ปฐมบทแห่งใบไม้สีเงิน
หิมะตกหนักปกคลุมหลังคาไม้ของหมู่บ้านเซยาน่า แสงจากโคมไฟน้ำแข็งสว่างวาบเหนือประตูบ้านหลังหนึ่ง เด็กสาวร่างเล็กในเสื้อลินินเก่าเดินฝ่าลมด้วยใบหน้ามุ่งมั่น ขาของเธอสั่น แต่สายตาไม่ลังเล เธอชื่อ ไอริน ลูกสาวของแม่หมอประจำหมู่บ้านที่ไม่มีวันยิ้มให้เธออีกต่อไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เวลาพลบค่ำ ต้นสนสูงเสียดฟ้าโอนเอนราวกับจะกลืนกินใครก็ตามที่เหยียบย่างเข้าไป เสียงหิมะที่ตกกระทบพื้นดังแผ่ว เบื้องหลังม่านหมอกก้อนหนึ่ง เงาคนผู้หนึ่งเดินสวนทางเข้าหมู่บ้าน เสื้อคลุมของเขาชุ่มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ดวงตาที่กร้านผ่านลมหิมะของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลที่อดีต
“อยู่นิ่ง ๆ” เสียงของไอริน เบาแต่ทรงพลัง เธอก้มลงเก็บกิ่งสนกลางทางเดิน หลบสายตาหญิงชราที่ชะโงกหน้าดูจากหน้าต่าง “แม่ฝากกล่องนี้ให้ตาเวกน่ะค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ ไอริน ลูกไม่เหนื่อยบ้างหรือยัง?” หญิงชราถามด้วยน้ำเสียงระคนสงสารแต่เฝ้าระวัง
“เหนื่อยค่ะ…แต่ถ้าไม่เดินเอง จะไม่มีใครเดินแทน” ไอรินยิ้มแห้ง ๆ กลบซ่อนความเหนื่อยอ่อนในใจ เธอก้าวต่อ ฝ่าความหนาวสู่ขอบหมู่บ้าน จุดหมายอยู่บ้านไม้เก่าหลังสุดท้ายก่อนถึงเขตป่าทึบ
ในค่ำคืนที่เมืองเงียบสนิท เสียงวัตถุบางอย่างกระทบลงบนหลังคาบ้านดังปึก ไอรินหยุดเดิน ลมหายใจขาวพวยพุ่ง มือกำกล่องที่แม่เตรียมไว้แน่น เสียงหอนของหมาป่าในป่าไกล ๆ ดังขึ้น เหมือนเขียนรอยสั่นไหวลงในหัวใจของเธอ
และทันใดนั้น ชายหนุ่มเสื้อคลุมปรากฏตัวตรงหน้า เหงื่อผสมกับหิมะเกาะริมขมับ “ขอทางหน่อย” เขาก้มหน้าเสียงแผ่ว เกือบจะผ่านพ้นเธอไป ไอรินสังเกตเห็นมือขวาที่เปื้อนเลือด เขามีบาดแผลที่แขน ผ้าพันแผลถูกคลี่ไว้อย่างลวก ๆ “คุณเป็นใคร…” เธอถามเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ
“แค่คนหลงทาง” ชายหนุ่มไม่พูดมาก ไม่มีประกายความกลัวในดวงตา—มีแต่แววเศร้าและระแวดระวัง
ตอนเช้าที่หิมะตกหนัก ฟ้าสีเงินปกคลุมหมู่บ้านทั้งเมือง ไอรินวางกล่องยาลงบนโต๊ะให้เวก ชายชราเลี้ยงนกเค้าแมว เธอนั่งเงียบ รอดูว่านกจะกินยาไหม “แล้วลูกของเจ้าหล่ะ ยังฝันร้ายอีกหรือเปล่า” เวกพึมพำทั้งที่ไม่ได้มองหน้า
“เกือบทุกคืนค่ะ” ไอรินตอบ มือขยี้ชายเสื้อไปมา
“เด็กทุกคนในหมู่บ้านนี้มีรอยแผล ไอริน… แต่บางคนซ่อนเก่งกว่า”
“ถ้าซ่อนแล้วมันหายเองได้ก็คงดี…”
แววตาเวกเปลี่ยนแข็งขึ้น “รอยแผลไม่เคยหาย ถ้าเราไม่ยอมรับว่าเจ็บ” เสียงของเขากึกก้องในห้องไม้เก่า ไอรินเบนสายตาออกนอกหน้าต่าง เห็นเสื้อคลุมของชายแปลกหน้าแขวนอยู่หน้าบ้านหลังใกล้ ๆ
คืนนั้น ลมหนาวแรงจัด ประตูหน้าบ้านดังเอี๊ยดอีกครั้ง “ฉันไม่ค่อยเชื่อใจคนแปลกหน้า” แม่ของไอรินกล่าวกับชายปริศนาที่นั่งอิงแสงไฟกลางบ้าน เธอจ้องเขาเขม็ง มือเล็ก ๆ ของไอรินจับแขนแม่แน่น “แม่…”
ชายหนุ่มเหลือบมองเธอสองคน หยุดเงียบอยู่นาน “ผมชื่อ เคลียน ไม่ได้มาทำให้ใครลำบาก” น้ำเสียงสุภาพแต่ปิดตัวเอง
แม่ของไอรินยังไม่ไว้ใจ แต่น้ำเสียงเขามีอะไรดึงดูดใจ “มีเรื่องอะไรที่คุณหนี?”
เคลียนเงียบ สบตาไอรินชั่วขณะ ความเจ็บปวดและความลับแข็งขืนในแววตา สะท้อนอย่างเจ็บปวดแต่รอการเปิดเผย “วันหนึ่งคุณจะเข้าใจ…”
คืนถัดไป หมู่บ้านเงียบสงัด ชาวบ้านเริ่มพูดถึงรอยเท้าปริศนาในหิมะ ศพหมาป่าถูกพบในร่องรอยแปลกประหลาด ไอรินได้ยินชาวบ้านกระซิบกระซาบตอนแวะตลาด “ปีศาจป่าสีเงินกลับมาแล้ว” “ตั้งแต่มีคนนอกเข้ามา หมู่บ้านเราก็…”
ไอรินรู้สึกถึงแรงกดดันลึกลับ เธอแอบมองหาเคลียน ทั้งที่ใจลึก ๆ กลัวความเปลี่ยนแปลงที่เขานำมา แต่ภาพชายหนุ่มที่เดินคนเดียวกลางหิมะกับมุมปากที่เจ็บปวดดึงสายตาเธอเสมอ
คืนหนึ่ง ลมพัดแรง เสียงอะไรบางอย่างปลุกเธอกลางดึก ไอรินค่อย ๆ ย่องออกไปนอกบ้าน เงาร่างเคลียนนั่งอยู่ริมป่าใต้ต้นสนใหญ่ เขายกมือกุมหัว ร่างกายเคลื่อนไหวเหมือนต่อสู้กับบางสิ่งในใจ “คุณไม่ต้องกลัวผมนะไอริน” เขากระซิบโดยไม่หันมา สีหน้าเครียด เงาใบหน้าคลุมเครือในแสงจันทร์
“ใคร ๆ ก็กลัว” ไอรินเดินไปนั่งข้างค่อย ๆ ชิดขึ้น เธอเองก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่างเงาป่า หรือความใกล้ชิดของใครบางคน
“ในป่านี้มีบางอย่างคอยตามเธออยู่ไหม?”
ไอรินนิ่งงัน หัวใจเต้นถี่ “ฉันฝันถึงเด็กหญิงคนหนึ่ง…” เสียงของเธอสั่นจนแทบไม่กล้าพูดต่อ
“ฝันว่า?”
“เด็กหญิงคนนั้นถูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้นี้ เหมือนกับ…”
เคลียนสัมผัสมือเธออย่างไม่ทันตั้งตัว มือร้อนระอุแทรกผ่านความเย็นเฉียบของหิมะ “บางทีพวกเราก็เหมือนกัน…”
เสียงหมาป่าร้องก้องกลางดึกอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าทุกคืน แสงจันทร์เหนือยอดสนสาดแสงเหนือหมู่บ้าน ศพกระรอกหิมะถูกพบอีกตัวในตอนเช้า รอยร่องเลือดและขนสีเงินกองอยู่ ไอรินกับเคลียนพบกันในตลาด สายตาชาวบ้านเต็มไปด้วยข้อสงสัย “ถ้ามีอะไรอันตราย ฉันจะปกป้องหมู่บ้านเอง” แม่ของไอรินประกาศด้วยน้ำเสียงกร้าว
“แต่แม่…” ไอรินชะงักคำพูด สายตาต้องกับแม่ที่ไม่เคยอ่อนโยน “อย่าเชื่อใครง่าย ๆ โดยไม่ลืมอดีต” แม่เตือนเสียงต่ำ
คืนนั้น เคลียนมาเยี่ยมบ้านไอริน เขานำของขวัญเล็ก ๆ มาคืน — สร้อยคอเปลือกหอยสีเงิน เขาค่อย ๆ สวมให้ไอริน “มันจะปกป้องเธอ”
“หรือปกป้องคุณ?” ไอรินมองเขานิ่ง มุมปากหยักยิ้มไหว ครั้งแรกที่เขาหัวเราะเบา ๆ “อาจจะทั้งสองคน”
พายุหิมะเริ่มโหมกระหน่ำ ข้าวของขาดแคลน ผู้คนระแวงกันเอง ชาวบ้านสงสัยว่าคนแปลกหน้าอาจเป็นต้นเหตุ เคลียนกลายเป็นเป้าสายตา หญิงชราเวกพูดคุยกับไอรินใต้ต้นสน “ลูกกลัวอะไรมากกว่า ระหว่างความจริงหรือความลับ?”
ไอรินนิ่งคิด “กลัวจะไม่มีใครเชื่อในความรักอีก…” น้ำเสียงเธออ่อนแรง
เสียงตะโกน “ปีศาจ! มันอยู่ในป่า!” ดังขึ้น ชาวบ้านพร้อมคบไฟลุกฮือ ไอรินวิ่งไปหาเคลียน พบเขาเตรียมหอบของจะจากไป แววตาเสียใจผสมหวาดกลัว “อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่…” เธอกระซิบ มือของเธอเกาะแขนเขาแน่น น้ำตาซึม
เคลียนลังเล สุดท้ายตัดสินใจ “ฉันจะไม่หนีอีก ฉันสัญญา”
เสียงระเบิดดังสนั่น กลุ่มชาวบ้านตะโกน หิมะกระจาย เงาสีเงินขนาดมหึมาปรากฏ—ปีศาจในตำนาน ตัวสูงลิ่ว กรงเล็บยาวสะบัด ชาวบ้านส่วนใหญ่แตกตื่น เคลียนกับไอรินจูงมือกันฝ่าฝูงชนเข้าไปในป่า
เขาซ่อนตัวเงียบหลังต้นไม้ ไอรินแทบหายใจไม่ออก “คุณรู้จักมันใช่ไหม” เธอถามระหว่างเสียงคำรามเคลื่อนเข้าใกล้ เคลียนเม้มปากแน่น “มันชื่อวาลึน มันเคยมาหาครอบครัวผม มันตามผมมา ตอนเด็กผมไม่กล้าสู้…” เสียงเขาสั่น
“แล้วตอนนี้?” ไอรินถามกลับลึกซึ้ง จ้องหน้าเคลียนตรง ๆ เขาสบตาและค่อย ๆ พยักหน้า “คราวนี้ผมจะปกป้อง…คุณกับหมู่บ้าน” มือของเคลียนสั่นแต่มั่นคง เขาสวมสร้อยเงินของตัวเองไว้กับสร้อยของไอริน “เราต้องร่วมมือกัน”
ทั้งสองเดินเข้าสู่ใจกลางป่า หมอกขาวข้น เสียงปีศาจคำรามลั่น เคลียนหยิบมีดสั้นออกมา ไอรินลูบสร้อยที่ห้อยคอ รอยแผลในใจที่เคยกลัว ค่อย ๆ จางลงยามที่เธอเห็นสายตาเชื่อมั่นของเขา “ถ้าเราทำได้ คุณจะกลับมาอยู่ที่นี่ไหม” เธอถาม
“แล้วเธอล่ะ…จะให้อภัยตัวเองไหม” เคลียนมองลึกเข้าสู่จิตใจไอริน น้ำตาซึมเล็กน้อย เธอส่ายหน้า “ไม่รู้ แต่ฉันอยากเริ่มใหม่…”
เสียงวาลึนคำรามแทรกกลางบทสนทนา กรงเล็บมันฉีกอากาศบนหัว ทั้งสองหลบดิ่งลงในโพรง เคลียนกระโดดคว้ามีดแทงเข้าข้างลำตัวปีศาจ เลือดสาดใส่หิมะ ไอรินท่องคาถาเก่า ๆ ที่แม่เคยสอน น้ำเสียงสั่น เคลียนถอยหลัง เอี้ยวตัวปกป้องไอรินแม้เลือดไหลไม่หยุด
“อย่าทิ้งฉัน…” เธอกระซิบ เคลียนยิ้มซีด “ฉันไม่ไปไหนอีก…”
เมื่อวาลึนอ่อนแรง ไอรินรวบรวมใจสัมผัสสร้อยคอ กลิ่นดอกไม้หิมะลอยอวล ชั่วขณะเงียบนั้น เธอเห็นภาพอดีต—แม่อุ้มเธอไว้ใต้ต้นสน เด็กชายคนหนึ่งจ้องตาม เธอร้องไห้ในอ้อมแขนที่วันนี้ไม่มีแล้ว น้ำตาไหลข้ามกาลเวลา สะท้อนกับแสงจันทร์สีเงิน
เสียงร้องสุดท้ายของวาลึนดังลั่น พายุหิมะกลับมาสงบ ศพปีศาจค่อย ๆ ละลายกลายเป็นเกล็ดหิมะกระจาย เคลียนทรุดลงกับพื้น ไอรินกอดเขาไว้แน่น “เราไม่มีใครต้องหนีอีกแล้ว” น้ำตาของทั้งคู่ผสมกับหิมะที่หล่นจากยอดไม้
เช้ารุ่งขึ้น หมู่บ้านเซยาน่าตื่นขึ้นด้วยความหวังใหม่ แม่ของไอรินโอบกอดเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เคลียนยืนข้าง ๆ หลับตาเงียบงันราวกับได้บ้านที่แท้จริง
แสงเดือนสีเงินสาดคลุมยอดสน—และหัวใจของทุกคนที่พร้อมเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง