เสียงสะท้อนในหอพักวังเวง
เสียงฝนที่กระหน่ำลงมาตั้งแต่เย็นทำให้ถนนในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยแอ่งน้ำ กวินยืนลังเลอยู่ใต้ชายคาหอพัก “วังเวง” หอเก่าแก่สี่ชั้นที่มีชื่อเสียงเรื่องความเงียบวังเวงสมชื่อ เขาเพิ่งถูกจับสลากได้สิทธิ์พักที่นี่จากการสละสิทธิ์ของผู้อื่น ภายในกระเป๋าเป้มีข้าวของจำเป็นและหนังสือเก่า ๆ ไม่กี่เล่ม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อเขาเปิดประตูเหล็กหนัก ๆ เข้าไป กลิ่นอับชื้นและฝุ่นเก่ารับหน้า กวินหยุดยืน สูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนเดินเข้าไปในทางเดินยาวที่ไร้เสียง สะท้อนแต่เสียงรองเท้ากระทบพื้นกระเบื้อง
ตลอดทางเดินมีเพียงแสงไฟสลัว กวินเหลือบมองประตูห้องแต่ละบานซึ่งปิดสนิท มีป้ายกระดาษชื่อเก่าสีซีดติดอยู่ เขาขยับกระเป๋าอีกครั้ง เดินมาถึงห้อง 304 ห้องใหม่ของเขา บรรยากาศเย็นวาบแต่เขาพยายามไม่สนใจ
หลังจากจัดของเรียบร้อย กวินนั่งลงบนเตียงไม้เก่า พยายามหลับให้ได้ เสียงฝนยังคงตกหนัก แต่ขณะที่เขากำลังจะหลับ เขาได้ยินเสียงบางอย่าง—เสียงกระซิบเบา ๆ แว่วผ่านฝาผนัง
เขาผงะลุกขึ้นนั่งนิ่ง ตั้งใจฟัง เสียงเงียบไปแล้ว กวินส่ายหัว คิดว่าคงเป็นเสียงลมผ่านหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดสนิท เขาเดินไปตรวจสอบแต่หน้าต่างล็อกแน่นหนา
รุ่งเช้า กวินถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู เขาเปิดประตูออก พบนาวา—รุ่นพี่ปีสี่ ตัวสูง ผมยาว ใบหน้าดูอ่อนล้า นาวายิ้มจาง ๆ “มาอยู่ใหม่ใช่ไหม ห้องนี้หาคนอยู่ยากนะ”
กวินลังเล “ทำไมหรือครับ?”
นาวายักไหล่ “ปกติเด็กใหม่อยู่ไม่ทน บางคนก็ย้ายออกกลางค่ำกลางคืน บางคน…ไม่รู้สิ” เขาหยุดกลางประโยค พูดเบา ๆ “ถ้ามีอะไรแปลก ๆ ก็อย่าไปสนใจมาก”
กวินรู้สึกไม่ค่อยสบายใจแต่พยายามไม่คิดมาก เขาเดินไปเรียน กลับมาเจอเพื่อนร่วมหออีกคนชื่อวิว—หญิงสาวปีสามที่รักการวาดภาพ วิวนั่งขีดเขียนอยู่หน้าห้อง 302 กวินทักทาย “เพิ่งมาอยู่ใหม่ครับ”
วิวมองกวิน พยักหน้า “ได้ยินเสียงอะไรบ้างหรือยัง?” กวินสะดุ้ง “เสียงอะไร?” วิวไม่ตอบแต่ยิ้มแปลก ๆ “เดี๋ยวก็รู้เอง”
คืนถัดมา กวินพยายามอ่านหนังสือแต่รู้สึกเหมือนมีคนเดินอยู่หน้าห้อง เขาแง้มประตูออกไปดู แต่ทางเดินว่างเปล่า ฝนหยุดตกแล้ว เหลือแต่ความเงียบอันหนาหนัก
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นข้างฝา กวินนั่งนิ่ง ความกลัวค่อย ๆ คลืบคลาน เขาเอาหมอนกดหูแล้วหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
วันต่อมา กวินตัดสินใจชวนวิวคุยในห้องนั่งเล่นรวม “วิว ห้องนี้มีอะไรหรือเปล่า?” วิวเงียบไปอึดใจหนึ่ง “เคยมีคนหายไป แต่ไม่มีใครพูดถึง”
“คนหายไป?” กวินเอียงคอ วิวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง “มีบางห้องที่ไม่ควรเข้าไป ถ้าได้ยินเสียงเรียก…อย่าเดินตามเสียง”
กวินพยายามกลืนก้อนสะอึกในลำคอ เขาหันไปมองนาวา ซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ “พี่นาวา… ห้องนี้เคยเกิดอะไรขึ้น?”
นาวาวางหนังสือช้า ๆ ไม่สบตา “หอวังเวงเก่าแก่เกินกว่าที่ใครจะจำได้ว่าเริ่มมีคนหายตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้านายได้ยินเสียงที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน อย่าตอบรับเสียงนั้น”
คืนนั้น กวินฝันเห็นเงามืดสูงใหญ่ยืนอยู่ปลายเตียง เขาตื่นขึ้นเหงื่อชุ่มทั้งตัว แต่เมื่อมองไปรอบห้องก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เสียงในหัวพร่ำบอก “อย่าไว้ใจใคร…”
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าประตูห้อง 306 เปิดแง้มอยู่ ทั้งที่ปกติปิดตลอด เขาเดินไปดู เห็นข้าวของวางอยู่ แต่ไม่มีใครดูแล เขาเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งบนโต๊ะ หยิบขึ้นมาแต่ลังเลจะเปิดอ่าน
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากทางเดิน กวินรีบวางสมุดลง เดินกลับห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้น
ในห้องนั่งเล่น วิวกับนาวากำลังเถียงกันเสียงต่ำ กวินได้ยินแค่บางส่วน “…เราต้องบอกเขาไหม?” “บอกตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร”
วิวเหลือบมองกวิน “เราอย่าเข้าไปยุ่งห้องนั้นดีกว่า” นาวาพูดเสียงเบา กวินรู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกปกปิด
คืนนั้น เสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบดังชัดขึ้น กวินอดทนไม่ไหว เปิดประตูออกไปสำรวจทางเดิน เสียงนั้นพาเขาไปหยุดหน้าห้อง 306 ประตูเปิดอยู่ กวินลังเลแต่ความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่า
เมื่อเข้าไปข้างใน ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่น สมุดบันทึกยังคงอยู่บนโต๊ะ กวินเปิดอ่านทีละหน้า พบแต่ข้อความสั้น ๆ “ฉันได้ยินเสียง ฉันกลัว ฉันอยากออกไปแต่ทำไม่ได้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ กวินรีบเก็บสมุดและหลบซ่อนใต้เตียง เห็นขาเปลือยเปล่าเดินผ่านหน้าประตู เสียงกระซิบว่า “อยู่กับเราสิ…”
กวินกลั้นหายใจจนน้ำตาไหล เสียงนั้นค่อย ๆ หายไป เขาคลานออกมาอย่างระแวดระวัง รีบกลับห้องตัวเองทันที
รุ่งเช้าใบหน้าของกวินซีดขาว นาวามองเขานิ่ง ๆ “นายไม่ควรเข้าไปในห้องนั้น…”
“มันคืออะไร?” กวินเสียงสั่น วิวหลบตา “เขาว่ากันว่า…ใครที่ได้ยินเสียงเรียกแล้วเดินเข้าไปในห้อง 306 จะไม่กลับออกมาเหมือนเดิม”
“แต่ผมกลับออกมาแล้ว” กวินแย้ง นาวากลืนน้ำลาย “นายกลับออกมา แต่บางสิ่งอาจกลับออกมาด้วย”
หลังจากคืนนั้น กวินเริ่มได้ยินเสียงกระซิบใกล้ขึ้นและถี่ขึ้น แม้ในตอนกลางวัน เงาของเขาเองบางครั้งดูเหมือนเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติ เขาเห็นวิวและนาวาแอบพูดกันเงียบ ๆ บ่อยขึ้น
กวินพยายามขอข้อมูลจากแม่บ้านสูงอายุที่ชื่อป้าประทีป แต่ป้าประทีบทำเพียงส่ายหัว “บางอย่างไม่ควรถามนะลูก”
คืนต่อมา เสียงเรียกชัดเจน “กวิน…อยู่กับเราสิ” เขาเอามือปิดหูแต่เสียงยังดังเข้ามาในหัว ภาพเงาในห้องสะท้อนบนผนังวูบไหวไม่หยุด กวินคว้าไฟฉาย ตัดสินใจจะไปหาคำตอบ
เขาเดินไปห้อง 306 อีกครั้ง พบว่าวิวกับนาวายืนอยู่หน้าห้องทั้งคู่ ใบหน้าทั้งสองเคร่งเครียด นาวากันกวินไว้ “อย่าเข้าไป นายต้องออกจากหอพักนี้เดี๋ยวนี้”
วิวกระซิบ “นายเข้าห้องนั้นแล้ว นายเปลี่ยนไป นายไม่ใช่คนเดิม”
“มันหมายความว่าอะไร?” กวินเริ่มโกรธ “พวกพี่ปิดอะไรผมอยู่?”
วิวหลบตา “มีคนหายไปในหอนี้มากกว่าที่นายรู้ ทุกครั้งที่มีใครได้ยินเสียงแล้วเดินเข้าไป…วิญญาณที่อยู่ข้างในจะออกมาตามติดกับคนที่รอดออกมา”
“แต่ทุกคนไม่เชื่อกันเอง ทุกคนแกล้งทำเป็นไม่รู้…ผมไม่เข้าใจ!” กวินพูดเสียงสั่น
นาวาจับไหล่กวิน “นายต้องออกไป ยังพอมีเวลา พรุ่งนี้เช้าเก็บของไป”
คืนนั้นเสียงเงียบมากผิดปกติ กวินปิดไฟนอนแต่รู้สึกเหมือนมีเงาเดินวนอยู่ในห้อง เวลาเหมือนเนิ่นนานจนนอนไม่หลับ เขาได้ยินเสียงประตูเปิดแง้มและเสียงฝีเท้ากระซิบกระซาบ
เขาลุกขึ้นมานั่ง ใจเต้นแรง มองเห็นเงามืดในมุมห้องที่ไม่ควรมีอะไร เงานั้นค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น เสียงกระซิบซ้ำ ๆ “อยู่กับเราสิ…”
กวินวิ่งออกจากห้อง ชนเข้ากับนาวาและวิวที่ยืนรออยู่หน้าห้อง พวกเขารีบพากวินออกจากหอพัก ทันทีที่ข้ามประตูเหล็กออกมา เสียงกระซิบเงียบลงทันที
กวินหันกลับไปมองหอพักวังเวง แสงไฟแต่ละชั้นดับลงทีละดวง เหลือเพียงความมืดและเงาสะท้อนในหน้าต่างที่เหมือนกับ…เงาของเขาเองยืนอยู่ตรงนั้น
วิวพูดเบา ๆ “บางคนออกมาได้ แต่วิญญาณของหอก็ยังตามออกมาด้วย”
นาวาสบตากวิน “นายต้องทำใจอยู่กับความจริงนี้…บางเสียงจะตามนายไปตลอดชีวิต”
ท่ามกลางความเงียบ เหลือเพียงเสียงสะท้อนจากอดีตที่ไม่มีวันจางหาย กวินรู้แน่ชัดว่าไม่มีใครหนีจากหอวังเวงนี้ได้อย่างแท้จริง