ความลับของเธอใต้แสงจันทร์
เสียงเปียโนดังก้องเบา ๆ จากห้องซ้อมใต้ถุนตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ แป้งยืนอยู่หน้าประตูไม้อัดเก่า มือเย็นเฉียบ รอยยิ้มบาง ๆ เธอกำหมุดเข็มชมรมแน่น ดวงตาเปี่ยมด้วยความหวังและความกลัวผสมกัน ในขณะเดียวกัน เสียงไวโอลินจากอีกมุมหนึ่งของอาคารก็แผ่วเบาปะทะกับเสียงหัวใจของเธอ แป้งตัดสินใจเดินเข้าไปช้า ๆ อย่างคนที่กำลังจะเปิดกล่องความลับของตัวเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในห้องซ้อม ไทม์กำลังรัวนิ้วลงคีย์เปียโน เสียงขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนทดสอบขีดจำกัดบางอย่าง เขาหลับตา เหงื่อซึมขมับ ยามใดที่ไทม์หยุด แป้งก็มองเขาผ่านรอยแตกกระจกบานเล็ก จังหวะหายใจเสียงดังของไทม์กลบเสียงฝนข้างนอก
“จะยืนฟังอยู่นานไหม?” ไทม์พูดขึ้น โดยไม่หันมอง แป้งสะดุ้ง เธอรีบเบือนหน้า หยิบผ้าเช็ดเหงื่อในกระเป๋าเพื่อกลบเกลื่อน
“เปล่า…แค่จะมาขอยืมโน้ตเพลง” เสียงของแป้งฟังดูตะกุกตะกัก
ไทม์หันมายิ้มมุมปาก “หรือว่าอยากฟังฉันเล่นจริง ๆ?”
แป้งกัดริมฝีปาก เบือนหน้าหลบ “จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อฉันเล่นไม่เป็นเลย”
ไทม์ลุกขึ้น ดึงเก้าอี้ออกมา เขาแบกกระเป๋ากีตาร์ชายห้อยไหล่เข้ามาใกล้ “ไม่มีใครเล่นเป็นตั้งแต่แรกหรอก ลองมั้ยล่ะ?”
แป้งลังเล มองมือที่สะอาดแต่มีร่องรอยแผลจาง ๆ ของเด็กกิจกรรมในชมรมดนตรี เธอกำหมุดแน่นขึ้น “วันนี้ไม่มีอารมณ์”
“บางทีเราเลือกอารมณ์ไม่ได้หรอกนะ มีแต่อารมณ์ที่เลือกเรา” ไทม์พูดแผ่วเบา ก่อนเดินออกจากห้องทิ้งกลิ่นน้ำหอมสบู่อ่อน ๆ ไว้ แป้งยืนนิ่ง สบตากับเปียโน
ช่วงค่ำลง ตึกคณะเงียบสนิท แป้งอยู่ลำพังกับแผ่นโน้ตเพลง “Moonlit Secret” ที่ไทม์ลืมไว้ เธอวางมันบนเปียโน นิ้วสัมผัสคีย์อย่างลังเล เสียงคี้เปียโนว่างเปล่าตอบกลับมา
อีกวันหนึ่ง ฝนโปรยบาง ในห้องประชุมชมรมดนตรีทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้าม โต๊ะยาวมีพวกเพื่อนบางคนคุยเรื่องประกวดดนตรีวิ่งวุ่นอยู่ปลายโต๊ะ
“นายเชื่อว่าดนตรีซ่อนอะไรได้ไหม” แป้งถามแบบไม่มองหน้า กล่องปากกาสั่นเล็กน้อยในมือ
ไทม์หัวเราะ “บางทีก็ใช่ จะว่าไป หลายครั้งฉันเล่นเพื่อลืมอะไรบางอย่างนะ”
แป้งก้มหน้า “แล้วถ้ามีเรื่องที่อยากลืมแต่กลับยิ่งจำ…จะทำยังไงดี”
เสียงสนทนาเบาลงเมื่อเพื่อนลากเก้าอี้ออก ไทม์ลากลมหายใจ “บางที อยู่กับมันก็ได้มั้ง ปล่อยมันเป็นเงาข้างตัว เหมือนเสียงเปียโนที่ยังหลอกหลอนหลังเพลงจบ”
ตอนเย็น เธอเจอไทม์เดินคนเดียว ชายหนุ่มหยุดมองบ่อปลาคาเฟ่ร้าง แป้งยืนข้าง ๆ เงียบ นานพักใหญ่จนกระทั่งเขาพูดขึ้น
“รู้ไหม ทำไมฉันถึงไม่ชอบบ้านตัวเอง” เสียงไทม์เบาแต่แข็ง
“บ้านนายเป็นยังไงหรือ”
“เหมือนเพลงที่จบแล้วยังไม่ลืมทำนอง มันหนักหัว”
แป้งกลืนน้ำลาย เธอพยายามจะพูดแต่ก็เงียบไว้ ปล่อยให้เสียงน้ำในบ่อแทนความรู้สึกระหว่างคนสองคน
เวลาผ่านไป สองคนเขียนใบสมัครเข้าประกวดดนตรีร่วมกัน แป้งรับผิดชอบแต่งเนื้อร้อง ไทม์เรียบเรียงดนตรี ในทุกบ่าย พวกเขานั่งเบียดกันบนเก้าอี้ไม้ในห้องเล็ก ๆ เงียบเสียกว่าที่ควรจะเป็น
ระหว่างเขียนเนื้อเพลง แป้งถามเบา ๆ “นายกลัวอะไรในชีวิตมากที่สุด”
ไทม์นิ่ง หลบตา “กลัวอยู่คนเดียว…แล้วเธอล่ะ”
“กลัวว่าถูกมองว่าอ่อนแอ” เธอหัวเราะในลำคอเหมือนจะร้องไห้
“นายว่าคนเราเปลี่ยนอดีตได้ไหม”
“เปลี่ยนไม่ได้ แต่ตั้งแต่รู้จักเธอ ฉันคิดว่าอนาคตมันไม่ต้องเหมือนเมื่อวานก็ได้” ไทม์ยิ้มจาง ๆ
ช่วงเขียนเพลงจบ แป้งกับไทม์มีปากเสียงเรื่องวิธีเรียบเรียงดนตรี ไทม์อยากเพิ่มท่อนคอรัสใหม่ “เพลงมันเศร้าเกินไป ฉันอยากให้คนฟังรู้สึกมีหวัง”
แป้งตะโกนกลับ “แล้วถ้าความหวังมันเป็นแค่ภาพลวงตาล่ะ นายเคยคิดไหม!”
ไทม์อึ้ง นิ่งนาน “บางที เธอแค่กลัวว่าความหวังจะทำให้ผิดหวัง ไม่ใช่เพราะมันไม่มีจริง”
คืนนั้นแป้งกลับห้อง ดวงจันทร์ส่องลอดม่าน เธอมองดูข้อความที่ไม่ได้ส่ง ‘ขอโทษนะ ไทม์ ฉันแค่…’
เช้าวันต่อมา ไทม์ไม่มาที่ชมรม แป้งนั่งเดียวดายตรงเปียโน สีหน้าหม่นหมอง โทรหาไทม์แต่ไม่มีใครรับ
สามวันผ่านไป แป้งเอื้อมนิ้วเล่นเพลง Moonlit Secret อีกครั้ง ไม่มีเสียงใดเลย เสียงร้องในใจดังชัดว่าเธอคิดถึงเขา
ในที่สุดเธอเดินไปยังคอนโดฯ จากที่อยู่ในเอกสารสมาชิกชมรม ไทม์เปิดประตู หน้าซีด กำลังเก็บของลงกล่องกระดาษ
“นายจะไปไหน” แป้งถามเสียงเบา
“บ้านแม่ฉันไม่รับฉันกลับไปแล้ว จะไปอยู่กับพ่อที่ต่างจังหวัดสักพัก” ไทม์หลบตา เสียงสั่น
แป้งนับลมหายใจ ถามว่า “ถ้าฉันขอให้อยู่ต่อล่ะ”
“แล้วเหตุผลล่ะ”
เงียบชั่วอึดใจ แป้งเมินหน้า “ฉันกลัวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมเหมือนตอนยังไม่ได้พบกัน”
ไทม์สบตา ดวงตาแดงเรื่อคล้ายจะร้องไห้ “ฉันก็เหมือนกัน” เสียงเขาเบาเกือบเป็นกระซิบ
สองคนเงียบไปนาน จนในที่สุดไทม์ยื่นกล่องโน้ตเพลงมาให้ “เพลงของเรา…ขอให้มันได้เล่นบนเวที แม้ไม่มีฉันขึ้นไปก็เถอะ”
วันประกวดมาถึง ห้องประชุมแน่นขนัดด้วยผู้ชมและกรรมการ แป้งนั่งอยู่หน้าคีย์เปียโน ไฝ่หาเพื่อนที่ไม่ได้มา กล่องโน้ตเพลงวางข้างตัว
เธอเริ่มเล่น เสียงเปียโนละเอียดอ่อน สะท้อนความอ้างว้างและคิดถึง เนื้อร้องที่เธอเขียนถูกขับขานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทุกการกดคีย์คือตัวแทนของ ‘ฉันคิดถึงนาย’
หลังจบการแสดง เสียงปรบมือดังแทรกเข้ามา แป้งหลับตานิ่งน้ำตาไหลพราก เธอรู้ดีว่าคำตอบในใจชัดเจนขึ้นแล้ว
หลังงานจบ แป้งเดินออกจากห้องประชุม ซุ้มต้นปีบหน้าอาคาร ไทม์ยืนรออยู่ในเงาจันทร์ ดวงตาเจือรอยเหงา
“รู้ไหม ทำไมเพลงนั้นถึงชื่อ Moonlit Secret” ไทม์ถามกลั้วเสียงหัวเราะ
แป้งส่ายหัว
“เพราะมันมีความลับที่ร้องออกมาไม่หมด เหมือนกับที่ฉัน…ยังไม่ได้บอกความรู้สึกกับเธอ”
แป้งเงียบ มือกำกระโปรงแน่น ก่อนเอ่ยแผ่วเบา “เพราะฉันก็เหมือนกัน”
ทั้งสองยืนนิ่งจมในความเงียบ อยู่นาน ไทม์หยิบมือแป้งมากุมไว้อย่างแผ่วเบา
“เราอาจไม่เหมือนเดิม…แต่ขอให้เราได้เริ่มใหม่ใต้แสงจันทร์อีกสักครั้ง”
แป้งยิ้ม ดวงจันทร์กระทบหยดน้ำตากลายเป็นประกาย เสียงเปียโนในหัวใจเริ่มบรรเลงอีกครั้ง…พร้อมกับ “ความลับใต้แสงจันทร์” ที่กลายเป็นรักอันจริงใจ