คำสาปเพลิงสีมณี
ประตูหอพักทาวน์เซ็นเตอร์เสียงดังกึกก้องเมื่อเวลาสองทุ่มตรง นักเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลายสิบชีวิตสลับกันกลับเข้ามาตามเวลานัดหมาย วิลลี่ เด็กหนุ่มปีหนึ่งผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่แบกเป้เดินเข้ามาก่อนเพื่อน ทุกคืนเขามักจะนั่งตรงล็อบบี้ ก้มมองโทรศัพท์ ฝันถึงอนาคตไกลจากบ้านชนบทที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วิเคราะห์โจทย์เสร็จหรือยัง?” เสียงก้องๆ ของไอซ์ นักศึกษาหญิงสุดแสบกับผมบลอนด์แซมฟ้าดังขึ้น เธอเดินเข้ามาตรงหน้า วิลลี่เงยหน้าดูเธอ ถอนหายใจเหนื่อยอ่อน
“อยู่ห้องสมุดนานไปมั้ย? ทุกคนรอเล่นบอร์ดเกมแล้วนะ” ไอซ์เหยียดยิ้มแต่ดวงตาแฝงแววล้อเลียน วิลลี่ตอบเสียงเบา “คืนนี้…เราไม่เล่นได้ไหม” เขากำมือแน่นพลางวางเป้ลงติดขอบโต๊ะ ไอซ์หยุดนิ่ง นิ่งผิดปกติ เธอมองแววตาแกมห่วงก่อนแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน
“วิลลี่ แกทำหน้ากลัวเหมือนเจอผี” แล้วหันไปหานาเดีย หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อินโดฯ ผู้เงียบขรึมที่นั่งอ่านหนังสือข้างๆ “นา เดี๋ยวกินข้าวป่ะ?”
นาเดียถอนหายใจ วางหนังสือลง เธอสวมแว่นตาทรงกลม ใบหน้าเย็นชาจนเหมือนกำแพง “ยัง เดี๋ยวตามไป ขออ่านบทนี้จบก่อน”
บรรยากาศช่วงสองทุ่มในหอพักเริ่มซาลง เหลือเพียงกลุ่มนักเรียนที่ไม่ไปไหน ไฟตรงโถงกลางหรี่ลงจนอบอ้าว ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดแหลมก็กระแทกอากาศ ทุกคนชะงักหันไปตามเสียง ไอซ์จับแขนนาเดียแน่น “เสียงอะไร!”
ประตูห้อง 217 ที่ไม่น่าจะมีใครอยู่เพราะปิดตายจากคดีเก่าๆ เปิดแง้ม เงาร่างผู้หญิงผมดำยาวลากผ้าม่านสีแดงเดินออกมาทีละก้าว ท่ามกลางเปลวไฟสีแดงมณีลอยเหนือศีรษะ ไฟกลับไม่ไหม้สิ่งใดแต่ลุกโชนในเงาตาเงียบ ๆ
“เป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครกล้าอยู่ 217” วิลลี่พึมพำ ตัวแข็งทื่อ ไอซ์มองเขาเหมือนจับพิรุธ แต่ปากขยับน้อย ๆ “ถ้าผีจริง ฉันจะเป็นคนแรกที่หนีเลยนะ!”
ไฟมณีหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตู 217 ปิดสนิทกลับเหมือนเดิม ลมหายใจสะดุดในโถง ไอซ์กลืนน้ำลาย นาเดียกัดปากแล้วลากวิลลี่ขึ้นบันได “คืนนี้นอนห้องเรา ฉันไม่ไว้ใจอะไรอีกแล้ว”
ทั้งสามวิ่งเข้าไปในห้องหมายเลข 205 จุดตะเกียงไฟฟ้า วิลลี่นั่งซบผนัง ไอซ์เดินวนขมวดคิ้ว “ถ้าแม่บ้านรู้คงโทรแจ้งตำรวจอีกแน่ คราวนี้จะบ้าอะไรกัน ต่อมน้ำตาฉันจะหมดไวกว่าขนมในตู้เย็นแล้ว!”
นาเดียมองวิลลี่เขม็ง “นายกลัวอะไร? หรือ…รู้อยู่แล้ว?” วิลลี่นิ่ง สีหน้าเขาเครียด ดวงตาหลีกเลี่ยงราวกับซ่อนไว้บางอย่าง “เรา…เราแค่…” เสียงเขาสั่น เขามองมือทั้งสองที่สั่นไหว
“พูดมาเถอะ นายเห็นอะไร” พระเอกเงียบ ไอซ์ชะโงกมาใกล้ “ถ้านายไม่พูด จะไม่มีใครช่วยได้ถ้าเกิดอะไรเลวร้ายขึ้นอีกนะ”
วิลลี่จ้องพื้น หลบสายตา “สมัยมัธยม ฉัน…เคยได้ยินเรื่อง ห้อง 217” น้ำเสียงสั่น “ว่ากันว่า…ทุกๆปี จะมีนักเรียนหญิงหายไปถาวร”
นาเดียถึงกับขมวดคิ้ว ไอซ์กอดอก “ใช่ ฉันเคยได้ยิน..แต่ไม่คิดว่ามันจริง”
เปลวไฟแดงลุกขึ้นที่ขอบหน้าต่างแวบหนึ่ง ก่อนดับลงอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุม ทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ
รุ่งเช้า กลุ่มนักเรียนสองสามคนวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ล็อบบี้ “ซาร่าไม่อยู่แล้ว! ใครก็ไม่รู้หายไปอีก…” เสียงสูงส่งผ่านโถง ไอซ์สะดุ้ง “อะไรนะ!? เมื่อคืนยังเจอกันอยู่เลย…”
นาเดียหันหาวิลลี่ “นายรู้ใช่ไหม เรื่องนี้ผูกพันกับคำสาป”
วิลลี่หลบตา “อาจจะ…แต่เราไม่ควรพูดมาก เดี๋ยวจะมีคนเป็นอันตราย” นาเดียกำมือแน่น “ถ้านายยังไม่บอกความจริง เราก็ช่วยใครไม่ได้สักคน”
เสียงโทรศัพท์ของไอซ์ดัง “ตำรวจจะมาเก็บหลักฐานช่วงสาย ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าพวกเราป้วนเปี้ยนแถวนั้นเมื่อคืน” นาเดียขมวดคิ้ว “ทุกคนต้องช่วยกัน พวกนายด้วย” สายตาทุกคู่จ้องวิลลี่
วิลลี่กลืนน้ำลาย ท่าทางลังเล “ฉัน…เคยตัดสินใจผิดเมื่อนานมาแล้ว…ทำให้ใครบางคนโดนคำสาปนี้” คำสารภาพนี้เหมือนเปลวไฟลามช้าๆ สายตาทุกคนเปลี่ยนไปทันที
ไอซ์เสียงแผ่ว “ใคร? …หรือว่านายก็เคยเห็นไฟมณีเหมือนกัน?”
“ก็…ใช่” เขาถอนหายใจยาว “แต่ฉันไม่เคยบอกใคร ฉันกลัวว่ามันจะย้อนกลับมาหาฉันเอง”
นาเดียเดินเข้าไปใกล้ น้ำเสียงเด็ดขาด “ถ้านายไม่ช่วย เราก็หยุดมันไม่ได้” ภาพเปลวไฟสีมณีกะพริบในดวงตาวิิลลี่
ไอซ์เปลี่ยนเป็นพูดเบา “ถ้าไม่มีใครกล้าก้าวข้ามอดีต มันก็จะไม่มีวันจบ…คืนนี้ ต้องหาทางเข้า 217 ให้ได้”
เวลาบ่ายคล้อย ทุกคนแยกย้ายกันหาข้อมูล ห้องสมุดในหอพักเงียบสงัด เสียงพลิกหน้าหนังสือเก่า ๆ กับความกังวลในหัวใจของแต่ละคน
นาเดียหยิบแฟ้มบันทึกการหายตัวคนเก่า ๆ ขึ้นอ่าน ริมฝีปากกระตุก อารมณ์ออกมาผ่านมือที่กำแฟ้มแน่น “ภาพผู้หญิงผมดำ…เหมือนเงานั่น”
เสียงถอนใจของเธอแตกต่างจากตอนเช้า “หรือเธอแค่…” ยิงคำถามใส่วิิลลี่ซึ่งเดินตามหลังมา “นายคิดว่าคือใคร?”
วิลลี่นั่งลง ถูมือด้วยความเครียด “ถ้า…ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่จริง เธอต้องการอะไร” เขามองนาเดียนานเป็นพิเศษ
ไอซ์โพล่งแทรกขึ้นมา “ฉันเจอจังหวะคนมาตายทุกครั้งคืนเพ็ญ ไฟแดงนั่นเกิดตรงกับวันเดียวกันทุกปี!”
นัดประชุมกลางคืนที่ล็อบบี้ นาเดียเป็นคนนำ เขาวางแผนจะรอเงายามดึกที่ 217 ไอซ์ถามเสียงกระซิบ “ถ้าเราทำผิดอีก เธอจะเอาชีวิตใครไปอีก?”
วิลลี่เบือนหน้าหนี นาเดียเอื้อมแตะข้อแขนเขาเบา ๆ “นายไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไร แต่นายต้องกล้าพอจะหยุดมัน”
ดึกสงัด ความเงียบคลืบคลาน ทุกการเคลื่อนไหวในล็อบบี้เต็มไปด้วยความกังวล ทั้งสามแอบขึ้นบันไดชั้นสอง ฝ่าความเงียบเหมือนเดินผ่านม่านไฟมณี มาถึงหน้าห้อง 217 ประตูล็อกแน่น ไอซ์หยิบกุญแจผีที่ขโมยมาจากแม่บ้าน
เสียงเปิดประตูทีละชั้น ปลายนิ้วของไอซ์สั่น “เข้าไหม? หรือรอให้มันเผาเราเหมือนคนอื่น?”
วิลลี่ตัดสินใจแน่วแน่ “ต้องเข้า เราต้องหยุดมัน เดี๋ยวนี้”
เมื่อเข้าไปในห้อง 217 ภาพบนผนังแว่วเสียงหัวเราะเก่าก่อน ควันไฟลอยเหนือเตียง ตุ๊กตาผ้าชำรุดวางทิ้งไว้มุมห้อง
นาเดียจัดโต๊ะ เขียนข้อความลงสมุด “ถ้าเธอมีอะไรจะบอก พูดออกมา” ห้องทั้งห้องเหมือนสั่นไหว เงาร่างหญิงสาวปรากฏใต้แสงมณีไฟ สีหน้าขมขื่น สายตาไม่ละไปจากวิลลี่ ทุกคนรู้แล้วว่าคำสาปนี้ต้องการคนรับผิด
เสียงวิลลี่กังวานในความมืด “ฉันขอโทษ ฉันเคยใช้ไฟนั้นเป็นเครื่องมือ…” น้ำตาแม่หญิงในเงาไหลก่อนจะปลิวกลายเป็นควัน “คืนคำสาปนี้ซะ…อย่าให้ใครต้องตายอีก”
นาเดียจับมือวิลลี่และไอซ์ “เราต้องช่วยเธอ” ไอซ์เบนหน้า นิ่ง หัวใจเต้นรัว
ไฟสีมณีลอยหมุนรอบหัววิลลี่ทีละชั้น เงาหญิงนั้นแทรกซ้อนเข้ากระจก ก่อนจางไปเหลือแต่ไข่มุกแดงกลางห้อง เมื่อทุกคนแตะมัน เงาหญิงก็หายไป ทุกอย่างสงบลง
รุ่งเช้า หอพักเงียบสงบเป็นปกติ วิลลี่แบกเป้เดินออกไปกับไอซ์และนาเดีย ทุกคนเงียบ แต่มองกันในสายตาเชื่อมโยงแน่นแฟ้น คนทั้งสามเดินออกสู่แสงตะวัน เป็นสัญญาณว่าประตูอดีตปิดสนิทแล้ว