เสียงว่างกลางหุบผา
เสียงเท้าของยศพลกดโน้มลงบนทางดินเหนียว เขาหยุดอยู่ตรงประตูรั้วไม้ไผ่ที่ขึ้นรา เช้าวันหนึ่งในฤดูฝน ม่านหมอกหนาปกคลุมทั่วหมู่บ้านหุบผาเล็ก ๆ ที่เขาจากไปนานนับสิบปี เขาสูดลมหายใจแรง กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นซากใบไม้ตายเดินเข้ามาในปลายจมูก เขามองบ้านไม้เก่าร้างตรงข้ามบ้านแม่ ราวกับมันแฝงตัวเงียบงัน อยู่ตรงนั้นเสมอมานับสิบปี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แม่ของเขานั่งงอตัวอยู่ข้างเตาไฟ เห็นเงาเขาผ่านช่องฝาไม้เก่า แม่สบตา ยศพลถอนหายใจ เงียบ ยศพลนั่งลงใกล้เตาไฟ มีแต่ความเงียบกับเสียงกองไฟปะปนเสียงน้ำฝน เข้าแทนบทสนทนาแรกของวัน
“ห่างหายไปนาน” เสียงของแม่เบาสลับเต็มไปด้วยรอยสะเทิน
“ครับ กลับมาดูแลแม่”
แม่ไม่พูดอะไรต่อ เหลือบมองออกนอกหน้าต่าง มืออ่อนแรงสั่นเข้าหาชามข้าวต้ม สีหน้าหม่นมัวราวกับคนที่จมดิ่งอยู่กับความจริงที่ฝังลึกยากเข้าถึง
เมื่อยศพลออกไปหาของหลังบ้านในยามบ่าย เขาเดินผ่านต้นไม้สูงที่เหมือนรายล้อมกักทุกเสียงออกจากโลกภายนอก ขาสัมผัสหญ้าเปียกพลันสดุดกับเสาล้มๆ ที่ขึ้นคราบเขียว-เขามองขึ้น บ้านร้างหลังนั้น ผู้คนในหมู่บ้านต่างหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้
คืนแรก ยศพลล้มตัวลงนอนบนพื้นฟาก ฝนหล่นกระทบหลังคา เสียงน้ำหยดจากสายฝน ลงถังไม้และถาดเก็บน้ำเป็นจังหวะ ยศพลผงกศีรษะฟัง …ท่ามกลางความเงียบสนิท มีเสียงกระซิบบาง ราวกับเด็กเล็ก ๆ ร้องหายที่ท้ายไร่ เขานิ่ง มือกำผ้าห่มแน่น เสียงนั้นหายไปคล้ายลมพัด
เช้าวันถัดไป ชาวบ้านต่างพูดน้อยลง ป้าแป้นใส่บาตรหน้าบ้านทุกเช้า มองยศพลแปลก ๆ ก่อนกระซิบ “คืนก่อน ได้ยินไหมลูก?”
“ได้ยินอะไรครับป้า?”
ป้าแป้นส่ายหน้า ไม่ยอมสบตา กลับเข้าบ้านทันที ทิ้งยศพลไว้กับคำถามนั้น
เมื่อเขาเดินไปส่งแม่ที่เรือนพยาบาลท้ายหมู่บ้าน ระหว่างทาง เจอนายบุตร ชาวบ้านวัยกลางคนหยุดสบตา-“พวกแก…ไม่ได้ยินเหมือนฉันใช่มั้ย?”
“อะไร?” ยศพลถาม
นายบุตรหมุนตัวไปอีกทางทันที ท่ามกลางหมอกขาวและเสียงลมหายใจตัวเอง
กลางคืนวันถัดมา ยศพลนั่งเขียนจดหมาย หวังส่งให้เพื่อนเก่าในกรุงเทพฯ พลันได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ใต้ถุนบ้าน เขาทาบฝ่ามือกับพื้น เสียงฝีเท้าหยุดลงเป็นระยะ หายไปราวลมหายใจของบ้านเก่า
เช้าวันหนึ่ง แม่ของเขาดูอาการทรุดลงกว่าเดิม นั่งพึมพำกับตัวเอง “มันกลับมาแล้ว…เสียงนั้น…” แล้วเงียบไปทันทีเหมือนกลัวใครได้ยิน
ยศพลลองเดินวนรอบบ้านร้างอีกหนึ่งรอบ อ้อมเข้าไปข้างหลัง เขาพบว่ารั้วไม้ถูกเปิดไว้แปลก ๆ มีเศษไม้แหลกใหม่ ๆ ตัวบ้านดูเหมือนไม่มีใครอยู่ แต่ยศพลกลับถูกดึงดูดเข้าไปใกล้ ประตูหลังบ้านงิ่วลั่นด้วยเสียงลม ภายในเงาเงียบ ผนังและพื้นบ้านคล้ายสิ้นเสียงโลก-มีแต่ความว่างเปล่าอึดอัด
เสียงกระซิบบางจากมุมห้องดังขึ้น จางหาย ยศผลขนลุกแต่ฝืนไม่หนี ก้าวต่อจนเจอผ้าสีดำผูกไว้บนคาน สูงเกินมือเอื้อมถึง
“รู้ไหม เคยมีคนหายในบ้านนี้” เสียงแว่วมาจากนายบุตรซึ่งตามมาแบบเงียบ ๆ ริมรั้วหลังบ้าน แม้จะไม่ได้หวาดกลัวเหมือนก่อน แต่ในน้ำเสียงนั้นมีบางอย่างฝังลึก
“ใคร?” ยศพลถาม
นายบุตรสบตาผ่านรอยแตกหน้าต่าง “ลูกสาวของข้า…กับเด็กอีกหลายคน”
ต่างฝ่ายต่างเงียบ ก่อนนายบุตรจะเสนอน้ำเสียงสั่น “อย่าเข้าไปกลางคืน ถ้าได้ยินเสียงเดิน…อย่าตอบ”
ยศพลเดินจากบ้านร้าง ใส่ใจมากขึ้นถึงท่าทีของทุกคนรอบหมู่บ้าน เด็กเล็ก ๆ ไม่กล้าเดินออกจากบ้านหลังหกโมง ชาวบ้านพูดเบา ๆ ทุกครั้งที่ผ่านมาใกล้บ้านร้างนั้น
รุ่งเช้ามีข่าวว่า นายบุตรหายไปตั้งแต่กลางคืน เหลือแต่รองเท้าข้างเดียวหน้ารั้วบ้านร้าง ยศพลใจคอไม่ดี แม่เขาเริ่มละเมอหนักขึ้น พึมพำเสียงเบาบาง
“ฟังไม่ได้…อย่าฟังเสียงนั้น”
คืนนั้นไฟดับทั้งหมู่บ้าน แอ่งเงาเข้าปกคลุม ยศพลจุดตะเกียง น้ำมันรินลงกระป๋องมือสั่น เขาได้ยินเสียงเคาะที่ประตู-แต่เมื่อเปิดออก ไม่มีใคร นอกจากหมอกหนาและเงาไม้ไร้เสียง
ฝนลงจัด ยศพลเดินวนในบ้าน มือกุมขมับ หัวใจเต้นแรง เมื่อเงาหนึ่งผ่านหน้าต่างแคบ-เขาหันขวับ แสงตะเกียงสะท้อนประตูกระจก เปล่า เขากลับได้ยินเสียงเด็กกระซิบข้างหูนุ่มเบา “ช่วยฉันที…”
สายวันถัดมา แม่ของเขาขาดสติ กรีดร้องไม่หยุด “มันอยู่ที่บ้านนั่น! หยุดฟังเสียง!” แม่น้ำตานองหน้า ถูกพาตัวไปโรงพยาบาลในตัวอำเภอ ยศพลจมอยู่ในความเงียบของบ้านและเสียงในหัว
เขาตัดสินใจเขียนข้อความแปะไว้บนฝาผนัง “อย่าฟัง” แต่คืนนั้นเอง เสียงเดินย่ำบนฟากไม้ดังขึ้นช้า ๆ จังหวะไม่เหมือนของมนุษย์ เขานั่งตัวแข็ง เงียบนิ่ง…เสียงเด็กเล็ก ๆ หัวเราะ คล้ายวิ่งวนรอบบ้าน กล้ามเนื้อเขาเกร็งเครียด เขาปิดหูแน่น
รุ่งเช้าพบว่าสิ่งของในบ้านถูกจัดวางใหม่ตามรูปแบบที่คล้ายเครื่องหมายประหลาด รูปวงกลมเชื่อมจุดเหมือนเขียนด้วยเศษไม้
วันถัดมามีเสียงสะท้อนคล้ายใครสะอื้นใต้ถุนบ้านท้ายค่ำ ยศพลเข้าไปดู เจอรูบนพื้นไม้ที่ซ่อนอยู่แต่ไร้สิ่งมีชีวิต ส่องไฟฉายลงไปคือความว่างมืดสนิท
กลางคืนผ่านไปอีก เขาขวัญเสียหนัก ฝันเห็นเงาเด็กเล็กในบ้านร้าง แต่พอตื่นมากลับพบผงขาวคล้ายเถ้ากระดูกใต้หมอน ติดมือมาโดยไม่รู้ตัว
ยศพลเฝ้าตามสืบ หาคำตอบ เขาเอ่ยปากกับป้าแป้นอีกครั้ง
“ป้า…บ้านนั้น เขาว่ามีอะไร?”
ป้าแป้นกลืนน้ำลาย “บ้านเก่านั่น …ย่าของลูกเคยบอกว่า มันคือที่ฝังของ ‘เสียง’ …ของคนที่ตายเพราะเงียบงัน ไม่ได้ส่งเสียงสักคำ …เสียงเลยติดอยู่ตรงนั้น รอฟังสิ่งที่ไม่มีใครควรฟัง…”
“แต่เสียงเด็ก ๆ นั่น?”
“เด็กหาย…ไม่มีใครพบอีกเลย” ป้าแป้นหลบตา น้ำเสียงระแวงรุนแรง
ค่ำวันหนึ่ง สำนักหมู่บ้านประกาศเวรยามระวัง เสียงแปลกเริ่มดังทั่วหมู่บ้านหลังฟ้าสาง …เหตุการณ์รุนแรงขึ้น ชาวบ้านเริ่มพูดถึง ‘พิธี’ แต่ไม่มีใครกล้าขยายความ
ใต้หมู่บ้านนั้นคือถ้ำโบราณที่ไม่มีใครกล้าเข้า ยศพลเริ่มได้ยินเสียงเรียกย้ำๆ ทุกคืน “ตามมา…” เขากดโทรศัพท์หาใครไม่ได้ ไฟฟ้ายังไม่กลับมาเหมือนเป็นจงใจ
คืนที่ฝนตกหนัก ยศพลตัดสินใจถือไฟฉายเดินไปที่บ้านร้าง เสียงลมหายใจในบ้านราวกับหยุดนิ่ง เขาเดินตรงไปที่ห้องกลาง ซอกซอนทุกซอกหลืบ สังเกตร่องรอยเศษผงและไม้แก่ที่วางพาดเป็นรูปวงกลมใหญ่กลางพื้น เขานั่งนิ่ง …เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ เดินวนรอบตัวเขาในความมืด
“ช่วยฉัน…” เสียงเด็กดังสะท้อนรอบห้อง กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นหวานฉุนของดอกไม้แห้ง ยศพลกลืนน้ำลาย เสียงหัวเราะแว่วตามมาแล้วหายไป
เขาเดินลงใต้ถุนบ้านจนพบฝารูดที่ปลายสุด เปิดออกเจอช่องลับมืดทึบ ยศพลหยิบไฟฉาย ก้าวลงช่องนั้น หัวใจเต้นระส่ำ เกิดความเงียบระดับหนวกหู เสียงโลกภายนอกหายไป เกิดเพียงเสียงลมหายใจ-และเสียงกระซิบคลอเบา
เขาพบตัวเขียนโบราณบนผนัง-รูปเด็กกำลัง ‘ฟัง’ เสียงล่องลอยบางอย่าง พร้อมวงเวทย์ลึกลับ ยศพลเข้าใจว่าทุกคนที่เข้ามาถูก ‘เสียง’ นั้นล่อลวงให้หายไปทีละคน เด็ก ๆ เหล่านั้นถูกกักขังในห้วงเงียบ
เสียงฝีเท้ารอบตัวดังขึ้น เขาร้องถาม “ต้องการอะไร?”
เสียงเด็กเหล่านั้นพูดพร้อมกัน “ส่งเสียงออกมา…ปลดปล่อยเรา…”
เสียงหัวเราะ-ร้องไห้ แผ่วเบาระคนกรีดร้อง เขาปิดหูแน่น เกิดแสงสลัวขึ้น คล้ายใครบางคนพยายามจะส่งสารออกมาสู่โลกภายนอก
ยศพลเห็นภาพว่า เด็กหลายคนถูกทำพิธีเพื่อผนึกเสียงของพวกเขาไว้ในหุบผา ไม่ให้ ‘ความเงียบ’ แผ่ขยาย แต่พิธีนั้นผิดเพี้ยน คำสาปจึงเกิดขึ้น
เสียงเดินใกล้เข้ามา ยศพลข่มใจ กรีดร้องออกมาให้ดังที่สุด“Heeeey!”
เสียงรอบตัวเงียบกริบทันที โลกภายนอกกลับมา-เขาตื่นขึ้นในบ้านตัวเอง เหงื่อท่วมตัว ทุกอย่างเหมือนจะปกติ
แต่ที่พื้นบ้าน มีข้อความเขียนด้วยผงขาว “อย่าเงียบ ให้เสียงอยู่ต่อ”
ตั้งแต่นั้นมา บ้านร้างโดนรื้อ ชาวบ้านเริ่มใช้เสียงเพลงคลอแทบทั้งคืน การหายตัวหายไป แต่เสียงว่างก็ยังวนเวียนในหมู่บ้านหุบผานั้นเสมอ ทุกครั้งที่มีใครกล้าเงียบในเวลากลางคืน …จะมีเด็ก ๆ กระซิบอยู่ไม่ไกล …ว่าความเงียบนั้น ไม่เคยจากไปไหน …