เสียงเงียบในบึงมืด
เสียงแมลงร้องเบา ๆ ปะทะใบหญ้าที่ไหวเอนไปกับลมหนาว ริมบึงน้ำกว้างใหญ่ที่หมู่บ้านบ้านน้ำดำตั้งอยู่ พลอยจอดรถกระบะสีดำข้างทาง มองไปยังบ้านไม้เก่าหลังหนึ่งที่มีตะเกียงน้ำมันสลัว ๆ ส่องแสงออกมาในยามพลบค่ำ ข้างเธอคือเพื่อนสามคน—บีม อาร์ต และฟ้า—แต่ละคนล้วนมีความกังวลแฝงในแววตา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่ามันอยู่ที่นี่?” บีมถาม พลางเหลียวหลังกลับไปดูถนนว่างเปล่า
พลอยพยักหน้า มือสั่นเล็กน้อย “น้องเตวาหายมาสี่วันแล้ว…คนที่นี่บอกว่าเห็นเดินเข้าไปแถวบึง”
ฟ้าสูดลมหายใจลึก “แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไป…ใช่ไหม”
อาร์ตยิ้มแห้ง ๆ “ถ้าเรารีบเข้าไป กลับออกมาก่อนมืด ทุกอย่างก็คงไม่มีอะไร”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่ในเงียบงันนั้น ทุกคนต่างได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมเบา ๆ จากบึง ท่ามกลางสายลมเย็นที่แฝงกลิ่นโคลนและใบไม้ผุกร่อน กลุ่มเดินข้ามสะพานไม้แคบ ๆ ไปยังบ้านหลังเก่า ตะเกียงแกว่งไกว เงาโยกย้ายไปมาราวกับมีชีวิต
ชายแก่ในบ้านเปิดประตูช้า ๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นทอดมองพวกเขาตาไม่กระพริบ “มาหาใครกัน”
“หนูมาหาน้องสาวค่ะ เขาหายไป…” พลอยพูดเสียงสั่น
ชายแก่ไม่ตอบ เพียงแต่ถอยให้เข้ามาข้างใน ภายในบ้านมีข้าวของเก่าเก็บ กลิ่นฝุ่นและกลิ่นไม้เก่าคละคลุ้ง “เด็กผู้หญิงคนนั้น…อาจยังอยู่ในบึง”
บีมหรี่ตา “หมายความว่าไงครับ?”
“เมื่อคนหายเข้าบึง…พวกเขามักไม่ได้กลับมา” ชายแก่กระซิบ เสียงเบาเหมือนสายลม
อาร์ตหัวเราะเบา ๆ กลบความกลัว “หรือหมู่บ้านนี้มีตำนานอะไรแปลก ๆ?”
ชายแก่หันมองหน้าทีละคน “กลางคืน…อย่าออกไปใกล้บึงเด็ดขาด”
พลอยกลืนน้ำลาย อดถามไม่ได้ “ถ้าเราต้องออกไป ตามหาเตวา…จะเกิดอะไรขึ้น”
ชายแก่ไม่ตอบ มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาจากด้านข้างบ้าน เหมือนมีใครอีกคนกำลังฟังอยู่ในความเงียบ ทุกคนขนลุกพร้อมกันโดยไม่มีใครพูดอะไร
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เงามืดกลืนกินหมู่บ้าน เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ฟ้าเดินไปปิดหน้าต่าง พลางชะโงกดูบึง มองเห็นเพียงเงาสะท้อนของดวงจันทร์และเงาดำ ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ใต้ผิวน้ำ
ฟ้าหันกลับมา “หรือเราควรออกไปตอนนี้เลย”
บีมลังเล “แต่ถ้าออกไปกลางคืน…เราจะเจออะไร?”
อาร์ตเงียบไปพักหนึ่ง “ถ้าเตวายังมีชีวิตอยู่…เราไม่มีสิทธิ์ทิ้งเธอไว้ตรงนั้น”
พลอยตัดสินใจ “พรุ่งนี้เช้า…เราจะลงเรือ”
คืนแรกในบ้าน ทุกคนหลับไม่สนิท เสียงกระซิบเหมือนคนพูดคุยแผ่วเบาดังลอดเข้ามาทุกครั้งที่มีลมพัด บีมลืมตาโพลงกลางดึก เห็นเงาดำของผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านประตูห้องนอนไป ท่ามกลางความเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น
เช้าวันใหม่ หมอกหนาปกคลุมทั่วบึง อาร์ตถือไฟฉายและไม้พาย บีมกับฟ้ายืนรออย่างไม่เต็มใจ พลอยเตรียมเสบียงเล็กน้อย ทุกคนต่างไม่กล้าสบตากันนาน
“ถ้าเราเจออะไรแปลก ๆ…อย่าแยกกันเด็ดขาด” พลอยย้ำ ทุกคนพยักหน้า
เรือไม้เล็ก ๆ ค่อย ๆ ลอยออกกลางบึง เสียงน้ำกระทบกาบเรือดังเป็นจังหวะ ไอน้ำเย็นยะเยือกลอยเหนือผิวน้ำ ต้นอ้อไหวเอนเหมือนกำลังชี้นำทาง ทุกคนเงียบ ราวกับกลัวสิ่งที่อาจโผล่ขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำ
ฟ้าเหลียวมองริมบึง “เห็นอะไรไหม…ตรงนั้น”
อาร์ตหยุดพาย “เงาอะไรดำ ๆ”
บีมเพ่งสายตา “เหมือน…คนยืนอยู่?”
พลอยมองตาม เห็นเพียงเงาดำสูงโปร่งไหว ๆ อยู่ริมบึง แต่เมื่อหันไปอีกที มันหายไปแล้ว
เรือแล่นวนไปกลางบึง บีมหยิบไฟฉายฉายไปรอบ ๆ พบซากเรือเก่าจมอยู่ “มีใครเคยมาแล้ว…กลับไม่ได้?”
อาร์ตตั้งใจฟังเสียงรอบตัว “เราแค่คิดมาก…หรือจริง ๆ มันมีอะไรอยู่ในบึงนี้”
จู่ ๆ เสียงกระซิบเบา ๆ แทรกเข้ามา “กลับ…กลับ…” ฟ้าสะดุ้ง มองรอบตัว “ใครพูด!?”
บีมขนลุก “อย่าเล่นนะ”
แต่ไม่มีใครกล้าตอบว่าตัวเองเป็นคนพูด ทุกคนเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
เมื่อเรือกลับเข้าฝั่ง พลอยหันไปมองบ้านเก่า เห็นชายแก่ยืนอยู่หน้าบ้าน เขามองมาด้วยสายตาเศร้า ๆ “ได้ยินเสียงแล้วใช่ไหม…เสียงที่ไม่มีใครลืมได้”
อาร์ตเดินเข้าไปใกล้ “เสียงอะไรกันแน่?”
ชายแก่ถอนหายใจ “เคยมีเด็กผู้หญิงหายไป…นานมาแล้ว ทุกครั้งที่มีคนได้ยินเสียงนั้น ก็จะมีคนหายสาบสูญ”
ฟ้าถามเสียงสั่น “เสียงมันพูดว่าอะไร?”
ชายแก่กระซิบ “มันไม่ได้พูด…มันเตือน”
คืนนั้น ฟ้านั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน มองออกไปยังบึงในความมืด พลอยเดินมานั่งข้าง ๆ
“กลัวไหม” พลอยถามเบา ๆ
ฟ้าหัวเราะแผ่ว “กลัว…แต่มันยิ่งกว่ากลัว คือกลัวว่าเราจะไม่ได้กลับบ้าน”
“ถ้าเตวาอยู่ในบึงจริง ๆ เราควรทำยังไง” พลอยถาม
ฟ้านิ่งไปนาน “บางที…เราอาจกำลังตามหาในที่ที่ผิด”
เสียงลมหวนพัดแรงขึ้น ทำให้ผิวน้ำเป็นริ้ว ๆ เงาดำ ๆ เหมือนคนหลายคนยืนอยู่ริมบึงสลับกันไปมา พลอยกับฟ้ารีบลุกกลับเข้าไปในบ้าน
เช้าวันต่อมา อาร์ตกับบีมสำรวจรอบหมู่บ้าน เจอบ้านร้างหลังหนึ่งประตูปิดแน่น หน้าต่างมีรอยขูดขีดเหมือนถูกเล็บคนข่วน
บีมลองผลักประตู มันขยับได้เพียงนิดเดียว อาร์ตหยิบไม้เขี่ยประตูออก เห็นในบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นหนา และมีรอยเท้าเล็ก ๆ จาง ๆ บนพื้น
“นี่รอยเท้าเด็กใช่ไหม?” อาร์ตก้มดู
บีมพยักหน้า “หรือเตวาเคยอยู่ที่นี่?”
เสียงแผ่วเบาดังขึ้นมาจากปล่องไฟ “กลับ…กลับ…”
อาร์ตขยับเข้าไปใกล้ เห็นเงาดำวูบผ่านหน้าต่าง
ฟ้าวิ่งตามมา “อย่าแยกกัน!”
ทันใดนั้น ประตูบ้านกระแทกปิดเสียงดัง ทุกคนเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังในความมืด
พลอยหยิบไฟฉายฉายไปที่พื้น พบตุ๊กตาผ้าขาด ๆ วางอยู่ข้างเตียงเก่า เธอหยิบขึ้นมาอย่างลังเล
“ของเตวาหรือเปล่า?”
บีมมองหน้าเธอ “อย่าแตะอะไรแปลก ๆ”
ทันใดนั้น เสียงกระซิบดังขึ้นล้อมรอบ “อย่า…กลับ…อย่า…”
ทุกคนรีบวิ่งออกจากบ้านร้าง ประตูเปิดออกเอง เงาดำวูบหายเข้าไปในหมอก
อาร์ตหันไปสบตาชายแก่ที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ “คุณรู้เรื่องอะไรใช่ไหม?”
ชายแก่พูดเบา ๆ “บางอย่าง…ควรถูกลืม”
พลอยเดินเข้าไปใกล้ “อะไรที่ควรถูกลืม?”
ชายแก่เงียบ มองไปทางบึง
คืนนั้น ทุกคนฝันเห็นบึงน้ำดำ เงาดำสูงโปร่งเดินวนอยู่ริมบึง เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นจังหวะ พลอยสะดุ้งตื่น เหงื่อชุ่มมือ
ฟ้านั่งอยู่ปลายเตียง ดวงตาแดงก่ำ “ฉันคิดว่า…ฉันได้ยินเสียงนั้นมาตั้งแต่เด็ก”
พลอยหันมอง “หมายความว่าไง?”
ฟ้ากัดปาก “พ่อฉันเคยเล่าว่า ตอนเด็กมีเด็กผู้หญิงหายไปในบึงนี้…ไม่มีใครเจอศพ ไม่มีใครกล้าตามหา”
อาร์ตนั่งนิ่ง ๆ “ถ้าเสียงนั้นคือคนที่หายไป…พวกเขาต้องการอะไรจากเรา?”
บีมถอนหายใจ “หรือมันแค่อยากให้เรากลัว?”
ฟ้าสั่นหัว “มันเหมือน…มันอยากให้เราทำบางอย่าง”
เช้าวันต่อมา กลุ่มเพื่อนตัดสินใจลงเรืออีกครั้ง พลอยยังคงถือตุ๊กตาผ้านั้นไว้ในมือ เส้นทางในบึงวันนี้ขุ่นมัวกว่าเดิม เงาดำ ๆ เดินวนริมบึงตลอดสายตา
อาร์ตเหลียวมอง “เรากำลังถูกจับตามอง…รู้ใช่ไหม”
บีมหยิบกล้องมากดถ่ายรูป ทันใดนั้น ภาพในกล้องไม่มีอะไรนอกจากเงาดำเต็มไปหมด
ฟ้าสูดลมหายใจลึก “เราไม่ควรอยู่ที่นี่นาน”
เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางบึง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นรอบทิศ “คืนของข้า…คืน…ของข้า…”
พลอยลังเล หยิบตุ๊กตาขึ้นมา “หรือเราต้องคืนของให้มัน?”
บีมพยักหน้า แต่ฟ้าสะอื้น “ถ้าคืนแล้ว…จะได้เตวาคืนไหม?”
อาร์ตเงียบไป “ไม่มีทางรู้…จนกว่าจะลอง”
พลอยวางตุ๊กตาผ้าลงบนผิวน้ำ ตุ๊กตาลอยหายไปในความมืด
ทันใดนั้น หมอกหนาทึบปกคลุมรอบเรือ ทุกคนต่างได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วเบา “ช่วย…ช่วย…”
ฟ้าร้องไห้สะอึก “เตวาใช่ไหม!”
เงาดำ ๆ ค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นร่างเด็กผู้หญิงผมยาวในชุดขาดรุ่งริ่ง ยืนอยู่ริมเรือ ใบหน้าเลือนรางไร้รายละเอียด
บีมหันหน้าหนี “กลับ…เราต้องกลับ!”
อาร์ตจับมือพลอยไว้ “ใจเย็น…ถ้ามันใช่เตวา เราต้องถามก่อน”
“เตวา…ถ้าเป็นเธอ ให้สัญญาณเรา” พลอยพูดเสียงสั่น
เงานั้นชี้ไปที่บ้านร้างริมบึง ก่อนจะค่อย ๆ จมหายลงไปในน้ำ
กลุ่มเพื่อนรีบพายเรือกลับเข้าฝั่ง ตรงไปที่บ้านร้างอีกครั้ง ประตูเปิดอ้าออกเหมือนรอพวกเขาอยู่ ภายในบ้านมืดสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจในเงามืด
อาร์ตฉายไฟไปที่ผนัง พบข้อความขูดเป็นรอย “ข้าจะคืนถ้าได้ของข้า”
ฟ้าสะอึก “ของข้า…คือตัวตนเหรอ?”
พลอยหันมองบีม “หรือ…คือความลับ?”
ทันใดนั้น ประตูบ้านปิดดังปึง เงาดำ ๆ ไล้ผ่านกำแพงรอบตัวพวกเขา เสียงกระซิบดังขึ้น “บอกความจริง…บอก…”
อาร์ตจับมือฟ้า “ฟ้า…เธอรู้อะไรใช่ไหม”
ฟ้ากอดตัวเองแน่น “ฉัน…ฉันเคยเห็นเตวาตอนเดินเข้าไปในบึงวันนั้น…แต่ฉันไม่กล้าบอกใคร”
บีมตะโกน “ทำไมไม่บอก!”
ฟ้าสะอื้น “กลัว…กลัวว่าทุกคนจะโทษฉัน เพราะฉันเป็นคนชวนเตวาไปเล่น”
พลอยเข้าไปปลอบ “เราทุกคนผิด…แต่ตอนนี้ต้องช่วยกัน”
เงาดำ ๆ ค่อย ๆ หยุดนิ่ง เสียงร้องไห้แผ่วเบาดังขึ้นอีก “ช่วย…ช่วย…”
อาร์ตเดินไปหยิบตุ๊กตาผ้าอีกตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง “ของเตวา…อีกตัว…มันต้องการคืนทุกอย่าง”
ฟ้าหยิบตุ๊กตาไปวางหน้าประตู “เอาไป…ขอโทษ…”
ประตูบ้านค่อย ๆ เปิดออก เงาดำเดินออกจากเงามืด หยิบตุ๊กตาไว้ในมือ เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ก่อนจะเงียบหายไป
ทันใดนั้น หมอกในบึงค่อย ๆ จางลง เงาดำหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน
เช้าวันใหม่ ฟ้าตื่นมากลางบ้าน พบฝุ่นหนาบนพื้นถูกปัดเป็นรอยเท้าเด็กเล็ก ๆ เดินหายไปนอกรั้ว พลอย อาร์ต และบีมต่างอ่อนแรงแต่โล่งใจ
“ทุกอย่าง…จบแล้วเหรอ” พลอยถามเบา ๆ
ฟ้าสั่นหัว “บางอย่าง…อาจไม่มีวันจบ แต่เราได้เรียนรู้แล้วว่าความเงียบน่ากลัวที่สุด”
เสียงกระซิบสุดท้ายแผ่วในสายลม “อย่าลืม…อย่าลืม…”
กลุ่มเพื่อนเดินออกจากหมู่บ้าน ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง เงามืดในบึงยังคงเฝ้ามอง พวกเขาไม่กล้าหันกลับไปมองอีกเลย