ลมเพลมพัดในความรัก
เสียงโหวกเหวกจากกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายดังขึ้นที่สนามฟุตบอล โรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใส นักเรียนพากันฮาเฮระหว่างฟุตบอลแมตช์ใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อีฟรู้สึกมีชีวิตชีวาโดยเฉพาะเมื่อหน้าตาของเธออัดแน่นอยู่ในสายตาของอเล็กซ์ เพื่อนชายที่เธอแอบชอบมานาน นักเรียนสาววัย 17 มีรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกซับซ้อนข้างใน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ อีฟ!” เสียงของเพื่อนสาวคนสนิท มิลาน เรียกเธอ ขณะที่มองไปที่อเล็กซ์ “เขามองเธออยู่นะ!”
อีฟรีบหันไปมอง และตอนนั้นอเล็กซ์กำลังยิ้มให้เธอจากสนามฟุตบอล แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของเขาสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่น แต่ในใจของอีฟกลับมีความทุกข์กดดันจากความลับที่แม่เพิ่งบอกเธอว่าพ่อของเธอหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับคำเตือนว่าอย่าให้เรื่องนี้เปิดเผยออกไป
เมื่อจบการแข่งขัน ทุกคนกลับมาที่ห้องเรียน เสียงหัวเราะดังเป็นทำนองท่ามกลางอากาศร้อนของฤดูร้อน อีฟพยายามพาตัวเองไปสู่ความปกติ แต่สมองของเธอวนเวียนถึงพ่อที่ไม่มีใครพูดถึง แค่เมื่อใดที่คนอื่นถามให้นึกถึงเขา เธอก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอย่างรุนแรง
“นี่! อีฟ มีอะไรหรือเปล่า?” มิลานถาม ขณะที่อีฟนั่งเหม่อมองไปที่หน้าต่าง
อีฟถอนหายใจ “ไม่อะ แค่คิดวิวัฒนาการของความรัก…”
ในใจ อีฟกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่สับสน แผนการสร้างโลกให้สวยงามในห้วงคิดของเธอกำลังถูกบดบังด้วยความมืดที่เธอไม่สามารถหนีไปได้
คืนวันนั้นที่บ้านของอีฟ อากาศเหมือนจะหนาวเย็นกว่าวันอื่น ๆ ให้ความรู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้อง เธอนั่งอยู่บนเตียง หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาแต่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร เพราะใจเธอว้าวุ่นจนทุกอย่างดูเลือนลาง
ไฟหน้ารถที่ส่องมายังหน้าบ้านทำให้ความคิดเริ่มเหนื่อยล้า อีฟเปิดประตูรับลมเย็น ๆ เสียงมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านความเงียบยังทำให้ต้องไตร่ตรอง เลือดลมในกายทำให้เธอรู้สึกอิสระชั่วคราว แต่แล้วสายตาของเธอสะดุดที่บ้านหลังหนึ่งติดกัน ดูเหมือนว่าใครสักคนจะยืนอยู่หน้าบ้าน เพียงชั่วเสี้ยววินาที แต่ก็รู้สึกถึงพลังที่สะท้อนความลึกลับ ไม่กี่นาทีต่อมา คนคนนั้นได้คลายตัวออกเป็นหนุ่มรูปร่างดี เพียงแค่พี่ชายของเธอ ไม่บอกว่าเขาไปไหนมา
ในค่ำคืนถัดไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตามด้วยเสียงหวานหวานของมิลาน “อีฟ พรุ่งนี้อเล็กซ์จะชวนไปงานวัดนะ!”
อีฟยิ้มอย่างไม่สามารถซ่อนไว้ได้ “งานวัด…ใช่ เป็นแห่งทำให้ยุ่งเหยิงจริง ๆ”
แต่ในจิตใจสับสนระหว่างเรื่องราวของความรักที่ตัวเธอใฝ่ฝัน กับการค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อที่หายไปของเธออย่างที่มิลานหน้าเศร้าเคยกล่าวไว้
กลางงานวัด เธอกับอเล็กซ์กำลังยืนอยู่หน้าบูธเกมยิงปืน ขณะที่เสียงหัวเราะและเสียงประทัดระเบิดขึ้นในอากาศ ตื่นเต้นและกดดัน แรงเหล่านั้นกระตุ้นความรู้สึกกัดกินข้างใน
“อีฟ อยากได้ตุ๊กตานั้นไหม?” อเล็กซ์ชี้ไปที่ตุ๊กตายีราฟตัวใหญ่ให้เธอดู
“จริงเหรอ? ทำยังไง?” เธอตอบด้วยแววตาที่สาดส่องอยู่
“ง่าย ๆ แค่ยิงปืนให้เฉียบขาด ก็ได้ไปเลย” เขายิ้ม มีความมุ่งมั่นในดวงตา
อีฟพยักหน้า แต่อารมณ์ไม่ค่อยพอใจที่ไม่มีเวลาว่างไปสนใจเรื่องอื่น หน่วยความจำที่อัดแน่นยิ่งกลบรอบข้าง ขณะที่เสียงแห่งสนามและผู้คนดังขึ้นเรื่อย ๆ
ย้อนกลับไปที่บ้าน ขณะนี้บิดาของเธอยังเป็นที่พูดถึง แต่ผู้คนต่างไม่พูดความจริงเกี่ยวกับการที่เขาหายตัวไป ต่างวิ่งไปมา เนื่องจากมีข่าวดี การพบเจอของอีฟสะท้อนความเป็นจริงของมัน ผ่านในกลุ่มเพื่อนร่วมชีวิต
ในคืนหนึ่งขณะที่นั่งในคาเฟ่เล็ก ๆ อีฟได้ยินคนพูดถึงการกลับมาที่มุมหนึ่งของห้องที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ประสบการณ์ที่เล่าขานกันได้แผลปลอมในหัวใจ ฟังเสียงพวกเขาทำให้เธอระลึกถึงเสียงของพ่อ และสายตาของมิลานที่กังวล ชีวิตในโรงเรียนกลายเป็นรูหนอน บิดายังไม่กลับมาทำให้ความรักที่เธอมั่นใจได้แน่นคงกลายเป็นซากเศษฝุ่น
เมื่อเธอหาทางออกจากความโกลาหลนี้ เธอกลับไปที่สนามฟุตบอลอีกครั้ง อีฟเห็นอเล็กซ์ยิ้มให้เด็กคนอื่น ศักยภาพของเขาที่แสดงออกอยู่กับเพื่อนๆ เป็นดังแสงสว่างที่กระตุ้นให้เธอใช้ชีวิตยิ่งขึ้น
แต่แล้วมีข่าวเกี่ยวกับการหายตัวไปของคนในหมู่บ้าน หน่วยงานสืบสวนได้มา และนั่นยิ่งทำให้เธอตั้งคำถามเกี่ยวกับเรือเวลาที่เธอจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไร้สาระ
เสียงของบางสิ่งที่กล่าวถึงการทำร้าย พากระทบต่ออีฟได้ กล่าวถึงสิ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่เธอได้ยินไม่ใช่สิ่งที่มีค่ามากนัก แต่ก็เป็นเรื่องที่เธอต้องปิดบัง ทำให้ทุกอย่างล้นทะลัก
จวบจนกลางค่ำคืนที่คืนที่น่าอึดอัด เธอกับมิลานได้ไปที่บ้านร้างเป็นที่ที่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไป พวกเขาได้พบเห็นสิ่งที่ชาวบ้านชี้ให้เห็นถึงความเซ็นซิทีฟใจ มิลานจิตมีเรื่องเตือนใจ แต่การกระทำของอีฟที่ออกหน้าไปไม่อาจเชื่อได้
“อีฟ ทำไมคุณต้องทำเรื่องโง่แบบนี้?” มิลานกล่าว เอาเสียงแน่นเบา ๆ
“เพราะฉันเชื่อว่าอะไร ๆ ยังคงอยู่ที่นี่” อีฟยืนยัน มันต้องการการพิสูจน์ภายในจิตใจ
ในขณะนั้น น้ำเสียงทำให้อีกฝ่ายกลัว อีฟมองไปรอบ ๆ ทำให้เกวนรู้สึกไม่มั่นคง ทั้งสองจึงพยายามหนีออกไปจากสิ่งที่ติดตรึงใจ
ในเวลาถัดไป ทั้งสองรู้ว่าความผิดจะเป็นปัญหามาก อยู่ที่ไหนในคืนนี้ทำให้การต่อต้านเกิดขึ้น ทั้งคู่แยกตัวไปเพื่อหาคำตอบ เมื่อได้ชนกัน อีฟทนไม่ไหว ตัดสินใจกลับไปคุยกับอเล็กซ์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงตอนใดเพียงหนึ่งที่จะมีสายอุ่นใจที่เดินต่อไป
“อเล็กซ์ ฉันได้ยินเรื่องนั้นที่บ้าน เป็นไปได้ไหม?” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อเล็กซ์ไม่พูดอะไร แต่ความดันที่แสดงออกทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวไปไหน จิตใจของอีฟอยู่ตรงกลางของระหว่างการขับเคลื่อน
เมื่อเครียด อีฟเริ่มรู้สึกตามท้องฟ้ากว้างใหญ่ กว่าจะรู้ตัวพวกเขายืนอยู่ต่อหน้าบ้านของอีฟ อาการตีกันที่ารเป็นภาพที่อยู่เหนือกว่ากาไขปัญหา
ในเวลานั้นเพื่ออุ้มกระทบความรู้สึกในใจ ทั้งสองรู้ร่วมกันว่าความรักมันทำให้ต่อสู้เพื่อกันและกัน
จากเหตุการณ์นี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม อีฟต้องเผชิญกับความเป็นจริง ในขณะเดียวกันที่อเล็กซ์ได้พบกับสิ่งที่ชำรุดที่บ้านซึ่งทำให้เกิดการรีแบรนด์ความรัก
เขาแสดงความสรรค์สร้างแม้ในช่วงที่ชีวิตมีการดื่มสุดโต่ง พวกเขาได้ค้นพบเรื่องราวที่หายไปพร้อมกัน อาจไม่ใช่ในวัยรุ่นที่ต้องพบแสงสว่างนั้นเหนือความนึกคิด แต่ต้องการขมขื่นที่ประสบ
ในที่สุด แสงที่สุดของความรักที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความทุกข์ ทำให้ทั้งสองสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ภายในข้อตกลงที่ใหม่ และวันหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสุข
ในวันสุดท้ายที่มีความทรงจำแห่งความซับซ้อนเกิดขึ้นในโรงเรียน โต๊ะเรียนรกร้างไปด้วยอารมณ์ ความรักของพวกเขาได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่งสัตว์เลี้ยงผสมพันธุ์กันได้ในจุกหยุดซีซั่น
แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนคาดหวังสุดท้าย ทว่ากลับโผล่ขึ้นจากความฝันที่ลอยออกไป มันอาจจะนำไปสู่การเก็บเกี่ยวของชีวิตอีฟที่คำนึงถึงเสียงความรักกว่าเธอจะได้คุยกับพ่อก็แค่หญิว ยั่งยืดออกยาวถึงเมื่อเธอพร้อมที่จะรับรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ความรักนี้มันไม่เพียงมีชีวิต แต่ให้เกิดความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นหรือไม่