บ่ายวันนั้นแสงแดดส่องกระทบผนังสีจางจนดูซีด และมีกลิ่นความชื้นแผ่วออกมาจากใต้พื้นไม้เก่า ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขอโทษนะคะ ขอบคุณที่รับงานให้” เสียงผู้หญิงสูงวัยโทรมาทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ น้ำเสียงเครียด เธอสั่งกำชับให้แพรอยู่ในบ้านเป็นเวลาเจ็ดวัน เพื่อเฝ้าดู ไม่ให้ใครเข้ามายุ่มย่าม งานง่าย ๆ กับค่าตอบแทนงาม—แพรลังเลนิดหน่อยแต่ก็ตอบตกลง เงินคืองาน งานคือเงิน และเธอหนีอดีตที่ไม่มีใครรู้
แก้วน้ำใสในมือสั่นเล็กน้อยเมื่อเธอยกขึ้นจิบ พยายามกลืนกลิ่นฝุ่นในห้องนั่งเล่น พลันเสียงบานประตูดังเอี๊ยดลั่น แพรหันควับ เธอหยุดหายใจ ห้องเงียบสนิท ไม่มีอะไร ไม่มีใคร
เธอตั้งโต๊ะอ่านหนังสือตรงริมหน้าต่าง ปล่อยแสงเปื้อนเขียวจากต้นไม้นอกบ้านลอดเข้ามา แพรวางกระเป๋าเป้หนักอึ้ง คิดถึงบ้านเก่าสมัยเด็กและแม่ที่จากไป เสียงลมหวีดผ่านฝาผนังคล้ายมีเสียงกระซิบบางอย่าง เธอไม่ได้ใส่ใจ พยายามอ่านหนังสือแต่ก็เผลอมองไปรอบ ๆ ห้องบ่อย ๆ
ฟ้ามืดเร็วกว่าที่คิด แพรเดินตะเกียงน้ำมันไปที่ห้องครัว ยังไม่มีไฟฟ้า ไฟฉายสำรองอยู่ในกระเป๋า แต่เธอไม่กล้าเอาออกมากลางคืน เหมือนกลัวจะไปปลุกอะไรบางอย่างให้ตื่นจากเงา
ค่ำวันแรก เธอกินข้าวกล่อง หลบอยู่ในห้องเล็ก ๆ ชั้นสอง ตรงหน้าต่างได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบกรวดหน้าบ้านชัดเจน เธอขยับเข้าไปแอบข้างเตียง จับโทรศัพท์แน่น ไม่มีสัญญาณ เสียงเงียบลง สักพักฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป
แพรไม่กล้าหลับ อดนึกถึงใบหน้าลุงคำ คนเดียวในหมู่บ้านที่มาส่งเธอเมื่อบ่าย ไม่น่าไว้ใจ ดวงตามองต่ำเหมือนจะหลบอะไรบางอย่าง น้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึก “อยู่ให้ครบเจ็ดคืน อย่าออกไปไหน ห้ามรับใครเข้าบ้านเด็ดขาด” เขาว่า
เช้ามาตื่นด้วยเสียงนกร้องและแสงแดดจางส่องผ่านม่าน หน้าต่างห้องเปิดแง้ม เธอจำได้ว่าล็อกก่อนนอน หัวใจเต้นแรง รีบลงไปตรวจดูประตูหน้าบ้าน—ล็อกอยู่เหมือนเดิม แต่เหมือนมีอะไรขาด ๆ หาย ๆ ในอากาศ แพรรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ระหว่างเดินสำรวจรอบบ้าน เธอสังเกตเห็นรอยเท้าดินแดงฝังอยู่บนระเบียง ดูสดใหม่ คล้ายรอยของเด็กเล็ก ๆ ทว่าในบ้านนี้ควรจะไม่มีใคร ยิ่งรู้สึกอึดอัดขึ้นทุกที
ช่วงสาย ลุงคำปรากฏตัวพร้อมชายวัยรุ่นชื่อฟิวส์ อ้างว่าเป็นหลานชาย จะมาช่วยดูแลงานสวนหลังบ้าน ฟิวส์ท่าทางเงียบ ไม่สบตาเธอ เอาแต่แอบมองบ้านด้วยสายตาคล้ายคุ้นเคยแต่ระแวง แพรลังเลแต่ก็จำต้องยอมให้ทั้งสองอยู่บ้านด้วยกันจะได้ไม่โดดเดี่ยว
มื้อเย็นผ่านไปเงียบ ๆ ลุงคำคอยมองไปรอบ ๆ บ้านอย่างไม่ไว้ใจ เวลากินข้าว ฟิวส์ถึงกับวางช้อนแล้วพูดขึ้นเบา ๆ “บ้านนี้เคยมีคนหาย” น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ เธอถามต่อแต่ลุงคำตัดบท “อย่ารื้อฟื้น เขาไม่ชอบ” เงียบต่อ
คืนนั้นมีเสียงเหมือนเด็กวิ่งเล่นดังจากห้องข้างล่าง แพรกับฟิวส์ชะโงกหน้าไปดูพร้อมกัน ลุงคำนั่งข้างเตียงมองนิ่ง ๆ “อย่าไปสนใจ เสียงพวกนี้นาน ๆ ที”
ฟิวส์บอกแพรเบา ๆ ตอนอยู่สองคน “เคยเห็นแสงไฟในบ้านสามสี่ทุ่ม เหมือนใครเดินอยู่ ทั้งที่ไม่มีใคร” ใบหน้าฟิวส์ซีดจาง ดวงตาดูลึก เธอฟังแล้วหัวใจเต้นแรง กลั้นหายใจอยู่เงียบ ๆ
หลังเที่ยงคืน ห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคน แพรนอนเบิกตา เหมือนจะได้ยินเสียงเรียกชื่อเบา ๆ ลอยมาจากทางเดิน “แพร…แพร…” เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตู กลั้นใจแง้มดู—เงาดำเฝ้าอยู่อีกฝั่งของความสลัว เธอรีบปิดประตู ลมหายใจขาดห้วง ไม่แน่ใจว่าเป็นฝันหรือความจริง
วันต่อมา แพรกับฟิวส์สำรวจพื้นที่สวนหลังบ้าน เจอศาลเก่า ๆ เสียหลักเกือบพังตั้งอยู่ ฟิวส์หยุดจ้อง ออกปากเตือน “อย่ายุ่งกับศาลนี้นะ” แพรถามว่าเกิดอะไร ฟิวส์แค่ส่ายหัวเบา ๆ
ระหว่างกลางวัน เหมือนบ้านจะสงบมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่แพรอยู่คนเดียว จะได้ยินเสียงก๊อกแก๊กจากห้องใต้หลังคา เธอดั้นด้นขึ้นไปเห็นหีบไม้โบราณตั้งอยู่ ไม่กล้าเปิด แต่เหมือนมีอะไรขยับไหวในเงามืดเวลามองเข้าไป
ฟิวส์ไม่ได้หลับทั้งคืน เขาเดินวนไปมาตามระเบียงเหมือนกำลังรอใคร แพรแอบเห็นฟิวส์หยิบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ออกมาอ่าน ทุกครั้งจะกระซิบเบา ๆ ว่า “อย่าให้เขาเจอทางออก”
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ทุกคนเงียบสนิท เสียงดังจากใต้ถุนบ้านคล้ายมีอะไรลากผ่าน แพรใจสั่น เดินไปดู แต่พบแค่ลอยขีดเป็นวงกลมบนดินแฉะ ไม่มีร่องรอยอื่น หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ร่างกายแทบไร้เรี่ยวแรง
กลางคืนวันนี้เหมือนจะหนาวกว่าทุกคืนที่ผ่านมา ไฟตะเกียงติด ๆ ดับ ๆ เงาบนผนังยืดยาวเหมือนคืบคลานเข้ามาใกล้ เสียงกระซิบและเสียงฝีเท้าบนบันไดวนมาอีกแล้ว ครั้งนี้ชัดกว่าทุกครั้ง
แพรรวบรวมความกล้าเข้าไปในห้องใต้หลังคา เห็นหีบไม้เปิดแง้ม เธอเห็นแสงเย็นเจี๊ยบแพรวพราวส่องออกมาเบา ๆ ข้างในมีรูปภาพขาวดำครอบครัวหญิงสาวและเด็ก ๆ ภาพหนึ่งขาดครึ่ง เหลือแต่หน้าน้องผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ใบหน้าดูเศร้ ๆ
ทันใดนั้น หมอกจาง ๆ ลอยเข้ามาในห้อง รูปภาพบนฝาเริ่มไหว เงาดำข้างหลังขยับเข้ามาใกล้ แพรกลืนน้ำลายหันหลังกลับ เห็นฟิวส์ยืนอยู่ เธอตกใจสะดุ้ง ฟิวส์กระซิบ “รู้แล้วใช่ไหม ว่าทำไมต้องอยู่ที่นี่”
เสียงรองเท้าคู่เก่าของยายลั่นตามพื้นไม้ เสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากใต้ถุนบ้านในเวลาเดียวกัน ภาพในหีบค่อย ๆ เลื่อนออกมาเผยให้เห็นใบหน้าผู้หญิงวัยกลางคน ทำให้แพรตัวเย็นวาบ
ฟิวส์บอกเบา ๆ ว่า “เขาเฝ้ารอคนที่กลับมาแก้ไขอดีต…” แพรสบตากับฟิวส์ น้ำตาเอ่อคลอ “แต่ฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันไม่ใช่คนผิด” ฟิวส์เพียงยิ้มเศร้า ๆ “บางครั้ง เราแค่ต้องยอมรับ ว่าเราเองก็มีส่วน”
ลุงคำวิ่งมาหยุดหน้าห้อง ใบหน้าตื่นตระหนก ตะโกน “อย่าให้เขาเปิดหีบ! อย่าให้ใครเห็นแสงนั้น!” ฟิวส์ผลักแพรออกจากห้อง ประตูปิดดังปัง ทุกคนเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของใครบางคนดังในห้องใต้หลังคา
ในความมืด เงาดำสูงเพรียวขยับใกล้เข้าไปที่ภาพถ่าย สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแสงเย็นผ่องนั้นเผยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนเงาหายวับ—เสียงเด็กหัวเราะแทรกซึมซ้ำ ๆ ทั่วบ้าน
ฟิวส์นั่งริมเตียง น้ำตาไหลเงียบ ๆ แพรขยับเข้ามาข้าง ๆ “บาปของบ้านนี้คืออะไร” เขาสบตาเธอ “คนที่นี่เคยเอาเด็กไปซ่อนไว้ที่ห้องใต้หลังคา มีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่รู้” เขาเสียใจ ไม่กล้าบอกตั้งแต่แรก แพรนิ่ง น้ำตาไหลอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
คืนนั้นรอบบ้านเงียบราวกับบ้านทั้งหลังหยุดหายใจ เสียงเพียงอย่างเดียวคือลมหายใจสะอื้นกับเสียงเรียกชื่อเบา ๆ “แพร…แพร…ช่วยฉันด้วย…” เธอนั่งกอดเข่า ซ่อนตัวในความมืด
ฝนตกหนักในคืนถัดมา น้ำรั่วลงจากหลังคา เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้อีกครั้ง คราวนี้อยู่หน้าห้อง จังหวะช้าสม่ำเสมอ ประตูค่อย ๆ เปิดออกเอง… เงาดำสูงโปร่งยืนอยู่กลางช่องแสง แพรตะโกนแต่ไม่มีเสียง
ทันใดนั้น ลุงคำปรากฏตัว คว้าตะเกียงไว้ในมือ “หยุด! อย่าเข้าไปข้างใน!” เสียงลุงคำหนักแน่น เงาดำชะงักหันขวับมาหาเธอ ดวงตาสีน้ำแข็งสะท้อนประกาย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง
เงานั้นก้าวผ่านลุงคำออกไปสวนทางกับฟิวส์ แพรยืนตัวแข็ง ฝนหยุดตกฉับพลัน เสียงเด็กหัวเราะลอยจากทุกมุมบ้านก่อนเงาทั้งหมดหายไปช้า ๆ
รุ่งเช้า แพรเดินอ้อมสวนดูศาล พบตุ๊กตาดินเผาแตกร้าววางไว้ตรงกลางวงกลมดิน ฟิวส์เดินตามมา เบาเสียง “เขาจะไม่กลับมาถ้าไม่มีใครไปเปิดแสงอีก” แพรนิ่ง น้ำตาไหลไม่หยุด
วันสุดท้ายในบ้าน แพรนั่งเงียบในห้องนั่งเล่น เธอเห็นเงาตัวเองยาวเยียดยามแสงแดดส่องตรงมุม—เงาที่ไม่เคยเหมือนเดิม ตั้งใจจะออกจากที่นี่ ลุงคำอวยพรเบา ๆ “บ้านนี้ให้อภัยทุกคน ยกเว้นคนที่ไม่กล้ายอมรับความผิด”
แพรเดินออกจากบ้าน ก้าวเข้าสู่แสงแดดพร้อมบาดแผลในใจที่ไม่มีใครมองเห็น บ้านหลังนั้นกลับสงบ เย็นและเงียบ ไม่เหลือแม้แต่เสียงลมหายใจของเงา…