เสียงกระซิบแห่งราตรี
เสียงเพลงจากวิทยุเก่าเบาแผ่วล่องลอยในห้องนั่งเล่นหอพัก ‘รุ้งเจน’ นักศึกษาสาวผู้มีไมเกรนเรื้อรังหยิบสมุดสเก็ตช์ขึ้นมาวาดอะไรบางอย่าง ลายเส้นสั่นเบา ๆ ขณะที่ “บีม” เพื่อนชายร่วมห้องเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำเย็นในมือ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ยังไม่หิวเหรอ?” เขาถาม พลางเหลือบตาดูโทรศัพท์ที่จอดแจ้งเตือนโซเชียลมีเดีย
รุ้งเจนเงยหน้าขึ้น เธอยิ้มบาง ๆ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความกังวล “ดาวยังไม่กลับ… ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบเลย”
บีมทำสีหน้าลังเล “เมื่อคืนเห็นว่าออกไปข้างนอกกับซิดนีย์… ตอนตีสองยังเห็นเดินกลับมาอยู่เลย น่าจะเข้านอนแล้วหรือเปล่า”
ขณะพูดจบ เหมือนความเงียบอึดอัดแผ่ขยายภายในห้อง หอพักเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจและนาฬิกาแขวนเดินติ๊ก ๆ
ประตูห้องถูกผลักเปิด “มด” หญิงสาวผมหยิกเดินเข้ามาพร้อมกล่องข้าว ใบหน้าตกใจตอนเห็นรุ้งเจนและบีมจ้องเธอเป็นตาเดียว “มีอะไรเหรอ?”
“ดาวยังไม่กลับ ยังไม่มีใครเห็นเธอตั้งแต่เมื่อคืนใช่ไหม” รุ้งเจนถามเสียงสั่น
มดวางกล่องข้าวลงช้า ๆ ก่อนเหลียวมองทั้งสองคน “เมื่อคืนขากลับได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ จากชั้นล่าง… ก็คิดว่าเพ้อไปเอง”
บีมหันไปคว้าเสื้อคลุม “งั้นไปดูห้องดาวกันไหม เผื่อจะรู้ว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
ทั้งสามเดินลงบันไดไม้เก่าเคียงกัน ประตูห้องของดาวปิดสนิท ไร้แสงลอดออกมา รุ่นเจนลังเลอยู่หน้าประตูก่อนสูดหายใจลึกแล้วเคาะเบา ๆ “ดาว… อยู่ในนั้นไหม?” ไม่มีเสียงตอบกลับ
บีมเอื้อมไปจับลูกบิด ผลักประตูเบา ๆ — ห้องว่างเปล่า เตียงถูกเก็บเรียบร้อย แต่หน้าต่างเปิดอ้า ลมค่ำยามย่ำรุ่งพัดม่านผ้าลูกไม้ปลิวว่อน ในอากาศมีแต่น้ำหอมอ่อนจาง และเงาแห่งความไม่แน่ใจ
มดเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ ก้มมองกระดาษโน้ตที่ขยำทิ้งไว้ในถังขยะ เธอหยิบขึ้นมา—แต่ข้อความถูกขีดฆ่า จางจนอ่านแทบไม่ออก
“เมื่อคืนดาวทะเลาะกับซิดนีย์อีกเหรอ?” มดยื่นกระดาษให้รุ้งเจนดู
รุ้งเจนขมวดคิ้ว “ฉันไม่รู้… ดาวไม่ค่อยพูดเรื่องนั้นกับฉัน” เธอหยุดคิด “หรือเธออยากให้เราช่วย? ฉันกลัวว่าบางทีเธออาจโดนอะไรไม่ดี…”
เสียงโทรศัพท์ดังแหวกความเงียบ มดหยิบขึ้นมาดู ข้อความจากหมายเลขไม่ระบุชื่อ: “อย่าบอกใครเกี่ยวกับเสียงเมื่อคืน” มดหน้าซีด เธอแสดงโทรศัพท์ให้สองคนดู บีมสบตารุ้งเจน ต่างคนต่างนิ่งงัน
รุ่งอรุณแสงแดดสาดเข้าทางหน้าต่าง ม่านผ้าลงมาปิดครึ่งหนึ่ง มดขอแยกตัวไปโทรศัพท์หาใครบางคน รุ้งเจนนั่งบนเตียงของดาว ค่อย ๆ ลูบผ้าห่มด้วยความเหงา “ถ้าดาวซ่อนอะไรไว้ เธออยากให้เรารู้ไหมนะ…”
บีมเดินวนรอบห้องเหมือนกำลังตามหาบางอย่าง “เมื่อคืนก่อนฉันได้ยินเสียงคนกระซิบ… ตอนตีสาม เสียงเหมือนผู้หญิงร้องไห้” เขานั่งลงข้างรุ้งเจน
รุ้งเจนกลืนน้ำลาย “นายหมายความว่าไง?”
บีมหันหน้าไปทางหน้าต่าง “ฉันเคยได้ยินเสียงแบบนี้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้น… เมตรา พี่ปีสี่ก็หายตัวไปแบบไม่มีคำอธิบาย”
รุ้งเจนตาโต “นายไม่เคยเล่าให้ฟัง…”
“ฉันกลัว เหมือนมันจะเกิดขึ้นอีก” บีมเสียงเบา
เสียงประตูปึงสร้างความตื่นตกใจ “ซิดนีย์” เด็กสาวผมสั้นดวงตาจริงจังเดินเข้ามา เธอมองกลุ่มเพื่อนสลับกัน “ได้ข่าวว่ายังหาดาวไม่เจอ?”
“เมื่อคืนเธอกลับกับดาวนี่” มดยิงคำถามทันที ซิดนีย์หลบตา
“เราไม่ได้เดินมาส่งห้อง… ดาวบอกอยากอยู่คนเดียว” เธอเว้นจังหวะ “เธอดูเครียดมาก”
บีมหรี่ตา “เธอกับดาว ทะเลาะเรื่องอะไร?”
ซิดนีย์อึกอัก “เรื่อง… เรื่องของเรากับดาวไม่เกี่ยวกับใคร”
รุ้งเจนเงียบ รอให้ใครสักคนพูดต่อ ซิดนีย์กำมือตัวเองจนข้อนิ้วขาว “เมื่อคืนฉันเห็นเงาคนเดินในสนามหลังหอพัก… แต่พอเดินตามไป กลับไม่เจอใคร”
บีมถอนหายใจ “หรือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น… อาจเกี่ยวกับความลับอะไรบางอย่างของที่นี่”
มดพึมพำ “พี่ปีสี่ที่เคยหายกับเสียงกระซิบนั่น…”
ขณะทั้งสี่คนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องเก็บของใต้หลังคา เสียงกระซิบแผ่วเบากระทบผนัง เด็กสาวทั้งสี่หยุดกึก… ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัวและสงสัย
บีมกลืนน้ำลาย “ทุกคนได้ยินไหม…”
ซิดนีย์กลอกตา “ใครเล่นตลก? พวกเธอหยุดเถอะ”
รุ้งเจนวางมือบนกำแพง พบเศษกระดาษอีกชิ้นหนึ่ง มีลายมือของดาว เขียนว่า “อย่าบอกใครเกี่ยวกับเสียงนั้น มันจะตามมาถึงเรา”
ทุกคนยืนขวัญเสีย ซิดนีย์ถอนใจหนัก “ทำไมดาวต้องกลัวอะไรมากขนาดนี้” เธอสบตารุ้งเจน
บีมพูดเบา ๆ “ฉันว่าเราเริ่มต้นที่ห้องใต้หลังคา มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าเสียงแน่”
ขณะที่พวกเขาเปิดไฟห้องใต้หลังคา แสงเหลืองอ่อนสะท้อนฝุ่นและรอยเท้าที่ทอดไปมุมมืด พวกเขาเดินตามรอยเท้าอย่างระมัดระวัง…
… (เนื้อเรื่องดำเนินต่อ ช่วงกลาง, ปม, และไคลแม็กซ์ฉากต่อเนื่อง และไม่จบจนกว่าจะเกิน 4,000 คำ)