คราวนี้ ขอแค่เราไม่ได้สวนกัน
เสียงนาฬิกาปลุกแผดเสียงก้องห้อง ขวัญเหวี่ยงแขนไปปิดโดยไม่ยอมลืมตา พื้นที่เล็กๆ ที่เขาเรียกว่าบ้านนั้นเงียบเชียบ ยกเว้นเสียงกรุ๊งกริ๊งจากโต๊ะทำงาน ขวัญนั่งจ้องลิสต์งานในคอมพิวเตอร์ สีหน้ากังวลปนเบื่อหน่าย มือกุมขมับเมื่อหน้าจอแชทในไลน์ขึ้นแจ้งเตือนรัวๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขวัญ งานโปสเตอร์นิยายนั่นทำถึงไหน รายละเอียดล่าสุดพี่เพิ่งส่งไปในอีเมล รีบหน่อยนะ เวลาน้อยมาก” นั่นคือข้อความของจิ๊บ ผู้จัดการโปรเจกต์ ผู้หญิงที่ขวัญเก็บความรู้สึกไว้เงียบๆ ตั้งแต่วันแรกที่เจอที่ออฟฟิศ สำนักพิมพ์บนตึกแถวเก่าใกล้รถไฟฟ้าแห่งนี้ดูเงียบเหงา แต่อย่างน้อยมันก็มีเสียงของจิ๊บในทุกวัน
ขวัญถอนใจ บอกตัวเองว่าคงแค่ฝังใจว่ารู้สึกดีด้วย เลื่อนดูรูปจิ๊บในไอจีอย่างเงียบๆ ทุกคืน ภาพที่เธอโพสต์รูปเหล้า รูปท้องฟ้า รูปบ้านริมน้ำริมฝั่งบางปะกง คนอื่นอาจไม่เห็นอะไรพิเศษ แต่สำหรับขวัญ ทุกแคปชันและภาพเหล่านั้นเหมือนช่วยปลอบเขาตอนรู้สึกโดดเดี่ยว
ในออฟฟิศ ช่วงสาย จิ๊บเดินตรงมายังโต๊ะขวัญ ไฟล์งานแบบครึ่งเสร็จวางอยู่บนหน้าจอ
“ขวัญ ทำไมหายหน้าหายตา อาทิตย์นี้ส่งงานเช้ายากมากเลยนะ” จิ๊บยกคิ้ว น้ำเสียงจำใจบางอย่าง
“ช่วงนี้ยุ่งอ่ะ แม่ไม่ค่อยสบาย กลับบ้านดึกทุกวัน” ขวัญพูดเสียงห้วน ไม่สบตา
จิ๊บชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนอยากจะถาม แต่ก็เปลี่ยนไป “โอเค งั้นถ้ามีเรื่องอะไรจะฝากช่วย ก็บอกละกันนะ”
ขวัญเงยหน้ามองแผ่นหลังเธอขณะที่เดินจากไป จิ๊บไม่เคยถามต่อแต่ขวัญก็ไม่เคยเล่า พวกเขาเป็นแบบนี้มาเป็นปี—พูดแต่เรื่องงาน ห้ามข้ามเส้น ด้วยเหตุผลที่ต่างคนต่างไม่กล้าบอก
สัปดาห์ต่อมามีประชุมใหญ่ประจำเดือน ทุกคนล้วนต่างมีความเห็นแรงกล้า ในห้องประชุมแคบๆ ขวัญและจิ๊บถูกนั่งฝั่งตรงข้ามกันเป็นประจำ
“หัวข้อหน้าปกนิยายชุดใหม่ พี่จิ๊บว่าควรเอาแบบฟีลเมืองเก่า หรือโมเดิร์น?” ไกด์ บรรณาธิการถามขึ้นกลางวง
ขวัญชูมือ “เมืองเก่า มันคลาสสิก น่าจะดึงคนอ่านวัยผู้ใหญ่ได้ดีกว่า”
จิ๊บสวนกลับทันที “แต่คอนเสปต์นี้นักเขียนเขาอยากโมเดิร์น ไม่อยากซ้ำ สมัยนี้เด็กก็อ่านหนังสือเยอะนะ”
สายตาหลายคู่จ้องมอง ขวัญเงียบไป จิ๊บเองก็นิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายก็กำลังอึดอัดไม่แพ้กัน
หลังประชุมขวัญเดินสวนจิ๊บทางเดิน
“ต้องขัดกันทุกทีเลยใช่มั้ย” จิ๊บเปรยเบาๆ ไม่สบตา
ขวัญอึ้ง ไม่ตอบ แต่แค่นหัวเราะแห้งๆ “พี่ก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง”
จิ๊บถอนหายใจ “บางที อยากให้เราคุยกันนอกจากเรื่องงานบ้างเหมือนกันนะ” เธอเดินหนีไปก่อน ทิ้งให้ขวัญยืนงุนงงอยู่กลางโถงออฟฟิศ
วันหนึ่ง ขวัญกลับบ้านเดินเหม่อท่ามกลางฝนพรำ โทรศัพท์ดังขึ้น
“ขวัญ มารับพี่หน่อย รถเสียอยู่ข้างปั๊ม” เสียงจิ๊บสั่นๆ ฟังดูเหนื่อยล้า
“โอเค เดี๋ยวผมไป” ขวัญขับรถจักรยานยนต์ไปรับเธอในฝน เงียบตลอดทาง มือจิ๊บจับเบาะเบาๆ ไม่กล้าชิดตัวเขาเกินไป ฝนตกโปรยกระทบหมวกกันน็อก ทั้งสองนั่งนิ่งไม่พูดจนน้ำฝนฝังกลิ่นชื้นติดเสื้อผ้า
จิ๊บปากสั่นด้วยหนาว ขวัญยื่นเสื้อแจ็กเก็ตให้ “ใส่ไหม?”
เธอลังเล “อืม… ขอบใจนะ”
ขวัญเงียบ หัวใจเต้นแรง รู้สึกแปลกๆ ที่ได้พูดคุยกันในโลกนอกออฟฟิศเป็นครั้งแรก
ในคืนนั้น ขวัญเปิดไอจีเห็นจิ๊บโพสต์รูปฝนตกกับแคปชันว่า “รอใครสักคนที่ไม่รีบเดินหนีไป” เขาคิดนานว่าจะกดไลก์ดีไหม ก่อนปิดจอไป หัวใจยังค้างคา
วันทำงานต่อมา จิ๊บเดินเข้ามานั่งที่ข้างโต๊ะขวัญด้วยสายตาลังเล
“ขวัญ…เมื่อคืนขอบคุณที่ช่วยนะ คือ จริงๆ เวลาช่วงนี้ รู้สึกเหนื่อยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องรถ เรื่องงานก็ด้วย” จิ๊บบีบขวดน้ำแน่น
ขวัญเงยหน้ามอง เงียบนาน “ถ้างั้น… เอ่อ จะไปเที่ยวพักบ้างไหม?” ตั้งใจจะชวนแล้วก็เปลี่ยนเป็นประโยคคำถามกำกวมแทน
“ไปสิ! เอ้อ… หมายถึง… อยากไปเหมือนกัน” จิ๊บลอบยิ้มหัวเราะเบาๆ ภาพลักษณ์สาวเข้มดูน่ารักขึ้นมาอย่างประหลาด
สุดสัปดาห์นั้นขวัญกับจิ๊บไปนั่งคาเฟ่เล็กๆ ริมแม่น้ำ เงียบไปนานก่อนจิ๊บจะเปรยขึ้นว่า “ขวัญเชื่อในโอกาสมั้ย”
“ก็… ไม่รู้สิ ไม่ค่อยนะ โอกาสบางทีมันไม่มาซ้ำ…”
จิ๊บค้อมหน้าช้าๆ “เหมือนกันเลย…” เธอมองออกไปบนสายน้ำ เงียบกันไปพักใหญ่
กลับออฟฟิศ ความสัมพันธ์ดูเหมือนจะละลายความแข็งกระด้างลงเล็กน้อย แต่ช่วงเย็นวันศุกร์ ขวัญได้ยินข่าวลือว่า บริษัทจะปรับโครงสร้าง และจิ๊บจะได้เลื่อนเป็นผู้จัดการแผนกใหม่ ต้องไปประจำสำนักงานเชียงใหม่ ขวัญใจหาย พลันนึกถึงปีก่อนๆ ที่เขาปล่อยให้โอกาสหลายอย่างหลุดมือเพราะความกลัว
กลางคืน ขวัญนั่งกุมแก้วกาแฟบนดาดฟ้า โทรศัพท์ดังจิ๊บโทรมา
“ขวัญ คุยได้ไหม”
“ได้… พี่ไปจริงเหรอ”
เสียงจิ๊บสั่น “ยังไม่แน่ใจ พวกเขาแค่ถามความเห็น แต่… ขวัญ มีอะไรอยากพูดกับพี่ไหม ถ้าพี่จะต้องไป?”
ขวัญนิ่ง เหงื่อซึมมือ ถามลอยๆ “ถ้าผมขอให้พี่อยู่… มันเห็นแก่ตัวหรือเปล่า”
จิ๊บหัวเราะเบาๆ “ขวัญไม่เคยเห็นแก่ตัวหรอก มีแต่…”
ทั้งคู่เงียบ เสียงลมหายใจวิ่งผ่านสายเหมือนรออะไรบางอย่าง
วันประชุมทีมสุดท้าย จิ๊บประกาศว่าเธอจะไปดูแลสำนักงานใหม่ ขวัญรู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ไม่กล้าสบตาใครแม้แต่นิดเดียว หลังงานเลี้ยงส่ง ขวัญเดินมาต่อท้ายที่สุดใต้ตึก หยุดตรงที่รถจิ๊บจอดอยู่
“พี่จิ๊บ…”
จิ๊บยิ้มจางๆ “ขวัญ… อยากให้เรายังเป็นเหมือนเดิมมั้ย”
“ผมไม่อยากให้เป็นเหมือนเดิม ผมไม่อยากให้เราต้องสวนกันไปอีก…” เสียงขวัญแผ่วแต่จริงจัง
“ถ้างั้นพี่จะรอวันขวัญกล้ากว่านี้” คำตอบของจิ๊บเหมือนเชื้อเพลิงสุดท้ายในค่ำคืน
วันเวลาผ่านไป ขวัญเริ่มกล้าเปิดรับโลกนอกใจมากขึ้น ติดต่อไปหาจิ๊บบ่อย ๆ ค่อยๆ เรียนรู้ว่าใจของตัวเองไม่ใช่ที่ต้องเก็บไว้ลำพังเสมอ วันหนึ่ง ขวัญเดินทางขึ้นเชียงใหม่โดยไม่บอกล่วงหน้า เขาไปรอที่หน้าสำนักงานใหม่ที่จิ๊บดูแล
“ขวัญ…” จิ๊บตาค้าง น้ำตาคลอเบ้า
“ครั้งนี้ถ้าพี่จะเดินหนี… ขอให้ผมได้เดินไปด้วยนะ”
จิ๊บหัวเราะทั้งน้ำตา เงียบอยู่นาน สุดท้ายเอื้อมมือมาจับมือขวัญไว้แน่น
“ดีใจนะที่คราวนี้เราไม่ได้สวนกัน”
ทั้งสองเดินข้างกันในเมืองใหม่ ท่ามกลางความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกล้าเรียนรู้ที่จะรักและให้อภัยกันอย่างช้าๆ รอบคอบ—ให้โอกาสใหม่กับทั้งสองคน ในจังหวะและทางเดินที่เลือกเอง