เสียงเก่าในหอพักไม้
ฝนโปรยลงมาเบา ๆ ขณะที่ขบวนรถตู้สีขาวหยุดหน้าประตูเหล็กสนิมเขียวของหอพักไม้สองชั้นกลางป่า นักศึกษาห้าคน ก้าวลงพร้อมกระเป๋าและสัมภาระ ราวกับโลกข้างนอกหลุดหายไปในความเงียบของค่ำวันศุกร์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นี่เหรอ… หอพักของมหา’ลัย?” ปุ๋ย พึมพำ มองกิ่งไม้ไหวระริกที่ขวางทางเดิน เธอกอดเป้แน่น
“อย่าบ่นน่า ของถูกก็แบบนี้แหละ” ตี๋ หัวเราะฝืด กลบความตื่นระแวงในดวงตา
ในความเงียบ เสียงฝีเท้าบนไม้เก่าแก่ดังก้อง ทุกคนเดินขึ้นบันได ขณะที่ป้ายไม้ซีด ๆ เหนือประตูเขียนว่า “หอพักสิบหก”
“ที่นี่มันดู…เก่าไปหน่อยไหม” หนึ่ง เสียงเบา ใบหน้าซีดเซียว
“นายกลัว?” บุ๋ม แซว ก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างใน
ห้องโถงว่างเปล่า มีเก้าอี้ไม้โยกตัวเก่าตั้งอยู่ตรงมุม หน้าต่างสูงเผยให้เห็นเงาไม้ไหว ลมวูบผ่าน เสียงไม้ลั่นเอี๊ยด
“ใครมาส่งกุญแจ?” ปุ๋ยถาม
“ผู้ดูแลบอกไว้ใต้กระถางดอกไม้” ตี๋ก้มลงควานหา ก่อนหยิบกุญแจสนิมขึ้นมา เขาทำท่าจะหัวเราะ แต่กลับเงียบลงเมื่อทุกคนจับจ้อง
เสียงเปิดประตูดังแกร๊ก ก่อนที่ทุกคนจะทะยอยเข้าห้องนั่งเล่น ทิ้งสัมภาระลงอย่างเหนื่อยหน่าย
“คืนนี้นอนรวมกันก่อนดีไหม” หนึ่งชวน ทุกคนพยักหน้า แม้จะไม่มีใครยอมรับว่ากังวล
เวลาผ่านไปจนพลบค่ำ ความเงียบในหอทำให้ทุกเสียงชัดเจนเกินไป แม้แต่เสียงหายใจของตัวเอง
เสียงฝนหยุดลง เหลือเพียงเสียงขลุกขลักของกิ่งไม้กระทบกระจก
“ทำไมมันเงียบอย่างนี้…” ปุ๋ยกระซิบ
ตี๋พยายามหัวเราะ “เงียบจะได้อ่านหนังสือไง” แต่เสียงของเขากลืนหายไปในความว่างเปล่า
ทั้งห้าคนไปสำรวจห้องนอน ชั้นสองมีสี่ห้อง พวกเขาแบ่งห้องกันอย่างรวดเร็ว เหลือห้องสุดท้ายว่างไว้
“ห้องนี้ไม่เอาอะ มันเหม็น ๆ แปลก ๆ” บุ๋มย่นจมูก
“ใครจะกล้านอนคนเดียวล่ะ” หนึ่งพูดเบา ๆ
ทุกคนหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนกลับลงมา
ตกดึก ขณะทุกคนกำลังหลับ เสียงกระซิบแผ่วเบาเหมือนเสียงลมหายใจดังลอดประตูมา
“…ออกไป… ออกไป…”
ตี๋ขยับตัวพลิกไปมา ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะบอกตัวเองว่าเป็นเสียงลม เขาข่มตาหลับ
รุ่งเช้า ทุกคนดูอ่อนเพลีย สีหน้าหม่นหมอง
“เมื่อคืนใครมาปลุกเรา?” หนึ่งถาม สีหน้าหวาดกลัว
ปุ๋ยเม้มปาก “ได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ เหมือนกัน”
“อย่าเพ้อดิ นอนน้อยก็ประสาทหลอนเองแหละ” บุ๋มตัดบท แข็งกร้าวกว่าทุกที
ทั้งวัน ทุกคนพยายามวุ่นอยู่กับการจัดของและเตรียมเรียน ไม่มีใครกล้าพูดถึงเสียงประหลาดอีก
ค่ำวันต่อมา ขณะที่ทั้งห้าคนนั่งกินข้าวรวมกัน หนึ่งนิ่งเงียบ สายตาเหม่อลอย
“นายโอเคไหม?” ตี๋ถาม หนึ่งไม่ตอบ
บุ๋มมองจ้อง “เมื่อคืนนี้นายเดินไปที่บันไดใช่ไหม?” เงียบ ทุกคนหันมามอง
หนึ่งสั่นหัว “เปล่า… ผมอยู่ในห้อง”
“แต่ฉันเห็นนายเดินลงมา นายยืนอยู่ตรงหน้าห้องสุดท้าย…” ปุ๋ยเสียงสั่น
ตี๋กลืนน้ำลาย “พอเหอะ อย่าพูดเรื่องแปลก ๆ ได้ป่ะ”
คืนนั้น เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น
“…เธอ…ออกไป…เขา…อยู่…อยู่ต่อไม่ได้…”
ตี๋ลุกขึ้นไปดูที่ประตู พบว่ามีเงาคนยืนอยู่หน้าห้องที่ถูกทิ้งไว้
“มีใครอยู่ตรงนั้นไหม?” ตี๋ถาม แต่ไม่มีเสียงตอบ เงานั้นหายไปเมื่อเขาเปิดไฟ
วันต่อมา ปุ๋ยเปิดสมุดเก่าที่พบในลิ้นชัก ในนั้นมีลายมือของใครสักคน
“‘เสียงเก่าในหอ… อย่าเชื่อในเงา…’” ปุ๋ยอ่านออกเสียง
“ใครเขียน?” หนึ่งถามเสียงแผ่ว
บุ๋มแย่งสมุดมาอ่านใบหน้าสงสัย “มันเหมือนจะมีอะไรอยู่ที่นี่ก่อนเรา…”
เสียงไม้ลั่นดังขึ้น ทุกคนหยุดนิ่ง
“เราไปถามคนดูแลหอดีกว่า” หนึ่งเสนอ พวกเขาตัดสินใจออกไปหา แต่พบว่าประตูหน้าหอพักถูกล็อกจากด้านนอก
ตี๋พยายามงัด แต่ไม่มีผล ประตูไม่ขยับ
“ใครทำแบบนี้?” ปุ๋ยถามเสียงสั่น
“สงสัยมีคนแกล้ง…” บุ๋มพูดไม่เต็มเสียง
คืนที่สาม ความกลัวเติบโตในใจ ทุกคนรวมตัวกันในห้องนั่งเล่น ไม่มีใครกล้าแยกย้าย
เสียงกระซิบยังคงวนเวียน แว่วผ่านผนังไม้ ราวกับมาจากทุกทิศทาง และมีเสียงกรีดร้องแหลมสั้นดังขึ้นทันทีที่ไฟดับวูบ
ทุกคนนิ่งงัน ไม่มีใครกล้าขยับ
บุ๋มเอื้อมมือคว้าไฟฉาย ส่องไปที่บันได เห็นเงาผ่านวูบหนึ่งตรงห้องสุดท้าย
“เราไปดูข้างบนกัน” ตี๋กัดฟันพูด ทุกคนเดินตามอย่างลังเล
เมื่อถึงบันได กลิ่นเหม็นเน่าซึมออกมาจากห้องสุดท้าย ปุ๋ยถูกดึงแขน
“อย่าเข้าไป” หนึ่งกระซิบ เสียงเต็มไปด้วยความกลัว
“แต่ถ้าเราไม่เข้า เราจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้…” ตี๋พูดเบา ๆ
ประตูห้องสุดท้ายเปิดออกเองอย่างช้า ๆ เสียงลมหายใจหนัก ๆ ดังออกมา ทุกคนยืนนิ่ง ท่ามกลางเงาและเสียงกระซิบ
ภายในห้อง มีเพียงที่นอนเก่า ๆ และผนังที่ถูกขูดขีดเป็นรอยมือ
ปุ๋ยส่องไฟฉายไปที่ผนัง พบข้อความ “อยู่ต่อไม่ได้” เขียนไว้ด้วยลายมือเดียวกับสมุด
“ที่นี่มีอะไรผิดปกติ…” บุ๋มพูดเบา ๆ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังใกล้ขึ้น ทุกคนรีบออกจากห้อง แต่ประตูปิดเองอย่างแรง
ขณะที่พวกเขาพยายามเปิดประตูออกไป เสียงร้องไห้ดังขึ้นจากมุมห้อง
“ใครอยู่ที่นั่น…” ปุ๋ยถาม
เงาเด็กผู้หญิงปรากฏขึ้นช้า ๆ ในเงามืดทุกคนถอยหลังด้วยความตกใจ
เธอสวมชุดนักเรียนเก่า สีหน้าขาวซีด และร้องไห้เงียบ ๆ
เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงร้องโหยหวน ทันใดนั้น ทุกอย่างเงียบลง
เด็กผู้หญิงชี้ไปที่พื้นใต้เตียง ทุกคนลังเลแต่สุดท้ายตี๋คลานไปดู พบสมุดอีกเล่มหนึ่ง
ปุ๋ยเปิดออก อ่านข้อความที่เขียนด้วยลายมือสั่น “ขอโทษ… ฉันไม่อยากอยู่ต่อ… พวกเขาไม่ยอมออกไป… ฉันขังพวกเขาไว้… คำขอสุดท้าย… ช่วยปล่อยพวกเขาด้วย…”
ทันใดนั้น เสียงประตูเปิดเอง เงาเด็กผู้หญิงหายไป
ตี๋กลั้นหายใจ ทุกคนวิ่งออกจากห้อง
เมื่อกลับมาที่ห้องโถง พวกเขาพบว่าไฟในหอกลับมาติดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มันจบแล้วเหรอ?” หนึ่งถามเสียงขาดห้วง
ไม่มีใครกล้าตอบ
เสียงกระซิบสุดท้ายดังแว่วมา “…ขอบคุณ…”
แต่ในความเงียบนั้น ปุ๋ยเห็นเงาเด็กผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่หน้ากระจก มองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ ก่อนหายไปกับแสงเช้า
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีก ทุกคนเก็บความทรงจำไว้เป็นเงาบาง ๆ ในใจ แต่ทุกค่ำคืนที่เงียบงัน ถ้าเงี่ยหูฟังดี ๆ จะยังได้ยินเสียงกระซิบจากหอไม้หลังเดิม…