ลมหายใจใต้เงาจันทร์
สายลมเย็นปลิวกรายผ่านหมอกขาวคลุ้งทั่วหมู่บ้านภูสูงแคบคดขวาง ดูราวแผ่นฟ้าหล่นปิดล้อมอยู่รอบตัว ดวงจันทร์ครึ่งวงลอยเหนือยอดสน เด็กหญิงชื่อ “เพ็ญนภา” วัยสิบหกก้าวเท้าออกจากบ้านไม้หลังเล็กบนไหล่เขาอย่างลังเล เธอสวมเสื้อกันหนาวมือสอง หัวใจเหมือนแบกน้ำหนักบางอย่างไว้ตลอดเวลา เสียงร้องไก่ป่าดังลึกๆ จากด้านล่างฝั่งลำธาร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อเท้าเหยียบพื้นดินชื้น ใจเธอเต้นแรง แม่เคยห้ามเธอไม่ให้เดินออกมาคนเดียวกลางค่ำคืน แต่คืนนี้เธอฝืนออกมาหลังแม่เข้าห้องไปนอนแล้ว กระเป๋าสะพายใบเก่าข้างหนึ่งกระแทกข้างขา เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงไฟกระพริบไกลจากศาลาเก่าข้างลำธาร
“เพ็ญ!” เสียงกระซิบเรียกดังมาจากความมืด เพ็ญนภาชะงักมือแน่นกระเป๋า ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ที่มาของเสียง ร่างเด็กชายขนาดเล็กกว่าหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ ใบหน้าซูบซีด ตาโปนอยู่ในแสงจันทร์ เขาคือ “เด่น” นักเรียนรุ่นน้องวัยสิบสาม ผู้ชอบแอบหนีออกบ้านมาเล่นใต้เงาจันทร์
“ทำไมยังไม่กลับบ้าน…” เพ็ญนภาถาม เสียงเธอเบาผ่านความกลัวในใจ
เด่นไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้านับหินในมือคนเดียว เงียบไปนานจนเพ็ญนภารู้สึกอึดอัด ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงใกล้ๆ สายตาเธอสอดส่ายหาความผิดปกติ สายลมผ่าน เสียงไม้แห้งกรอบขยับใต้เท้า
“พี่คิดว่าคนเรามีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ไหม” เพ็ญนภาปริบตา เธอถามโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย นึกถึงบางสิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจมาหลายปี
เด่นเงยหน้าขึ้น สบตาเธอนิ่ง “มี…แต่บางความลับมันไม่ควรเก็บไว้คนเดียว” เขาเปรยเหมือนรู้ทันอะไรบางอย่าง เพ็ญนภาเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรต่อ ความเงียบขยายรอบตัว
เช้าตรู่วันใหม่ เพ็ญนภาเดินไปโรงเรียนผ่านหมู่บ้านเล็กริมขอบผา หมอกจางลง ดวงอาทิตย์ระบายสีทองบนต้นข้าวโพด เธอพบว่าคุณครูใหญ่ “ครูนก” กับชาวบ้านยืนรวมกลุ่มกันหน้าศาลากลางหมู่บ้าน สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบเรื่อง “เด่นหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน”
ใจเพ็ญนภากระตุก เธอมองลอดช่องไหล่เพื่อน เห็นแม่ของเด่นยืนร้องไห้อยู่ข้างเสาฉำฉา เด็กๆ คนอื่นแอบเหลือบมองเพ็ญนภา เหมือนรับรู้บางอย่าง เด็กหญิงกลืนน้ำลาย ยืนนิ่ง ไม่พูดกับใคร
ช่วงพักกลางวัน “ต้อม” เพื่อนสนิทของเพ็ญนภา ใช้คล้องแขนดึงเธอออกห่างฝูงชนเสียงดัง
“เมื่อคืนเธอไปไหนมา” ต้อมกระซิบค่อย ๆ สีหน้ากังวล
“ถามทำไมหรอ” เพ็ญนภาถามกลับ พยายามเก็บสีหน้าสงบ แต่ดวงตาวูบไหว ต้อมถอนหายใจ เบือนหน้าหนี
“เมื่อคืนเราก็ไม่ได้นอนดี ๆ ฝันเห็นคนเดินอยู่ใต้สะพาน พอเช้าก็มีคนหายไป… เธอรู้ใช่ไหมว่าคนขี้โกหกไม่มีใครชอบ” คำสุดท้ายต้อมพูดเบาเหมือนกลัวใครได้ยิน แล้วเดินกลับห้องเรียนไป ทิ้งเพ็ญนภาไว้กับจิตใจหนักอึ้ง
เวลาเลิกเรียน เพ็ญนภาเดินกลับคนเดียว ดวงตาเพ่งมองควันลอยจากกระท่อมไกล ๆ เธอเห็นตำรวจ “ผู้หมวดกวี” เดินตรวจสอบรอยเท้ารอบสะพานไม้ และยื่นบทสนทนาสั้น ๆ กับครูใหญ่
“เด็กผู้หญิงคนนั้นแปลกนะ มักเห็นแอบยืนเงียบ ๆ ตาแดง ๆ” เสียงครูใหญ่กระซิบ
ผู้หมวดพยักหน้าก่อนคิดอะไรในใจ ไม่พูดอะไรต่อ เพ็ญนภามองภาพนั้นเงียบ ๆ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว มือกำกระเป๋าแน่น หัวใจร้องขอให้มีใครซักคนเข้าใจ
ค่ำวันเดียวกัน เพ็ญนภานั่งอยู่บนหลังคา จ้องมองพระจันทร์ เธอเปิดสมุดเก่าหน้าแรก ๆ ลายมือสั่นเคยบันทึกความกลัว “ฉันกลัวความจริงมากกว่าความมืด” เสียงโทรศัพท์เก่าในบ้านดังขึ้น
แม่ร้องเรียกให้เธอลงไปหา เพ็ญนภาสูดลมหายใจลึก ลงจากหลังคาอย่างลังเล มองเห็นแม่ยืนรอ สีหน้าสับสน มือหนึ่งกำรูปถ่ายครอบครัวไว้แน่น
“ลูก…เมื่อคืนไปไหนมา” แม่ถามเสียงเคร่งขรึม
เพ็ญนภาอึ้ง ทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน แม่จับบ่าลูกไว้แน่น “ขออย่ามีเรื่องปิดบังแม่อีกเลย”
“ลูกเปล่าซ่อนอะไร” เสียงเธอแผ่วเบา ไม่สบตาแม่ แม่ถอนหายใจ เดินหลบไปที่ห้องครัว ทิ้งเพ็ญนภาไว้กับน้ำตาและความรู้สึกผิด
กลางดึก เพ็ญนภาฝันร้าย เธอลงจากเตียง เดินไปที่หน้าต่าง เห็นเงาคนยืนริมสะพาน เธอตัดสินใจหยิบไฟฉาย ลอบออกจากบ้าน ลุยหมอกไปยังสะพานแห่งนั้น
เมื่อมาถึงสะพาน เพ็ญนภาหยุด เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นรอยเท้าเล็ก ๆ ไปสิ้นสุดที่ต้นไม้ใหญ่ เหงื่อชื้นเต็มฝ่ามือ เสียงกรอบแกรบดังจากพุ่มไม้ ร่างเล็ก ๆ โผล่ออกมา เธอตกใจ แต่พบว่าเป็น “อิงฟ้า” เพื่อนร่วมห้องที่ตื่นมาตามหาสัตว์เลี้ยง
“เธอ…ยังไม่นอนอีกเหรอ” อิงฟ้าถามด้วยเสียงสั่น ๆ
“เปล่า เรากำลังมองหาบางอย่าง…” เพ็ญนภาตอบเบา ๆ สายตาสองคู่สบกัน เหมือนต่างคนต่างมีบางสิ่งไม่อยากเปิดเผย
อิงฟ้าชวนเพ็ญนภาตามหากระต่ายที่หลุดออกมา ระหว่างหา ทั้งสองพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เพ็ญนภาเริ่มวางใจ เปิดใจเล็กน้อย เล่าเรื่องความกลัว และความเหงาให้ฟัง ทั้งสองจ้องพระจันทร์สีเงินที่โผล่จากม่านหมอก
รุ่งเช้า ข่าวเรื่องเด่นยังแพร่กระจายทั่วหมู่บ้าน ทุกคนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา เพื่อนบ้านเริ่มซุบซิบเรื่องครอบครัวเพ็ญนภา ว่ามีความลับซ่อนอยู่ เด็กหญิงเผชิญกับคำสบประมาท และถูกแอบหลีกเลี่ยงในโรงเรียน ต้อมเงียบขรึม ไม่มองหน้าเธอ อิงฟ้าคอยให้กำลังใจ แต่มักหลบสายตาคนอื่น…