รอยเงียบใต้เรือนขุนผี
เสียงกระดิ่งลมแขวนใต้ชายคาเรือนไทยร้าง สะท้อนออกมาเจือด้วยลมเย็นแปลกประหลาด มิ้นยืนลังเลอยู่ริมรั้วไม้เก่า พลางหันไปมองจูน เพื่อนสนิทที่เอาแต่ยืนบีบกระเป๋าสะพาย ดวงตาของจูนไล่ไปตามเงาหลังบ้าน สีหน้าซีดขาว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่าจะเข้าไป มิ้น…” จูนเสียงสั่น
มิ้นถอนใจ “ยังไงเราก็ต้องทำงานวิจัยนี่นา ไหนๆ ก็ขอมาหนึ่งคืนเอง แถมได้ค่าตอบแทนอีก” เธอหันไปหาเอก เจ้าของเรือนซึ่งยืนเงียบอยู่หลังรั้ว รอยยิ้มคล้ายฝืนใจ “คุณเอก บ้านนี้… ปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
เอกไม่ได้ตอบ เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนเดินนำเข้าไปด้านใน ประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดแหวกความเงียบ แสงแดดยามเย็นรินเอื่อยเข้าไปในห้องโถง ชั้นฝุ่นสีเทาปกคลุม
“ใครเคยอยู่ที่นี่บ้างหรือเปล่า…?” มิ้นถาม พลางวางกระเป๋า จูนไม่ตอบ เธอเอาแต่จ้องมุมห้อง ดวงตาเหมือนคุ้นเคยกับเรือนนี้ นักกว่าเจ้าของเสียอีก
บรรยากาศคลี่คลุมด้วยกลิ่นไม้ผุผสมกลิ่นความเก่า เหมือนบ้านอั้นความทรงจำบางอย่างเอาไว้
เอกหยิบกุญแจห้องบนโยนให้ทั้งสอง “ชั้นล่างล็อกเอาไว้ ห้องนั้น… ไม่ได้ใช้มานานแล้ว”
จูนสะดุ้ง “ทำไมล่ะคะ?” เสียงตะกุกตะกัก
“มัน… มีคนเสียอยู่ที่นั่นนานมาแล้ว” เอกว่าเพียงเบาๆ แล้วเดินหายไปที่ระเบียง ปล่อยให้ความเงียบห่อคลุมอีกครั้ง
แดดเย็นเฉียงส่องเข้าตัวบ้าน อาคารทรงไทยสองชั้นโอบครอบความว่างเปล่าประหลาด หลังกระจกบานเก่า เงาของใครบางคนสะท้อนวูบหนึ่งมิ้นขยี้ตาแต่ไม่มีอะไรเหลือ เธอส่ายหน้า คิดว่าเป็นอาการประสาทหลอน
คืนแรกในเรือนขุนผี มิ้นนั่งจดโน้ตงานวิจัยบนเสื่อไม้ จูนพลิกตัวไปมา กระซิบ “ทำไม… ไม่มีเสียงอะไรเลย รู้สึกเหมือนในบ้านนี้… หายใจไม่ได้”
มิ้นหลับตา ปล่อยใจให้เคลื่อนไปกับเงียบ วาบหนึ่ง เหมือนมีบางสิ่งขยับหลังเตียง แต่ไม่เห็นรูปทรงชัดเจน หัวใจเธอเต้นแรง เธอเลือกจะไม่พูดถึงมัน
รุ่งเช้า มิ้นเดินสำรวจรอบบ้าน ภาพชั้นล่างประตูไม้ปิดเหมือนมีกำแพงบางอย่างขวาง เธอเดินวนแล้วหยุดกึก เพราะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วๆ ชายคาห้องใต้บันได ฟังไม่ชัด ราวกับเสียงเด็ก ๆ กระซิบกัน ทันทีที่เธอพยายามฟังต่อ เสียงนั้นก็เงียบลง ภายในใจรู้สึกเย็นวูบผิดปกติ
จูนเปิดประตูมา เสียงฝีเท้าตัดกับความเงียบ “เมื่อกี้เธอได้ยินมั้ยมิ้น?” ดวงตาเริ่มลุกลี้
“เสียงไร?” มิ้นพยายามทำใจแข็ง
“เสียง…