เสียงหายใต้พื้นกระดาน
ฝนตกพรำๆ หล่นกระทบหลังคาสังกะสีเก่าของบ้านเรือนไทยในตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่งของจันทบุรี แม่นอนบนเตียงไม้ที่ห้องรับแขก ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นผสมยาหม่อง ซินซ่าวางเป้ลงหน้าประตู มือจับที่จับสนิมเขียว หน้าตาเคร่งเครียดและเปียกปอนด้วยหยาดฝนหลังเดินทางไกล เธอสูดลมหายใจลึกก่อนยกของเข้ามาในบ้าน น้องชายเธอ ป้อง ศีรษะขาวโพลนและมีหนวดเคราบางๆ เดินมารับ มือหนึ่งถือกระดาษโน้ต อีกมือเปิดไฟหรี่สีเหลือง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แม่หลับอยู่เหรอป้อง?” เธอถามเสียงเบา
ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนลดเสียงต่ำ “เพิ่งกินยาไป หลับลึก” เขาวางโน้ตไว้บนชั้น ใบหน้ายับย่นด้วยความกังวล
ทั้งสองเดินผ่านแสงไฟสลัว ห้องรับแขกมีตู้โชว์ไม้ตะเคียนโบราณที่เต็มไปด้วยเศษกระจกแตกกองหนึ่งตั้งตรงพื้น ซินซ่าจับไหล่น้องชาย “ยังไม่ได้ทำห้องข้างล่างใช่ไหม”
ป้องส่ายหน้า “คืนนี้ไม่กล้า แปลกๆ…เมื่อกี้ยังได้ยินเสียงคนเดินบนเรือนเลย ทั้งที่มีแค่เรา” เขาตะลึงงันนิดหน่อยเหมือนอยากลืมมัน
ซินซ่านิ่งเงียบ หางตาแลเห็นภาพสะท้อนในกระจกแตก ใบหน้าตัวเองเบี้ยวผิดรูปเป็นเงา เสียงฝนหยุด เงียบจนน่ากลัว
กลางดึก ซินซ่าลุกมาเข้าห้องน้ำ ไฟในห้องน้ำกะพริบ ทุกก้าวที่เหยียบพื้นไม้จะดังแอ๊ดพร้อมเสียงเหมือนอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวใต้แผ่นไม้ เธอก้าวพลาด ถลึงตามองลงไปตามรอยแตกของไม้ เห็นเพียงความมืดสนิท แต่เหมือนมีเงาบางอย่างเคลื่อนไหว …หรือเป็นแค่เงาของเธอเอง?
เช้าวันต่อมาฟ้าครึ้ม ใต้บ้านเปียกชื้น เพื่อนเก่า “ไพลิน” เดินถือกล่องขนมกับถุงกาแฟโบราณเข้ามาข้างรั้ว ไพลินมักช่างพูด กังวลเรื่องแม่ซินซ่า เธอพูดคุยนานแต่แววตาคอยเหลียวมองซอกมืดตรงหลังบ้าน
เสียงไม้ลั่นเคร้งเคร้งดังจากใต้พื้น ซินซ่าหยุดคุย เงี่ยหูฟัง ไพลินหัวเราะกลบเกลื่อน “บ้านเก่าก็เงี้ย เสียงมันจะดังกว่าใหม่ นะ…ใช่มั้ย?”
แต่ดวงตาทั้งคู่จ้องกัน เหมือนต่างรับรู้ว่ามันไม่เหมือนเสียงไม้เปล่าๆ
สายวันนั้น ป้องขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟห้องเก็บของ บันไดเก่าลั่นเอี๊ยด ขืนใจแน่นแต่พยายามทระนง ซินซ่าตะโกนขึ้นไป “อย่าเปิดของเก่าๆ ดูนะ เดี๋ยวแม่ว่า”
ป้องหัวเราะแต่ดูแหยงๆ เขาเปิดกล่องเหล็กเล็กๆ ภายในมีกระดาษเหลืองกรอบกับแหวนเก่าๆ เขาเตะกล่องแล้วเผลอทำกระดาษร่วงลงร่องไม้ ใบหน้าคล้ำด้วยโกรธตัวเอง
คืนนั้น ฝนลงซ้ำ หน้าต่างลมตีปึงปัง ม่านพลิ้วไหว ซินซ่าข่มตานอนไม่หลับ ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในความมืดคล้ายเสียงกระซิบ เธอลุกนั่งเพ่งออกไปยังห้องโถง เห็นเงาตะคุ่มสายตาเล็กๆ คล้ายเด็กนั่งชิดพื้นกระดาน แต่เมื่อกระพริบตาอีกที ทุกอย่างเงียบสงัด
เช้าวันถัดมา แม่ดูอ่อนแรง ซินซ่าอุ้มแม่ออกระเบียง นั่งพูดถึงอดีต “แม่เคยได้ยินเสียงเหมือนกัน…เสียงของเขา”
ซินซ่าสะอึก งุนงง แต่แม่หลับตาเหมือนอยากให้เธอเลิกถาม ซินซ่าพยุงแม่กลับเข้า เสียงกระดานตามแรงเท้าเหมือนจะซ้อนเสียงอีกชั้นคล้ายคนลากขา
ช่วงบ่าย ป้องหายตัวไป ไม่ได้ทิ้งโทรศัพท์ เธอกับไพลินออกค้นหา พบว่าใต้ถุนบ้านมีรอยเปียกชื้นใหม่ๆ และรอยเท้าลึกลงโคลนเหมือนลากอะไรบางอย่าง ไพลินย่องไปดู เธอยิ้มแห้งแต่แววตาวูบไหว “ใต้พื้นนี่ มีอะไร…”
ซินซ่ามองหาไฟฉายกับแท่งเหล็ก รื้อแผ่นไม้ส่วนหนึ่ง เธอพบโพรงว่างลึก กับกลิ่นเก่า คล้ายกลิ่นลองกองหมักกับน้ำมันก๊าด เศษผ้าเด็กถูกขยุ้มซุกอยู่ ป้องอยู่ไหน?
พบกุญแจเก่าเล่มหนึ่ง สลักชื่อเล่นเด็ก ๆ “อ้น” ซินซ่าไม่รู้จักชื่อนี้ นำไปถามแม่ แม่ทำหน้าตาตื่น บอกเพียงสั้น ๆ “คืนกุญแจเขา…”
ซินซ่าสับสน ความกลัวเริ่มกลืนกิน เธอมองออกหน้าต่างพบเงาเล็กของเด็กน้อยก้มหน้าอยู่ที่ใต้ถุน ครู่เดียวก็หายไป
คืนนั้นจิตใจไม่เป็นสุข เสียงลมซู่ซ่าหวิววาบพร้อมเสียงกระซิบ “กลับบ้าน…”>ซินซ่าดีดตัว สอดส่องไปรอบห้อง ทั้งที่ประตูล็อก เธอเปิดไฟพบใครวิ่งผ่านหน้าต่างแวบหนึ่งข้างบ้าน
กลางดึก เธอได้ยินป้องเรียกเสียงเบาๆ จากใต้พื้นบ้าน เสียงติดขัดเหมือนขอความช่วยเหลือ เธอลังเลแต่ยอมออกแรงงัดแผ่นไม้ เธอมองเห็นความมืดยิ่งกว่าในความฝัน และไพลินตามมาด้วย
“อย่า!” ไพลินดึงแขน “แกเห็นอะไร?”
ซินซ่ามั่นใจว่าได้ยินเสียงน้องชาย จึงตัดสินใจปีนลงไปใต้พื้นใต้ถุนบ้าน ความมืด เย็นเฉียบ กลิ่นเน่าเก่า พื้นดินแน่น เธอส่องไฟไปพบผ้าขี้ริ้วเด็กซุกอยู่ถัดไป เศษไม้หัก เหมือนที่นอนเล็กๆ ซินซ่าขาสั่น ใต้ซอกแคบมีรอยนิ้วเด็กข่วนดินคล้ายสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ไพลินตะโกนอย่างหวาดกลัว “กลับขึ้นมาเถอะ! ไม่มีอะไร นายป้องอาจแค่ไปที่วัด!”
แต่ซินซ่ารู้สึกลึก ๆ ว่ามีอะไรผิดปกติ เธอพบซากตุ๊กตาไม้เล็กจิ๋วสลักชื่อเล่น “อ้น” เช่นเดียวกับกุญแจ ไพลินลงมาสมทบ ทั้งสองใจสั่น ทันใดไฟฉายดับ เงียบสนิทราวกับความว่างกลืนกินทุกเสียง
ในความมืด ซินซ่าได้ยินเสียงเด็กกระซิบที่ข้างหู “แม่…ลืมหนู…ไว้ใต้พื้น…หนูหนาว”
ภาพความทรงจำผุดวาบ – เด็กผู้ชายตัวเล็กในชุดนอน ขังตัวเองใต้พื้น กระดานปิดทับ เสียงร้องถูกแผ่นไม้กลบ
เธอค่อย ๆ คลำหาทางขึ้น ไพลินลากมือเธอออกมาพ้นใต้ถุน บ้านเงียบสงัด เหมือนไม่มีใครเคยเดินผ่านใต้พื้นนี้เลย
ทั้งสองกลับขึ้นเรือน แม่ลืมตาตื่น น้ำตาไหล “แม่ขอโทษ…อ้น” คำสุดท้ายของแม่ก่อนหมดแรง
ในวันถัดมา ป้องกลับมาที่บ้าน เขาเพียงเมาและสับสน ซินซ่าถามถึงคืนที่ผ่าน เขานิ่งงัน เลี่ยงพูดเรื่องใต้พื้นบ้านทุกครั้ง ไม่มีใครได้ยินเสียงหรือเห็นเงาเด็กอีก
แต่ทุกค่ำคืนเมื่อสายลมคลืบเคล้าและความเงียบแผ่ปกคลุม ซินซ่าจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วในความเงียบ เสียงแผ่วเบาที่ล่องลอยว่า “อย่าลืมฉัน…อย่าทิ้งฉันไว้ใต้พื้น…”
เธอกระวนกระวาย ข่มตานอนไม่ลง บ้านไม้ที่เคยให้ความอบอุ่นบัดนี้กลับทิ้งรอยแผลในจิตใจเธอตลอดมา เงาแห่งอดีตยังวนเวียนอยู่ใต้พื้นกระดาน ราวกับรอให้ใครบางคนกลับไปฟังเสียงนั้นอีกครั้ง