เก็บรักไว้ใต้หิมะ
ก้อนหิมะฟุ้งกระจายกลางถนนสายเล็กข้างโรงเรียนมัธยมปลายเขตเหนือนอกเมือง อิงดาวก้มหน้าปัดหิมะออกจากรองเท้า สีหน้าชา ปล่อยให้เสียงหัวเราะห่างเหินของเด็กกลุ่มหนึ่งอีกฟากถนนเกาะติดมากับลมเย็น เธอกำหมวกไหมพรมในมือแน่น ประตูโรงเรียนบานใหญ่ตรงหน้าเหมือนขวางทางไว้มากกว่าจะต้อนรับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“รีบเข้ามา เดี๋ยวสาย” เสียงพ่อดังขึ้นเงียบ ๆ ด้านหลัง น้ำเสียงนั้นแฝงความวิตกแต่พยายามข่มไว้ เขาสวมเสื้อกันหนาวเก่า ใบหน้ามีรอยล้า อิงดาวเฉยชาก่อนก้าวเร็ว ๆ ผ่านซุ้มโรงเรียน แล้วปล่อยให้พ่อยืนอยู่ลำพังด้านนอก
กลิ่นกระดาษช่ำชองจากห้องเรียนใหม่ปะปนกับความหนาว เยื่อกระดาษและหิมะ แปลกแยกทั้งคู่ เมื่อครูแนะนำเธอเสียงห้องก็ตกลงสู่ความเงียบ มุมปากเพื่อนใหม่บางคนยกขึ้นด้วยความสงสัยหรือแปลกใจ อิงดาวก้มหน้าหลีกเลี่ยงสายตาทุกคู่ นั่งลงที่โต๊ะท้ายห้อง เสียงนะโมเบา ๆ ดังแทรกในใจเหมือนกาวยึดเศษซากทั้งหมด
“เธอคนใหม่เหรอ อยู่ห้องเดียวกับเรานะ” น้ำเสียงใสดังข้าง ๆ อิงดาวเหลือบมองเด็กหญิงผมสั้น ตากลมใสชื่อริน รอยยิ้มคล้ายหยุดเวลาไว้ในฤดูหนาว รินไม่ซักถาม แค่ยิ้มรับ ก่อนเบนสายตากลับไปหาสมุดเล่มเก่าในมือ
เสียงครูเรียกถาม ชื่อ นามสกุล บ้านเดิม จากที่ไหน อิงดาวตอบทุกคำสั้น ๆ แต่ละคำเหมือนต้องผ่านกำแพงหนา เพียงแต่น้ำเสียงเธอสั่นเพียงช่วงท้าย “มาจากกรุงเทพค่ะ…” คำว่า ‘แม่’ ติดอยู่บนริมฝีปากแต่ไม่กล้าปล่อยออกมา
พักกลางวัน อิงดาวนั่งมุมรั้วโรงเรียน นกกระจิบบินฉวัดเฉวียนเหนือพุ่มสน เมืองนี้ดูแปลก ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง เด็กหนุ่มผิวคล้ำผมตั้งชื่อปาล์มเดินเข้ามา ขว้างขนมปังใส่ตักเธอเฉย ๆ “กินด้วยกันไหม”
ปาล์มพูดน้อยกว่าริน ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ “เราอยู่นี่มาตั้งแต่เกิด” เสียงเขาติดขุ่น “ที่นี่ไม่มีอะไรหรอก” อิงดาวหลบสายตาเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยิบขนมปังขึ้นมา “แล้วรินล่ะ” ปาล์มเงียบครู่หนึ่ง “ริน…อยู่กับยายที่นี่ เพราะพ่อแม่ไปเมืองอื่น”
“เธออยากกลับกรุงเทพมั้ย” ปาล์มถาม เสียงเขาเหมือนผสมคำถามในใจที่ยังหาคำตอบไม่ได้ อิงดาวตอบ “ไม่รู้” ไหล่ตกลงเล็กน้อย ปาล์มหันไปมองหิมะบนต้นสน “บางทีคนเราก็ต้องอยู่กับหิมะ ไม่ว่าอยากหรือไม่”
ตอนเย็น พ่อขับรถพาอิงดาวกลับบ้านเช่าหลังเล็ก กำแพงล้อมด้วยต้นสนสูง เธอเหลือบมองรูปถ่ายเก่าในมือ เป็นภาพหญิงสาวยิ้มแจ่ม คุณแม่ … ภาพถูกพับมุมขาดน้อย ๆ เธอแตะมันแผ่วเบา พ่อเดินเข้ามา หยุดมองจากประตูแต่ไม่พูด ท้องฟ้าเปลี่ยนสีช้า ๆ
“คิดถึงแม่เหรอ” พ่อถามเสียงแผ่ว อิงดาวเงียบ พ่อพยักหน้า “เราต้องอยู่ให้ได้…” เขาแตะไหล่เธอเบา ๆ แล้วผละออก อิงดาวสบตากระจก แสงจากถนนทอดเงาในดวงตาเธอลึกกว่าหิมะทุกกองที่ถมทับกัน
คืนนั้น หิมะโปรยหนัก เสียงลมกลบกลืนทุกอย่าง เธอหลับตาฝันเห็นซากปรักหักพังบนทะเลสาบน้ำแข็ง ในฝันนั้นเสียงแม่ดังแผ่ว “อย่าปล่อยให้หัวใจแข็งเหมือนหิมะ” เธอตื่นมากลางคืน นั่งนิ่งในความเงียบ
วันรุ่งขึ้น รินชวนอิงดาวเดินผ่านซอยแคบ ๆ เข้าสู่เนินสน “จะพาไปดูอะไร” รินถามน้ำเสียงตื่นเต้น มือเย็นเฉียบกุมข้อมืออิงดาวแน่น ทั้งสองเดินลัดเลาะจนถึงเนินเขาสูง ที่สุดฟ้า เมืองเล็ก ๆ เห็นเลือนรางใต้ม่านหิมะ “ตรงนี้…คือที่เราเอาความเศร้ามาฝังไว้” รินพูดเบา ๆ จุดนั้นต้นสนต้นหนึ่งมีริบบิ้นสีแดงผูกไว้
“ถ้าเราเสียใจ ให้เขียนใส่กระดาษแล้วฝังไว้ใต้ต้นสนนี้ หิมะจะปิดมันชั่วนิรันดร์” รินส่งกระดาษเปล่าให้ อิงดาวลังเลแต่รับไว้ “ถ้าเราไม่เขียนล่ะ” รินยิ้ม “ก็อยู่กับมันต่อไป” สายลมเย็นพัดผ่าน ผมนุ่มของรินปลิวกระเพื่อม
วันที่อิงดาวเริ่มสนิทกับรินและปาล์มมากขึ้น เธอพยายามหัวเราะ แต่เสียงข้างในยังสั่น เสียงล้อเลียนเบา ๆ ของกลุ่มนักเรียนชายในโรงอาหารดังเข้าสู่โต๊ะ พวกเขาหันมามอง “เด็กเมืองกรุง ท่าทางหยิ่งนะ”
อิงดาวเม้มริมฝีปาก เธออยากพูดอะไรกลับ แต่กลับนิ่งเงียบ ปาล์มรั้งไหล่เธอเบา ๆ “ช่างพวกเขาเถอะ” เขายิ้มบาง ๆ สีหน้าดูเหมือนเข้าใจมากเกินไป รินเอามือตีโต๊ะเบา ๆ “ไว้ใจเรานะ ทุกคนที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น” อิงดาวพยักหน้าช้า ๆ ในใจยังไม่อาจเชื่อสนิท
ระหว่างคาบเรียนวิทยาศาสตร์ ครูสุภา สอนด้วยความเคร่งขรึม เธอสังเกตเงียบ ๆ ว่าอิงดาวมักลอบมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่งรายงานช้า หรือไม่พูดคุยกับเพื่อน “อิงดาว สนใจจะเข้าชมรมวิทยาศาสตร์ไหม จะได้รู้จักเพื่อนใหม่” ครูพูดช้าชัด สีหน้าอ่อนโยนแต่มั่นคง อิงดาวลังเล เนิ่นนานจึงตอบเสียงห้วน “ขอคิดดูก่อนค่ะ”
เย็นวันนั้น ปาล์มชวนอิงดาวเดินเล่นริมลำธารน้ำแข็ง “เคยกลัวน้ำแข็งไหม” ปาล์มถามพลางเขวี้ยงหินก้อนเล็กลงไป อิงดาวส่ายหน้า “แต่กลัว…เสียสิ่งสำคัญไปอีก” สีหน้าปาล์มนิ่งแค่เสี้ยววินาที “เราเคยมีพี่สาว…หายไปตอนพายุหิมะเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีใครหาเจอเลย” เงียบงันครู่ใหญ่ อิงดาวแตะไหล่เขาเบา ๆ เป็นการปลอบโดยไม่พูดอะไร
บนทางเดินกลับบ้าน หิมะโรยโปรยเบา ๆ สองข้างทางมืดลงทีละน้อย อิงดาวกับพ่อเดินเคียงข้าง ไหล่แตะกันเงียบ ๆ “วันนี้ในโรงเรียนสนุกไหม” พ่อถาม อิงดาวเพียงตอบ “ก็โอเค” บทสนทนาเย็นชาแต่แฝงห่วงหา พ่อมองเธอด้วยสายตาที่ไม่กล้ารุกล้ำ
คืนนั้นในห้องนอน เธอหยิบกระดาษที่รินเคยให้ขึ้นมา เขียนสั้น ๆ ‘ฉันคิดถึงแม่’ แล้ววางไว้ใต้หมอน หัวใจซ่อนอยู่ในตัวอักษร เสียงหิมะเทียมกับความรู้สึกที่ไม่เคยเอ่ยออก
ช่วงกลางเทอม นักเรียนในโรงเรียนเริ่มพูดถึงพายุหิมะที่จะมาเยือน หิมะปีนี้ท่าทางจะแรงกว่าทุกปี “เคยมีคนหายไปตอนพายุขึ้นด้วยนะ” เด็กชายคนหนึ่งกระซิบข้างหูเพื่อนในห้องน้ำ
รินดูเศร้าตลอดวันนั้น บนโต๊ะอาหาร เธอเอาแต่เขี่ยข้าว อิงดาวมองอยากจะถาม แต่ลังเลจนคำพูดติดค้างกลางลำคอ “ริน มีอะไร…”
รินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้าว่างเปล่า “ยายป่วย…หมอบอกอาจไม่รอดหนาวนี้” คำพูดนั้นแผ่วเบา อิงดาวแตะแขนริน รินหลับตาน้ำตาซึม “หมอบอกถ้าพายุแรงกว่านี้ บ้านอาจพัง” เสียงเธอสั่น เป็นครั้งแรกที่อิงดาวกล้ากอดเพื่อนแน่นท่ามกลางโรงอาหาร เสียงพูดจากลุ่มอื่นกลายเป็นเพียงเสียงพื้นหลัง