ผีใต้ถุนโรงเรียน
สายลมเย็นจัดประทะใบหน้าเพลงขณะเธอยืนอยู่ลำพังหน้าตึกเก่าของโรงเรียน อาทิตย์ยามเย็นทิ้งเงายาวทอดยาวจนน่ากลัว เธอกำลังรอเพื่อนสนิทชื่อแจนเพื่อจะไปฝึกซ้อมวงดนตรี—แต่วันนี้อาคารดนตรีเงียบเกินปกติ กุญแจที่ผู้ดูแลมอบให้เธอรู้สึกเย็นเฉียบราวกับจนถึงกระดูก เหลียวซ้ายขวา เพลงรู้สึกว่าใครบางคนกำลังจ้องมองจากใต้ถุนอาคาร แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฝีก้าวรีบเร่งของแจนดังขึ้นขัดจังหวะความอึดอัด “วันนี้ขอโทษทีนะ เราเพิ่งสอบเสร็จ” เพลงยิ้มบาง คลายกังวลที่มีแต่ในใจ “ไม่เป็นไร กลัวเหรอ ทำไมเดินเร็วจัง” แจนกลอกตา “เปล่า แค่รู้สึกแปลกๆ”
ประตูไม้บานใหญ่เปราะเสียงดังเอี๊ยดเมื่อเพลงไขกุญแจ สายลมวูบราวกับห้องดูดลมหายใจ ด้านในเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นเก่าจนปิดจมูกไม่อยู่ แจนหยิบกระเป๋าวาง ดึงเก้าอี้ลั่นกร๊อบ เพลงก้มลงเสียบสายกีตาร์ สายตาเลื่อนไปยังใต้กรงระนาดที่มีรอยขูดข่วนเป็นทางยาว ๆ
“เมื่อวานฟ้าผ่าตรงนี้รึเปล่า ดูดิ เหมือนมีใครลากอะไรไปใต้ถุน” แจนหยอก เพลงเบือนหน้าหนี “เลิกพูดเล่นได้มั้ย”
แต่พอเสียงอุปกรณ์คลิกทำความสะอาดของครูดนตรีดังขึ้น เพลงกับแจนรีบเงียบ บรรยากาศแน่นขนัด ปกติครูจะแค่ชำเลือง แต่นี่จ้องพวกเธอนานจนน่าอึดอัด
ช่วงหัวค่ำหลังซ้อมเสร็จ แจนช่วยเพลงเก็บของ เสียงเคลื่อบของดนตรีด้านบนหายไป เหลือแต่เสียงลมที่ลอดช่องไม้ เพลงเดินวนสำรวจสวิตช์ไฟ เหลือบไปเห็นเงาบางอย่างใต้พื้นห้อง ระวังว่าอาจเป็นสัตว์ เพลงจึงไม่มีใครพูดถึง
แต่คืนนั้นเอง—ขณะเดินผ่านลานกลับหอพัก—เสียงกรีดแหลมแผ่วเบาก็ดังจากใต้ถุนห้องดนตรี พวกเธอหยุด บีบมือกันแน่น เสียงนั้นไม่ได้ดังแค่ในหู หากแต่แทรกซึมสู่หัวใจ
“ได้ยินหรือเปล่า?” เพลงถามเสียงสั่น แจนนิ่งงัน ก่อนจะตอบ “เรา…ไม่แน่ใจ บางทีมันอาจเป็นแมวก็ได้…”
แต่ในดวงตาของแจนเต็มเปี่ยมด้วยความหวาดระแวง แจนรีบดึงเพลง “กลับเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมา” เพลงพยักหน้า โอเคโดยไม่แย้ง
คืนนั้นเพลงนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรขูดผนังข้างเตียง เสียงเล็บลากยาวจนเสียวฟัน พอเปิดไฟก็เงียบหาย เธอซบหมอน กอดแน่น ภาวนาให้เช้าถึงไวขึ้น
เช้าวันถัดมา ห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงเล่าขานแต่ละคนพูดถึง “เสียงผีร้อง” ที่ลานใต้ถุน แจนกลายเป็นจุดสนใจ เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่อยู่แถวนั้น เธอเครียดจนแทบไม่ยอมเงยหน้า เพลงก็พลอยอึดอัดตาม พวกนักเรียนต่างแหย่ถามแต่แจนปัดตอบ เพลงสังเกตว่า มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อบาส ชอบมองออกไปทางห้องดนตรี พร้อมสีหน้าครุ่นคิด
หลังเลิกเรียน วันเดียวกัน เพลงกับแจนต้องกลับไปย้ายของที่ค้างไว้ กับความรู้สึกอึดอัดที่หนักขึ้น ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป แสงแดดตกกระทบทำให้เกิดเงาดำทอดผ่านตู้เปียโน เพลงกับแจนเหลียวซ้ายขวา เสียงแปลกประหลาดเพิ่งโผล่ดังขึ้นใต้พื้น ดังเหมือนมีใครซุบซิบ เหมือนเสียงเด็ก
“เพลง นายว่าใครมาอยู่ข้างล่างได้บ้างอะ” แจนเอ่ยเบา ๆ
เพลงไม่ตอบ สีหน้ามืดมน ทั้งสองรีบเก็บของแต่ความรู้สึกเย็นเยือกไม่หายไป แจนพลันสะดุดเข้ากับเศษผ้าลายการ์ตูนเก่า ๆ ติดคราบดินกลิ่นเหม็น มีชื่อปักว่า ‘นัท’ เพลงหยิบมาดูอย่างลังเล
“รู้จักใครชื่อนัทมั้ย?” แจนส่ายหน้า เพลงวางผ้าลงอย่างเร็วหนีความเย็นเยียบเฉียบขึ้นมาในอก
ข่าวเล่าขานเริ่มแพร่กระจายว่านัทเป็นเด็กที่เคยเรียนที่นี่แล้วหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครกล้าพูดถึง รายชื่อในทะเบียนก็ไม่ระบุ เฉพาะผู้ใหญ่ในโรงเรียนที่พยายามกลบเกลื่อน ทุกครั้งที่พวกเขาถามครู ก็ถูกผลักไสหรือเปลี่ยนหัวข้อทันที
ค่ำคืนถัดมา เพลงกับแจนได้รับข้อความปริศนาผ่านกลุ่มแชทเตือนให้ ‘อย่ากลับไปที่ห้องดนตรี’ พร้อมคลิปสั้นที่จับได้เพียงเสียงร้องไห้สลับเสียงลากไม้ใต้ถุน เพลงตัดสินใจจะสืบหาความจริง แจนลังเล แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวเพื่อนโดดเดี่ยว
เมื่อกลับไปที่อาคารดนตรีในคืนที่สาม ความเงียบเลวร้ายลง ราวกับถูกรวบทุกเสียงไปฝังดิน เพลงรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตาทุกฝีก้าว มีเสียงเดินตามมาทีละก้าว พอหันไปก็ไม่เจออะไร เงาของสองสาวขยายยาวขึ้นตามแสงไฟกะพริบ เสียงแตะพื้นไม้ดังตามจังหวะหัวใจ
จู่ ๆ แจนก็นั่งลงกับพื้น สายตาเบิกโพลง “เรารู้สึกเหมือนขยับไม่ได้—” เพลงพยายามประคอง แจนสะอื้น “ช..ช่วย…ด้วย” จู่ ๆ เสียงร้องเด็กเล็ดลอดขึ้นมาอีกครั้งจากใต้พื้นเบื้องล่าง เสียงใกล้จนได้ยินลมหายใจขาดเป็นท่อน ๆ เพลงคว้ามือแจน กึ่งลากกึ่งจูงไปหน้าประตู เสียงซุบซิบดังแทรกอยู่ตลอดเวลา
วันถัดมามีคนแจ้งว่าเด็กชายบาสหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน ทุกคนแตกตื่นรวมถึงครูแต่ก็ปิดข่าวเงียบ แจนสติแตก เห็นแต่เงาดำ ๆ วูบวาบข้างหน้า เพลงเริ่มหวาดระแวงสร้างกำแพงใจจนไม่ไว้ใจใครนอกจากแจน
ระหว่างการสอบสารภาพ เพลงถูกเรียกพบครูปริม ครูพูดอ้อมค้อมไม่ยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘นัท’ เพลงตัดสินใจบุกค้นแฟ้มเก่าในห้องเรียน พบภาพถ่ายเด็กผู้หญิงกับคุณครูหน้าเหมือนครูปริม แต่เด็กในภาพกลับอยู่ในเงามืด ชื่อในภาพถูกขีดฆ่า ทว่าใบหน้ากลับประดุจมีใครซ่อนความอัดอั้นไว้ เพลงรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในความทรงจำนั้น
ไม่นานเสียงกีตาร์ดังขึ้นด้านหลัง เพลงหันไปไม่เจอใคร เพลงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว—ห้องดนตรี หมอนัทที่หายตัว ภาพถ่ายและครูปริมคือผู้เดียวที่ยังเหลือหลักฐาน—หรือทั้งหมดคือภาพลวงตาของความรู้สึกผิดในอดีต?
เพลงหันไปคุยกับแจน “ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องมีแต่เราเห็น” แจนนิ่ง ไม่ตอบ ดวงตาแจนเอาแต่หลบ
ตกเย็น แจนตัดสินใจสารภาพ “จริง ๆ…เราเคยแอบไปรื้อของใต้ถุน ตอนนั้น…เจอผ้าห่มลายเดียวกับที่เราหยิบวันนั้น มันมีกลิ่นแปลก ๆ แต่เราขว้างทิ้งไปเลย…” เพลงเงียบตาแดง “นายไม่น่าขว้างเลย” แจนร้องไห้หนักขึ้น
หลังจากนั้น แจนเริ่มหมดสติเป็นพัก ๆ ทุกครั้งที่เสียงเด็กดังขึ้นใต้ถุน เงาปริศนาในโรงเรียนเพิ่มขึ้น เมื่อทุกคนต่างกลัวไม่มีใครกล้าเดินผ่านอาคารดนตรีอีก เพลงรับรู้ว่า มีสิ่งผิดปกติ มากกว่าที่คิด และเธอเองอาจเป็นคนเดียวที่ต้องเผชิญความจริงนี้
คืนนั้นเพลงกลับไปใต้ถุนคนเดียว เงียบงัน เธอยืนริมแผ่นไม้ที่เสียงดังตอนก้าว เพลงนั่งลง โน้มใบหน้าแนบพื้น ได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ปนเสียงลมหายใจ
“ถ้านายอยู่ที่นี่…ขอโทษนะ เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย…” เพลงน้ำตาซึม เสียงนั้นเงียบไปชั่วขณะพลันกลับมาเป็นเสียงกระซิบ
“อย่าลืมเรา”
เพลงชะงัก ประสาทสัมผัสตึงเครียด ก่อนแสงไฟจะดับพรึ่บ ห้องทั้งห้องจมสู่ความมืด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดไม้ส่องให้เห็นเงาลาง ๆ ของเด็กน้อย เสื้อเปื้อนดินยืนอยู่ไกล ๆ เพลงไม่กล้าขยับ จนกระทั่งเสียงของเด็กน้อยดังอีก
“อยากออกไป อยากเล่นดนตรี—แต่หนาวมาก มืดด้วย…คืนนี้กลับมาอีกได้มั้ย”
เพลงพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้า น้ำตาอาบแก้ม
เช้าวันต่อมา แจนเรียกเพลงไปหา “เราเหมือนจำอะไรได้ลาง ๆ …สมัยเด็ก ๆ เหมือนเรากับนายโดนขังไว้ใต้ถุน เห็นเงาเด็กคนนึง ร้องไห้ตลอด แต่ตอนนั้นเราวิ่งหนีออกมา ทิ้งเขาไว้ใต้ถุน…”
เพลงจับมือตัวเองแน่น “แล้วถ้าเป็นความจริงล่ะ…” แจนเงียบงัน
คืนต่อมา เพลงตัดสินใจลงไปที่ใต้ถุนด้วยตัวเอง เธอเอาผ้าห่มลายการ์ตูนที่เคยพบมาด้วย เงาในความมืดทอดยาว บรรยากาศหนาวเหน็บ ปลอดเสียงใด ๆ ยกเว้นเสียงหัวใจตัวเอง
เสียงเด็กดังขึ้น “เราอยากออกไป อยากเจอแม่ รอแม่ทุกคืนเลย” เพลงน้ำตาไหล เธอวางผ้าห่มลง “นายจะไม่หนาวแล้วนะ…”
ทันใดนั้น กลิ่นอับหายไป เงาในห้องลดลงอย่างช้า ๆ เสียงร้องแปรเปลี่ยนเป็นหัวเราะเบา ๆ เพลงรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด
วันถัดมา โรงเรียนกลับมาคึกคัก แสงสว่างมากขึ้นในอาคารดนตรี เพลงกับแจนเดินผ่านใต้ถุน เหลือบเห็นบาสเดินปกติราวกับไม่เคยหายตัวไป บาสเดินมาถาม “เมื่อคืนนายอยู่ที่นี่รึเปล่า ได้ยินเสียงเพลงเด็กดังออกมาเลย…”
เพลงกับแจนสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร เสียงดนตรีในห้องเล่นเบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่เดินผ่านใต้ถุน เสียงหัวเราะและเสียงเพลงของเด็กน้อยยังลอยมาพร้อมลมเย็น…