เงียบงันในท่ามกลางสายฝน
เสียงฝนกระหน่ำลงมาทั้งที่แดดยังไม่ทันหายไปจากปลายยอดไม้ นักศึกษากลุ่มหนึ่งต่างรีบหลบฝนเข้ามาในโถงอาคารคณะศิลปกรรม มีเพียงชายหนุ่มรูปร่างสูง ผมสั้นทรงยุ่ง แต่ใบหน้ากลับนิ่งสงบ ต่างจากคนอื่นที่หัวเราะส่งเสียง พีทวางเป้ข้างตัว มองออกไปข้างนอกฝนด้วยสายตาว่างเปล่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฝนตกแรงจัง” ดิน สาวหัวกลมตาโตเอื้อมมือจับชายเสื้อของเพื่อนที่อยู่ข้างๆ พลางพูดขึ้นเสียงแผ่วคล้ายถามความเห็น
“อืม…ไม่คิดจะหยุดเร็วๆ นี้หรอก” เพื่อนตอบ เธอหัวเราะบางๆ แล้วหันไปทางพีทที่ยืนเงียบอยู่ริมหน้าต่าง
“พีท ไม่ไปคาเฟ่ตรงข้างๆ ล่ะ? นั่งรอเลิกฝนดีกว่า” เสียงดินดึงพีทออกจากความคิด เขาเหลือบตามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวช้าๆ
“ไม่ล่ะ ข้างนอกคงคนเยอะ”
ฝนกระแทกกระจกดังเปาะแปะ ดินนั่งชิดหน้าต่าง หยิบกล่องข้าวกลางวันออกมาวางบนตัก เธอเหลือบตามองพีท ทว่าพีทกลับจดจ่อกับบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อ
“กินข้าวมั้ย?”
“ยัง ไม่หิว” เขาตอบโดยยังไม่เงยหน้า เสียงดินเบาลง ราวกับทุกหยดฝนกลบคำพูดเธอจนหมดสิ้น
เวลาผ่านไป ดินนั่งเงียบๆ ข้างพีท ทั้งสองต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เสียงฝนกลายเป็นฉากหน้าให้ความเงียบแผ่ขยาย
กระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พีทหยิบขึ้นมา หน้าจอขึ้นชื่อ “แม่” เขาชะงัก ลังเลเล็กน้อยก่อนกดรับสาย
“ฮัลโหล… ครับ กำลังจะกลับแล้ว” เสียงเขาแหบแห้ง ดินแอบสังเกตเห็นท่าทีลังเล ความเงียบจัดจ้านกว่าเดิม
หลังจากวางสาย พีทถอนหายใจเงียบๆ กำมือแน่นเหมือนซ่อนบางอย่างในใจ ดินมองมือเขาแต่ไม่กล้าถาม เธอเพียงยิ้มบาง ขยับถอยไปทางเพื่อนอีกนิดให้เขาได้พื้นที่มากขึ้น ทั้งที่ในใจอยากอยู่ใกล้เขาเหลือเกิน
เสียงรองเท้าดังแฉะๆ ของเพื่อนรวมกลุ่มมาดึงดินกลับมาในห้วงความคิด “ไปกินข้าวกันเถอะดิน! อย่านั่งซึม” เด็กสาวเพื่อนสนิทของดินลุกขึ้นคว้าแขนเธอ ดินหันกลับไปมองพีท ก่อนลุกตามอย่างลังเล “ไปนะ” เธอพูดเบาๆ กับเขา
พีทพยักหน้าช้าๆ สายตาเข้มขึ้นขณะมองดินเดินออกไป สายฝนข้างนอกยังเทกระหน่ำไม่หยุด เสียงฝนนั้นคล้ายกับเสียงในอกเขาเอง เขาสะกดตัวเองให้ไม่รู้สึกตาม แต่ภาพรอยยิ้มลังเลของดินยังไม่จางจากใจ
วันต่อมา ฟ้าแจ่มใสกว่าเดิม ดินเดินเข้าสนามหญ้าหน้าคณะสีหน้ายิ้มแย้ม คุยเล่นกับเพื่อนอย่างสดใส แต่ทันทีที่เธอเห็นพีทยืนอยู่มุมอาคาร ใจเธอก็ติดขัดเหมือนหยุดหายใจชั่วคราว เธอยกมือทักเสียงเบา “หวัดดี…”
“หวัดดี” พีทตอบสั้นๆ น้ำเสียงฟังดูห่างเหิน คนรอบข้างต่างจับกลุ่ม สนุกสนานไปกับกิจกรรมรับน้อง เธอลังเลจะเข้าไปคุย อารมณ์ในใจหลากหลายอย่างอธิบายไม่ได้
เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาดิน “วันนี้ไปกินขนมที่คาเฟ่เปิดใหม่กันปะ?”
ดินยิ้มรับแต่สายตาเหมือนจับจ้องว่าพีทได้ยินหรือไม่ เธอเหลือบมองพีท เพียงเสี้ยววินาทีแต่กลับสัมผัสได้ถึงความเหน็บชา ทุกคนทยอยเดินออกจากสนาม ดินลังเลสักพักก่อนจะเคลื่อนกายตาม เพียงแต่หัวใจเธอกลับอยู่ที่เดิม ตรงจุดที่พีทยืนอยู่
ตกเย็น วันฝนปรอยฤดูเดียวกับวันแรกที่ทั้งสองพบกัน ดินนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าโรงอาหาร เธอมักยิ้มให้คนรอบตัว แต่หัวใจของเธอมักเว้นพื้นที่ว่างไว้หนึ่งที่ ไม่เคยมีใครกล้าก้าวเข้ามาเลย เหมือนทุกครั้งที่พีทยืนห่างๆ เสมอ ไม่พูดอะไรเกินความจำเป็น
“อ่านอะไรอยู่อะ?” พีทเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ท่าทีประหม่าและมึนๆ เล็กน้อย
“หนังสือจิตวิทยานิดหน่อย…” เธอพูดนิ่งๆ กระชับปกหนังสือพลางหลบสายตา
“เธอชอบคนแบบไหนอะ?” เขาถามขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง
เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนวางลงช้าๆ “ไม่รู้…บางทีฉันก็ไม่แน่ใจ” เธอมองหน้าเขาตรงๆ “แต่ฉันว่า…ชอบคนที่อยู่ข้างกันแม้ในวันที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ”
พีทนิ่งไป ราวกับกำลังไตร่ตรอง หัวใจเขากระตุกอย่างประหลาด เธอก้มหน้าหลบสายตา สองคนนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนเขาจะเปลี่ยนเรื่อง
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องส่งโมเดล ยังทำไม่เสร็จเลย”
“ถ้างั้น…เอาไหม ฉันช่วยปั้นต้นไม้ให้” ดินเสนอตัว ทว่าพีททำท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายกลับเงียบไป
“ก็ได้นะ” น้ำเสียงเขานุ่มลงเล็กน้อย
คืนนั้น ดินนั่งออกแบบต้นไม้เล็กๆ สำหรับโมเดลสถาปัตย์จนดึก เธอส่งข้อความไปหาพีท “ขอโทษที่รบกวนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน” ข้อความถูกอ่านแต่ไม่มีคำตอบ เธอหลับตา พยายามไม่คาดหวังอะไรจากอีกฝ่าย
วันถัดมา ทั้งสองนั่งข้างกันในห้องเรียนใหญ่ วางกล่องโมเดลบนโต๊ะ พีทเปิดกล่องออกมาดู มีต้นไม้จิ๋วใบเรียงด้วยกระดาษสี พีทเหลือลังเลแต่สุดท้ายหยิบต้นไม้นั้นขึ้นมาวางประกอบอย่างประณีต
“ขอบใจนะที่ตั้งใจทำ” เขาพูดแบบกลั๊กๆ หลีกเลี่ยงสายตาดิน
“ดีใจที่ได้ช่วย” ดินตอบเสียงเบา เงียบไปอึดใจหนึ่ง “บางทีฉันก็อยากเป็นคนสำคัญในชีวิตใครสักคน แต่กลัว…กลัวว่าถ้าใกล้เกินไป เขาจะเดินหนี”
พีทฟังแล้วขยับริมฝีปาก ราวกับจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่เปล่งเสียงออกมา
ตลอดสัปดาห์ต่อมา ทั้งสองเจอกันบ่อยขึ้น บางวันนั่งทำงานเงียบๆ ในห้องสมุด บางวันดินเอาขนมมาให้ พีทแม้ไม่พูดอะไรมากแต่สายตาเริ่มอบอุ่นขึ้น ขณะที่ดินเริ่มกล้าพูดมากขึ้นแต่ยังมีเส้นบางๆ กางกั้นอยู่
วันหนึ่งฝนพรำ พีทนั่งซ่อมโมเดลคนเดียวในห้องเวิร์กช็อป ไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์สั่นไหว ดินเดินถือกล่องขนมเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วนั่งข้างๆ
“วันนี้เหนื่อยมากไหม?”
“นิดหน่อย”
เงียบนาน ก่อนพีทจะพูดเสียงแผ่ว “เมื่อก่อน…ฉันเคยไว้ใจคนคนหนึ่งมาก แต่พอเขาทิ้งไป ก็ไม่กล้าเปิดใจอีกเลย”
ดินมองมือเขา สัมผัสความสั่นกระเพื่อมในน้ำเสียง “ฉันก็เคย…กลัวว่าถ้าฉันเป็นตัวเองมากเกินไป คนอื่นจะไม่รัก”
พีทขยับหัวมาเล็กน้อย มองดินตรงๆ “ทำไมถึงยังเป็นตัวเองล่ะ?”
“เพราะถ้าฉันไม่เป็นตัวเอง…ฉันจะไม่ได้รู้จักคนอย่างนาย”
พีทนิ่ง เงียบไปนานจนได้ยินเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคา เขาหลบสายตาแต่รอยยิ้มนิดๆ ผุดขึ้นตรงขอบปาก
“แล้วเธอกลัวอะไรที่สุด?”
“กลัวเสียคนที่สำคัญ…โดยที่ยังไม่ได้บอกความรู้สึกจริงๆ”
ทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนดินเสมองลงข้างล่าง ห้องนั้นเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจทั้งสองคน
วันต่อมา ดินนั่งคนเดียวในสวนข้างคณะ ดูเหมือนเธอหลีกเลี่ยงการเจอพีท เพื่อนเข้ามาทัก “เธอกับพีทเป็นอะไรกันหรือเปล่า?”
ดินส่ายหน้าพร้อมแววตากังวล “เราแค่คนรู้จักกัน” แต่แววตาเธอเศร้าสร้อยลึก ๆ
ด้านพีท เริ่มรู้สึกขาดอะไรเมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่ใกล้ เขาเงียบและสีหน้ากลายเป็นกังวลในสายตาเพื่อนสนิท พีทมีนิสัยไม่ชอบพูด แต่วันนี้กลับเอ่ยขึ้นกับเพื่อนว่าตัวเองไม่เข้าใจดินเลย
“บางที…ฉันเหมือนพูดไม่ออก แต่ทุกการกระทำของเธอเหมือนทำฉันสับสน”
เพื่อนหัวเราะเยาะ “แล้วก็ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปอีกล่ะสิ”
พีทฝืนยิ้มแล้วตัดบท เงียบกลับไปเหมือนเคย
ในช่วงงานประกวดโมเดลระดับมหาวิทยาลัย ดินทำหน้าที่ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ พีทขึ้นเวทีพรีเซนต์โปรเจกต์ ตัวสั่นน้อย ๆ พอจบการพูดยืนจ้องภาพในผลงานอย่างนิ่งงัน ดินเดินเข้ามาใกล้หลังเวที เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไร
“นายทำได้ดีมากเลย”
พีทหลบสายตา “แต่ฉันยังรู้สึกเหมือนไม่ดีพออยู่ดี”
“เพราะนายยังไม่ให้อภัยตัวเองหรือเปล่า…” เสียงดินอ่อนโยน
เขาเงียบ ไม่ตอบ ดินไม่รุกเร้า เธอยืนข้างเขาในความเงียบ รอให้ใจของเขาค่อย ๆ ทะลายกำแพง
หลังงานวันนั้น ทั้งคู่ห่างกันอีกครั้ง พีทมัวแต่หมกมุ่นกับงาน ส่วนดินต้องไปฝึกงานที่สมุทรปราการ ฤดูร้อนเข้ามาแทนที่ฝน สองคนติดต่อกันน้อยลง มีเพียงข้อความทักทายสั้น ๆ ทุกคืน แต่ต่างฝ่ายต่างแอบคาดหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันเหมือนเดิม
คืนนั้น ดินส่งข้อความหาพีท “คิดถึงบรรยากาศฝนตก วันนั้นที่เรานั่งคุยกัน…” ข้อความถูกอ่าน พีทพิมพ์ตอบแต่ลบทิ้งไป เงียบอยู่นานก่อนส่งสั้น ๆ ว่า “ฉันก็คิดถึง”
อีกเดือนถัดมา ดินกลับมากรุงเทพฯ เธอผ่านหน้าคณะศิลปกรรม ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นความรู้สึกในใจ เธอเลี้ยวเข้าไปนั่งที่เดิมตรงหน้าต่าง เสียงฝนหล่นจากฟ้าอีกครั้ง
ทันใดนั้น พีทเดินเข้ามา ดินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ทั้งสองเงียบ ต่างมองกันอยู่นาน
“ดิน…” พีทเรียกชื่อเธอเบา ๆ “บางอย่างในตัวฉันยังติดอยู่กับอดีต…แต่วันนี้ฉันแค่ไม่อยากเสียใครอีก ถ้าเธอยังโอเค ฉันขออยู่ข้าง ๆ เธอ…โดยที่อาจจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าที่ใครต้องการ แต่ฉันพร้อมจะพยายาม”
ดินหลบสายตา น้ำตาคลอ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
“ฉันเองก็ยังกลัวอยู่ กลัวถูกปฏิเสธ แต่เพราะฉันรู้สึกมากเกินกว่าจะปล่อยผ่านแล้ว” เธอพูดพลางยิ้มเศร้า
ทั้งสองต่างสารภาพความรู้สึกในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่เร่งรัด ไม่คาดหวังว่าต้องสำเร็จ เธอวางมือลงข้างมือเขา พีทยื่นมือมาวางทับเบา ๆ ไม่มีคำพูดใดมากกว่านั้น
เสียงฝนข้างนอกยังตกเหมือนเดิม แต่ในห้องกลับอบอุ่นกว่าเคย พีทและดินนั่งเคียงกัน มองท้องฟ้าพร้อมรอยยิ้มที่อาบไปด้วยแสงจาง ๆ ของความหวัง ทั้งสองรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอุปสรรคและความเปราะบาง แต่วันนี้ พวกเขาได้เลือกที่จะจริงใจกับหัวใจตัวเองอย่างไม่ซ่อนอะไรไว้อีก