เสียงเงาในหอเก่า (Whispers in the Old Dorm)
เสียงฝีเท้าที่ลากไปบนพื้นปูนเรียบของบริเวณทางเข้าสู่หอเก่าในมหาวิทยาลัยยามค่ำเคลื่อนไหวอย่างเนิบช้า รุตหอบกระเป๋าพาดไหล่ ดวงตาของเขากวาดมองแสงไฟถนนข้างนอกที่ส่องลอดผ่านบานหน้าต่างสกปรกมาสู่ภายใน เงาไหว ๆ พาดยาว มุมปากรุตกระตุก เขาแค่นยิ้ม เหงื่อซึมขมับ คนตัวสูงโย่งอย่างเขาดูแข็งแรงแต่ข้างในกลับสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กล้องพร้อมนะ?” เสียงของต๊ะ เพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นแผ่วเบาจากข้างหลังโดยไม่กล้าสบตากับกระจกกลางโถง รุตพยักหน้าก่อนหยิบมือถือขึ้นส่องแสง ต๊ะหอบกล้องวิดีโอเข้าส่องไปที่กำแพงเก่า โอ๋ มือใหม่ที่สุดในกลุ่ม หันซ้ายขวาราวกับกลัวอะไรหล่นทับลงมาจากเพดาน
“ที่นี่…กลิ่นฝุ่นแรงเนอะ” โอ๋กัดฟันพูดเบา ๆ ยืนใกล้รุตจนแทบจะซ่อนตัวอยู่หลังแผ่นหลังของเขา หนิง เพื่อนสาวผมสั้น หน้าตาเย็นชา แต่อาการตึงเครียดเห็นได้ชัด เธอก้มหัวนิ่งไม่พูดจา ส่วนเติ้ลที่สูงใหญ่ ใจกล้ากว่าใคร อาสาจะเป็นหัวหน้ากลุ่มคืนนี้
ทุกคนเดินตามรุตขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องที่อยู่เกือบสุดทางเดิน รู้มาแค่ว่าห้องนี้เคยมีคนหายตัวไปเมื่อปีก่อน ไม่มีใครพูดตรง ๆ แต่เสียงซุบซิบในมหาวิทยาลัยมันหนาหูมาก รุตเองก็ไม่เคยกล้ายืนยันกับตัวเองว่ากล้ามาทำอะไรที่นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากรู้ความจริง
“เรา…เราอยู่กันตรงนี้คืนนี้จริงเหรอ?” โอ๋ถามเสียงสั่น เติ้ลหัวเราะเบา ๆ พยายามกลบเกลื่อนบรรยากาศ “ถ้ากลัวกลับไปก็นอนคนเดียวได้นะโอ๋” โอ๋ชะงัก ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
ห้องถูกเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยด คราบสนิมประตูสะท้อนแสงไฟชายมือถืออย่างหม่นเศร้า ทุกคนยืนมองเข้าไปก่อนที่หนิงจะแทรกตัวเข้าไปก่อน เธอมักไม่พูดมากแต่ชอบทำก่อนเสมอ
บรรยากาศในห้องครึ้มทึบ อากาศแน่นเหมือนมีบางอย่างกดทับไว้ ฝุ่นจับตามขอบหน้าต่าง ข้าวของบางชิ้นถูกปล่อยทิ้งร้าง รุตอดเหลือบตาไปมองเตียงริมหน้าต่างไม่ได้ ที่นั่น—เคยเป็นที่ที่เพื่อนเขา“เอก” หายตัวไป
“ใครมันเอาเสื้อนักศึกษามาทิ้งไว้ตรงนั้นวะ?” เติ้ลชี้ไปที่กองผ้าที่กองอยู่ปลายเตียง ตัวหนังสือชื่อปักบนอกดูเลือนราง โอ๋เดินหลบอยู่ข้างหลังกระซิบ “จะเป็นของ…เอกหรือเปล่า?” หนิงยกมือห้าม
คืนเริ่มล่วง ลมเย็นพลิ้วผ่านหน้าต่างแตกกระจกราวเสียงกระซิบบางอย่างในคำราตรี รุตจ้องเงาบาง ๆ บนกำแพง เหมือนจะมีมากกว่าหนึ่งเงาทั้งที่ในห้องมีเพียงห้าคน
ระหว่างที่กำลังตั้งตัวกับที่นอนผืนเก่า โอ๋เดินไปปิดหน้าต่าง แล้วหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงขูดเบา ๆ ราวกับปลายเล็บขูดบนกระจก โอ๋ไม่กล้าพูดอะไรต่อ แค่กลับมานั่งแทรกอยู่กลางระหว่างรุตกับเติ้ลเท่านั้น
“มีใครได้ยินเสียงมั้ย?” ต๊ะพูดเบาพร้อมยกกล้องขึ้นบันทึก แต่จังหวะที่มือลั่น กล้องเผอิญถ่ายไปยังมุมห้อง—เงามืดแลบหวูบ ทำให้ทุกคนเงียบฉับพลัน
เติ้ลหันไปสบตารุต เห็นความลังเลจางในแววตาของเพื่อน