คืนลึกลับที่สตูดิโอศิลปะข้างน้ำ
เสียงเครื่องปั่นสีบดสะเทือนในความเงียบยามค่ำ บนโต๊ะเหล่านักศึกษาศิลปะปล่อยคอนเซปต์งานของตัวเองวางระเกะระกะ เจริญ นักวาดผู้ใจร้อนโยนดินสอลงใส่ถ้วยใส่พู่กันอย่างรำคาญ รัตน์เดินวนรอบโมเดลดินน้ำมันที่วางอยู่กลางห้องอย่างครุ่นคิด ขณะที่บีม โซฟี และณัฐกำลังถกเถียงเรื่องไลท์ติ้งในฉากจัดแสดง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ถ้าทำแบบนี้ มันก็เหมือนเดิมอีก" เจริญพึมพำอย่างหงุดหงิด ขณะที่รัตน์หยิบหน้ากากปูนปลาสเตอร์ขึ้นมา พลิกดูรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ก่อนจะมองไปที่ผนังซึ่งปูดบวมราวกับมีอะไรดันจากข้างใน
"นายว่า…เมื่อคืน นายได้ยินเสียงอะไรไหม" รัตน์เอ่ยขึ้นเบา ๆ ในขณะที่เจริญเขยิบถอย ปากเหยียดเป็นเส้นตรง
"ทุกทีมีแต่เสียงหนู กับเสียงน้ำไหลจากคลองเน่า" บีมแทรกขึ้น พอหันมาเห็นสีหน้าของรัตน์ ทั้งกลัวและสับสน สายตาทุกคนก็ค่อย ๆ หันไปมองกำแพงผนังด้านที่ถูกปูผ้าไว้
"ลอง.. เอาผ้าออกไหม?" โซฟีโพล่งออกมาท่ามกลางความเงียบ ทุกคนลังเล ก่อนณัฐหยิบไฟฉายขึ้นมาไปหยุดอยู่ตรงหน้าผ้าสีขาวพลิ้วไหว
ณัฐดึงชายผ้าขึ้นช้า ๆ — เสียงเสียดสีกับกำแพงดังก้อง ผงฝุ่นปลิวเข้าแสง ไฟฉายสะท้อนสร้างเงาวูบวาบบนกำแพง หนึ่งในนั้นเป็นรอยการวาดมือด้วยสีดำอย่างพิสดาร บังโจทางเดินประตูหลังดูปิดสนิทขึ้นกว่าเดิม
"นี่มัน…ใครมาทำอะไรไว้?" บีมพูดเสียงแผ่ว ทุกสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น โซฟีก้มลงมองพื้นไม้ มีเศษกระดาษเก่า ๆ ขาด ๆ ผสมฝุ่นผงลอยออกมา แสงไฟฉายเฉียดไปส่องโดนคำว่า "ขอ…คืน" จาง ๆ ปรากฏอยู่
ท่ามกลางความอึดอัดนั้น เสียงโทรศัพท์ของรัตน์ดังขึ้น เขารีบปิดเสียง ขอบตาแดงช้ำ เหงื่อผุดบนหน้าผาก เจริญสังเกตเห็น มีแววเย้ยในแววตาท่ามกลางความตึงเครียด
"นายเหงื่อแตก หรือกลัวเรื่องนี้จริง ๆ ล่ะ? หรือกลัวว่าใครจะมารู้ความลับแก?" เจริญพูดขึ้นพลางยิ้มมุมปาก รัตน์ตวัดตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก
"หยุดนะ เรื่องส่วนตัวของใครก็เรื่องของเขา" โซฟีขวาง ขณะที่บีมยืนนิ่ง ปากคอสั่นเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็เงียบ
ความเงียบบีบรัดอยู่สักครู่ ก่อนมีเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นเป็นจังหวะ ทุกคนผวา หันขวับไปยังประตูเหล็กเก่า
"ใครจะมาเวลานี้วะ…" ณัฐกระซิบในลำคอ ทุกคนหยุดหายใจ มองตากันไปมา ก่อนโซฟีจะกลั้นใจเดินไปแง้มประตูหลัง แต่พบเพียงลมเย็นวูบเดียวขณะไฟฉายดับวูบลง แต่นอกรั้วสตูดิโอนั้น มีเงาของเด็กชายคนหนึ่งเดินผ่านไปเงียบ ๆ ในความมืด
"บ้าเอ๊ย ใครมาเล่นอะไรดึก ๆ เนี่ย" เจริญกร่น พวกเขาพากันยืนออกันอยู่กลางห้อง สายตามองรอบตัว ลมหายใจบางคนเริ่มถี่ขึ้น รัตน์กัดฟันกรอด ดวงตาแข็งกร้าวขึ้น
"ถ้าใครคิดจะหลอกฉันละก็ ออกมาเลย! อย่าตลก!"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่เสียงน้ำจากคลองกับลมเฉียดกรอบหน้าต่าง เสียงครืดจากผนังด้านที่มีรอยวาดมือดังขึ้นเบา ๆ ราวกับมีบางอย่างพยายามจะทะลุกำแพงออกมา
ทุกคนขยับเข้าหากัน บีมจับแขนโซฟีไว้แน่น ณัฐขยับเท้าไปข้างหลัง เตะโดนกระป๋องน้ำมันจนล้ม เสียงโลหะกระทบราง ๆ สายตาทุกคู่จ้องไปที่รอยเลือดจาง ๆ ที่ไหลรินออกมาตามรอยแตกของกำแพง
บีมน้ำตาซึม "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…นี้มันสีใช่ไหม ไม่ใช่เลือดใช่ไหม" โซฟีพยายามปลอบใจแต่ดวงตาเธอนั้นสั่นระริกไม่แพ้เสียงในลำคอของตัวเอง
"เดี๋ยว…ข้อความนั้น "ขอคืน" หมายถึงอะไร?" ณัฐหยิบเศษกระดาษใต้พื้นขึ้นมา อ่านเสียงสั่น ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพบสายตาฉงนของรัตน์
"คิดว่า…มันเป็นของที่พวกเราขโมยฝันของใครไว้หรือเปล่า?" รัตน์ถอนใจยาว
เจริญหัวเราะหยัน "คิดมากปะวะ เอาไว้ก่อนเหอะ งานต้องส่งก่อน" เขาพยายามบ่ายเบี่ยง แต่นิ้วก็กำพู่กันแน่นขึ้น แววตาไม่แน่ใจ
"บางที…แต่ฉันว่ามีใครบางคนอยากให้พวกเรารู้ความจริง… ทำไมถึงเราถึงอยู่ที่นี่ ทำไมต้องเป็นพวกเรา" โซฟีเอ่ยเบาคล้ายพึมพำกับตัวเอง ทุกคนมองหน้าโซฟีอย่างครุ่นคิด และในขณะนั้นเอง เสียงของเด็กชายในเงามืดก็ดังขึ้นลอดเข้ามา "ขอ…คืน…"
ทุกคนผวา เหงื่อแตกลาดหน้า รัตน์ถอยหลังชนขาตั้งภาพ เสียงล้มดังปัง!
"หยุด! ออกมาดี ๆ จะได้จบ อย่าเล่นอะไรแบบนี้!" เจริญตะโกน สายตาจ้องเข้าเงามืด ไม่มีสิ่งใดตอบรับนอกจากเสียงน้ำหยด ๆ ละเอียดจากหลังผนัง และเงายาวที่ทอดเข้ามาใกล้พวกเขาทีละนิดอย่างไม่มีเหตุผล
ณัฐกลืนน้ำลาย สูดหายใจลึก "อยากรู้ไหม ความจริงที่ซ่อนอยู่…แล้วถ้าเรารู้ เรายังเหมือนเดิมกันอยู่หรือเปล่า?" บีมสะดุ้ง ถอนหายใจช้า ๆ ก่อนพึมพำกับโซฟีเบา ๆ "ฉันว่า…พวกเราทุกคนมีบางอย่างที่อยากลืม อยากฝังมันไว้กับกำแพงแบบนี้"
รัตน์หลับตาแน่น น้ำตาไหลเงียบ ๆ