เงาบนผิวน้ำ
เสียงน้ำกระทบฝั่งเบา ๆ ในคืนที่หมู่บ้านป่ากอเงียบสนิท น้ำในทะเลสาบสะท้อนแสงจันทร์เป็นเส้นเงินยาวลึก เด็กหญิงที่ชื่อรินเดินเท้าเปล่าลงมาท่าน้ำคนเดียวโดยไม่บอกใคร เธอกอดตุ๊กตาผ้าแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเล็ก ๆ จากการซนในตอนเย็น เงามืดบนผิวน้ำเคลื่อนไหว รินหยุดมอง ไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ หัวใจเต้นรัว เธอเห็นเหมือนเงาคนยืนอยู่กลางน้ำ ทั้งที่มนุษย์ไม่มีทางยืนบนน้ำได้ ลมวูบหนึ่งพัดให้ผมเธอปลิว รินตาลุกโพลง แต่ไม่มีเสียงอะไรนอกจากฝีเท้าของเธอเอง เธอยืนนิ่งอยู่นานจนเย็นกระทั่งกลัวน้ำตาจะหยดตกลงไปแล้วรีบหันหลังกลับ วิ่งขึ้นบ้าน เหมือนมีเสียงกระซิบเบา ๆ ลอยตามหลังมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!รุ่งเช้า แสงแดดอ่อนที่ลอดใบจากเข้ามาในห้องเล็ก รินนั่งเงียบ ๆ มองออกไปทางหน้าต่าง ส่งเสียงถอนหายใจยาว ๆ ข้างแม่ที่กำลังปอกกล้วย ในวิทยุเสียงจอแจเล่าข่าวอากาศแปรปรวน ‘แม่…หนูฝันแปลก ๆ แม่เชื่อเรื่องผีในน้ำมั้ย?’ รินถามเสียงเบา แม่หยุดมือ หันมามอง สีหน้าหนักใจ ‘อย่าไปคิดมาก…บางอย่างในน้ำไม่ควรยุ่ง’ รินเงียบทันที เห็นว่าคำถามของเธอถูกปัดตกไปอีกครั้ง
เสียงมอเตอร์ไซค์ลากฝุ่นบนถนนลูกรัง ดล นักข่าวอิสระอายุสามสิบปลาย คนกรุงแต่เปื้อนฝุ่นทางไกล ลงจากรถพร้อมกระเป๋ากล้อง เขาจ้องมองผืนน้ำไกล ๆ อย่างลังเล ตั้งใจว่าจะมาหาข่าวเกี่ยวกับความลับของหมู่บ้านนี้ในช่วงฤดูแล้ง ขณะเดินลัดคันนาเข้าหมู่บ้าน เด็ก ๆ วิ่งหนีแล้วหันหลังมามอง ดลถอนหายใจ รู้ดีว่าคนแปลกหน้าถูกจับตามองเสมอ
ชายหนุ่มอีกคนเดินสวนลำคลองสายแคบ ชื่ออัฐ หลบสายตาชาวบ้าน พกกระป๋องเบียร์เปล่าในถุง เขาเป็นที่รู้กันว่าเคยมีเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีต ทำให้ใคร ๆ ก็ไม่กล้ามองหน้าอัฐเต็มตา อัฐมักเดินวนรอบหมู่บ้านตอนเช้าช้า ๆ ราวกับรออะไรสักอย่างในแต่ละวัน ‘เราคาใจอยู่ใช่มั้ย ยังโทษตัวเองอยู่ทุกคืนใช่มั้ย’ เขาพึมพำกับเงาลงบนผิวน้ำ รอยยิ้มปรากฏเพียงเสี้ยววินาทีแล้วหายไปในทันใด
วันถัดมา ดลเข้ามาในร้านขายของชำ เลือกซื้อน้ำดื่ม เห็นอัฐนั่งเหม่อมองกระป๋องเบียร์อยู่คนเดียว ‘พี่…รู้จักที่ที่เค้าว่ามีผีในน้ำมั้ยครับ?’ ดลลองถามเสียงไม่แน่ใจ อัฐเหลือบตามอง ดวงตาลึก ริมฝีปากบิดเล็กน้อย ‘ใคร ๆ ก็พูด…แต่เคยเห็นเองหรือเปล่า?’ ดลตอบ ‘ยัง…แต่เมื่อคืนมีคนเล่าว่าเห็นเงาคนบนผิวน้ำ’ อัฐทำท่าสะอึกเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปไม่พูดอะไร
รินเดินเล่นริมฝั่งน้ำ ไม้เท้าติดมือ เอาตุ๊กตาผ้าค้างคาวกอดไว้ เธอมองน้ำอย่างหวาดลังเล ‘เมื่อคืนเงายังคงอยู่เหรอ…’ เธอพูดเบา ๆ เหมือนถามตุ๊กตา จู่ ๆ ลูกโป่งสีแดงลอยมาจากฝั่งตรงข้าม เธอวิ่งตามแต่หยุดกะทันหัน เพราะในผืนน้ำตรงหน้า เงาที่เธอเห็นยังคงอยู่
ดลตั้งกล้องริมทางเดินเข้าไปกลางป่ากก หวังเก็บภาพอะไรแปลก ๆ ในหมู่บ้าน เขาได้ยินเสียงคนร้องไห้แผ่ว ๆ ลอยมากับลม ดลหันไปมอง เห็นรินนั่งกอดเข่าอยู่ที่ตลิ่ง ‘หนูร้องไห้หรือเปล่า?’ ดลถามอย่างอ่อนโยน รินสะอึกปาดน้ำตา ‘พี่…เมื่อคืนเห็นผีในน้ำมั้ย…’ ดลชะงัก ก่อนยิ้มให้ เธอส่ายหน้า ‘แม่ไม่ให้พูดกับคนแปลกหน้า แต่หนูกลัว หนูกลัวมันจะขึ้นฝั่ง’ เขายื่นมือเข้าไปใกล้ สายตาเต็มไปด้วยความเห็นใจ
อัฐเดินเลียบตลิ่งมาถึงพอดี เห็นดลกับรินคุยกัน เขาเดินผ่าน เฉยชา แต่สายตากลับจับจ้องริ้วคลื่น เงามัวของบางสิ่งในน้ำฉายบนดวงตาของอัฐ ดลตะโกน ‘พี่ อัฐ! รู้เรื่องผีในน้ำใช่ไหมครับ!’ อัฐชำเลืองมองอย่างขุ่นเคือง แต่สุดท้ายก็หยุดเท้า ‘ของแบบนี้…ถ้ายุ่งมากจะเดือดร้อนกันหมด รู้แค่นั้นเถอะ’ แล้วรีบเดินเลี่ยงไปทันที
กลางคืน หลังฝนตก ความมืดคลุมไปทั่วหมู่บ้าน รินฝันว่าเธอลอยอยู่กลางน้ำ เสียงร้องไห้จากใต้พื้นน้ำดังขึ้นเรื่อย ๆ เธอเห็นเงาของผู้หญิงในชุดขาวจมน้ำอยู่ใต้เท้า รินสะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบถี่ ดูเหมือนจะจับไข้ แม่รีบวางมือลูบศีรษะของเธอ ‘รินฝันร้ายอีกแล้วเหรอลูก…’ เธอพยักหน้า ‘ในฝัน…แม่อยู่ในน้ำด้วย’ แม่เงียบไปชั่วขณะ แววตาแข็งกระด้างขึ้นอย่างที่รินไม่เคยเห็น
เช้าวันต่อมา ดลนัดกับอัฐที่ศาลาไม้เก่า ‘ผมเคยเจอเรื่องแบบนี้แล้วที่อ่างเก็บน้ำอีกหมู่บ้าน มันต้องมีอะไรในอดีตแน่ ๆ’ อัฐส่ายหน้า ‘หมู่บ้านนี้…ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก ทุกคนแค่ไม่อยากพูด’ ดลขมวดคิ้ว ‘หรืออะไรที่พี่กับหมู่บ้านกลัวกันแน่?’ อัฐนิ่งไป ดวงตาแดงคล้ายจะร้องไห้ พึมพำเบา ๆ ว่า ‘ฆาตกรก็มักไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดนานที่สุด’ ดลจับจ้องนิ่ง รู้ว่ามีเรื่องลึกกว่านั้น
เมฆครึ้มคล้อยต่ำ รินเดินตามทางเลียบตลิ่ง เห็นกลุ่มเด็กชายเล่นไล่จับกันและผลักกันจนเด็กคนหนึ่งตกน้ำ เด็กที่ตกน้ำแหวกว่ายขึ้นมาทันที ร้องไห้เสียงดัง รินยืนแข็ง ทันใดเงาบางอย่างเคลื่อนไหวใต้น้ำใกล้เด็กคนนั้น เด็กชายอีกคนร้อง ‘ออกมานะ! อย่ากลั้นหายใจเล่น!’ ทุกคนหยุดนิ่ง ดวงตาเบิกกว้าง มองเห็นฟองน้ำเดือดปุด ๆ ต่างวิ่งหนีอย่างหวาดกลัว ทิ้งเด็กคนที่ตกน้ำไว้คนเดียว รินสั่น กลั้นใจเดินไปดึงแขนเด็กขึ้นมาได้สำเร็จ
คืนนั้น อัฐเปิดสมุดบันทึกเล่มเก่า อ่านหน้าที่หญิงคนหนึ่งเขียนไว้ ‘ขอโทษ…ลูกแม่’ ตัวอักษรลวก ๆ และหยดน้ำหมึกยังปรากฏชัด อัฐปิดสมุดอย่างหมดแรง ถอนใจลึก ‘ฉันยังชดใช้ไม่พอสินะ’ เขาโพล่งกับตัวเอง ก่อนออกเดินวนหมู่บ้าน ทอดสายตาลงแม่น้ำมืดเงียบ
ดลเริ่มสัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน ‘สมัยก่อนเคยมีใครจมน้ำตายไหมครับ?’ คนเฒ่าตอบด้วยเสียงสั่น ‘มี…แต่ไม่มีใครกล้าเล่า รายละเอียดมัน…มันไม่น่าพูดถึงหรอก’ ดลก้มหน้าจดบันทึก เผลอปรายตามองรูปถ่ายเก่าติดผนัง เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในรูป ใบหน้าเหมือนใครบางคนที่เขาเห็นในความฝัน วูบหนึ่ง ดลขนลุก
คืนนั้นฝนตกหนัก เสียงฟ้าร้องรัว ดลตื่นเพราะเสียงเคาะประตู เมื่อเปิดไปพบรินเปียกปอนยืนอยู่ ‘หนูเห็นมันอีกแล้ว มันอยู่ใต้สะพาน!’ ดลเอาผ้าซับผมให้ริน กอดไว้แน่น ‘ไม่เป็นไรนะ พรุ่งนี้พี่จะไปดูเอง’ รินสั่นกลัว เธอสะอึกในอก ดวงตาวาวเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง
อัฐยืนเหม่อมองน้ำกลางสายฝน เหงื่อแตกซิกแม้กลางคืนเย็น ‘ฉันไม่หนีอีกแล้ว…’ เขากระซิบพลางขยำสมุดบันทึก บีบแน่นคล้ายอยากให้ความเจ็บปวดละลายหายไปกับสายฝน
รุ่งเช้าอากาศอึมครึม ดลเดินไปใต้สะพาน กับรินและอัฐ เงียบกริบ รินจับมือดลแน่น ดลค่อย ๆ ก้มลง เห็นผิวน้ำกระเพื่อม เงาสีขาวเผยร่างหญิงสาวผมยาว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผล เธอกวักมือส่งเสียงแผ่ว ‘ลูก…’ รินเบิกตากว้าง แม่ของเธอแทบเป็นลม ‘แม่…’ รินกระซิบ
อัฐทรุดลงกับพื้น ร้องไห้เสียงดัง ‘ขอโทษ…ฉันเป็นสาเหตุที่เธอต้องตาย…ถ้าฉันช่วยทัน…’ น้ำตาไหลไม่หยุด เขายอมรับบาปต่อหน้าทุกคน ผีหญิงสาวลอยขึ้นอย่างสงบ แล้วยิ้มให้ริน ‘ไม่ต้องกลัว ไหนลูกจะลอยน้ำกับแม่’ รินร้องไห้สะอื้น ‘หนูอยากให้อภัยแม่…อย่าทิ้งหนูไว้’
แม่ของรินโผเข้ากอดลูก ‘แม่อยู่ตรงนี้ แม่ไม่เคยไปไหน’ ผีหญิงสาวมองดูรินและแม่ของเธอ ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปกับละอองไอน้ำ ทิ้งไว้เพียงตุ๊กตาผ้าค้างคาววางอยู่ริมสะพาน ดลหยิบมันขึ้นส่งให้ริน
หมู่บ้านป่ากอกลับสู่ความเงียบงัน สายน้ำสงบลง เด็ก ๆ วิ่งเล่นอีกครั้ง อัฐเดินช้า ๆ เลียบตลิ่ง ดวงตาแดงก่ำแต่แฝงรอยยิ้มบาง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ดลนั่งริมท่าน้ำ บันทึกเรื่องราวใต้น้ำในสมุดบันทึกเล่มใหม่ ‘ทุกคนล้วนมีเงาในอดีตของตัวเอง…แต่สุดท้ายแสงจันทร์จะส่องให้เห็นทางข้ามให้น้ำใสอีกครั้ง’