กระจกเงาในหอพักหมายเลขเจ็ด
ไฟในโถงหอพักหมายเลขเจ็ดกระพริบเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสว่างเพียงครึ่งเดียว กลิ่นอับชื้นคลุ้ง เสียงลิฟต์เก่าเอี๊ยดอ๊าด เด็กปีหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูหอพัก กานต์ลากกระเป๋าเดินตามหลังต้นที่หน้าตาย แต่สายตาเหลือบมองหาคนอื่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฟ้าถือกล่องกระดาษ พยายามยิ้มกลบความประหม่า “ถึงแล้ว…อยู่นี่จริงเหรอ?” ฟ้ากระซิบ คำถามนั้นคล้ายจะหลุดลอยกลางโถงเปล่า
วินหยุดกลางทาง เงยหน้ามองผนังที่ทาสีหลุดร่อน พลางแกล้งขำ “รูมเมทกูคงเป็นผี” เสียงหัวเราะฝืด ๆ ที่ไร้คนขานรับ
กานต์เปิดประตูห้องพัก หมายเลขเจ็ด-ห้า เผยให้เห็นห้องว่าง กับกลิ่นน้ำยายาดเก่า ๆ “พวกเรานอนด้วยกันนะคืนนี้ เดี๋ยวค่อยแยก”
บนผนังห้องนั่งเล่น มีเพียงกระจกเงาบานใหญ่กรอบไม้เก่าแก่แขวนอยู่ ทุกคนหยุดยืนดูตัวเองในนั้น ใบหน้าสะท้อนติดเงามัวแปลก ๆ ฟ้าฉีกยิ้มตลก ๆ ให้ตัวเอง แต่ดวงตาลึก ๆ มีแวววิตกซ่อนอยู่
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากานต์ดัง “แม่เหรอ…อือ ถึงแล้ว ๆ เดี๋ยวไปหาอะไรกิน” กานต์กดวางสายเงียบ ๆ หันมาสบตาต้น “คืนนี้กูไม่นอนคนเดียวนะ”
กลางดึก ทุกคนนอนเบียดกันที่ฟูกกลางพื้น ฟ้ายังนิ่งเงียบเพ่งไปที่กระจกบานนั้น อึดอัด ราวกับมันสะท้อนบางอย่างแปลกตา “เมื่อกี้…เหมือนเห็นอะไรในกระจก” เสียงฟ้าเบา ราวกระซิบ
ต้นไม่ตอบ เขาหลับตาแน่น แต่กล้ามเนื้อเกร็ง วินพลิกตัว “มึงอย่าเฮี้ยน” วินพยายามกลบเกลื่อนสายตาหวาดหวั่นของฟ้าด้วยเสียงหัวเราะร่วน
ฟ้าลังเล มองหน้ากานต์ หวังหาเหตุผล กานต์เบือนหน้าหลีก พลางดึงผ้าห่มขึ้นตาม วินกระซิบ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปกินร้านข้าวแกง มึงจะได้ยิ้มบ้าง” เสียงฝืดฝืน
รุ่งขึ้น เสียงออดหน้าห้องดัง วินเดินไปเปิด พบกับป้านิด แม่บ้านวัยกลางคนสีหน้าเคร่งเครียด “อย่าเล่นแปลก ๆ หน้ากระจกบานนั้นนะ” ป้านิดพูดโดยไม่สบตา ก่อนเดินจาก ทุกคนสับสน มองหน้ากัน
วินแกล้งหัวเราะ “บ้านี่! มันแค่กระจก” ฟ้ายกมือลูบแขนหนาว ๆ “เมื่อคืนมึงเห็นจริงๆ เหรอฟ้า” ต้นถาม พลางเหลือบมองกระจกที่แม้จะเช้าแล้ว แต่ก็ยังดูมืดมัว
กานต์ถอนใจ “มึงอย่าคิดมาก เดี๋ยวคืนนี้นอนได้สบาย กูก็กลัวเหมือนกัน” คำสารภาพแผ่วเบา ฟ้าโคลงศีรษะ “เมื่อคืนมันเหมือนมือใครแตะไหล่กู” เสียงปนขวัญผวา
คืนที่สอง ทุกคนกลั้นหายใจตอนปิดไฟ กระจกบานเดิมคล้ายมีเงาเด็กผู้หญิงผมยาวผ่านแว้บ ทุกคนขยับเข้าใกล้กัน ฟ้าหายใจติดขัด กานต์กุมมือฟ้าแน่นไม่พูดอะไร
กลางดึก วินลุกไปเข้าห้องน้ำ ผ่านหน้ากระจก เห็นเงากระพริบวาบคล้ายใครยืนอยู่ข้างหลัง วินหยุดชะงัก เหงื่อซึม รีบเดินกลับเตียงโดยไม่พูดอะไร
วันรุ่งขึ้น วินนั่งเงียบ สายตาเลื่อนลอย ต้นเอ่ยเบา ๆ “เมื่อคืนกู…กูก็เห็น” เสียงแตกพร่า กานต์สบตาทุกคนเงียบงัน ฟ้าพูด “เราอยู่ด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกัน” ทุกคนพยักหน้า หยิบมือจับกันหลวม ๆ
ความใกล้ชิดทำให้เรื่องส่วนตัวถูกเปิดเผย ฟ้ายอมรับกับกานต์ว่ากลัวถูกทิ้ง กลัวความเงียบ วินฝืนหัวเราะ “มึงคิดว่าเราจะรอดมั้ยจากหอกับผี”
ต้นพูดเสียงขุ่น “มึงเลือกเช่านี่เพราะมันราคาถูก…แต่ไม่มีใครบอกเรื่องกระจกไอ้นี่” กานต์หน้าเสีย “แล้วจะทำไงล่ะ กู…กูไม่มีทางเลือก” เสียงสั่น
เงียบยาว วินตัดบท “เราอยู่ต่อวันนี้ เดี๋ยวลองสอบถามป้านิดดู ว่ามีใครเคยเป็นแบบนี้อีกมั้ย”
ฟ้านั่งเงียบ ตัดบท “เมื่อคืนตอนกูหลับ…เหมือนมีใครอยู่ตรงปลายเตียง” เสียงเบาสะท้อนห้องว่าง ทุกคนมองไปทางกระจกพร้อมกัน
บ่ายวันนั้น ฟ้าและกานต์ไปหาป้านิดที่โถงล่าง ป้านิดนั่งขังตัวเงียบหลังเคาน์เตอร์ “จริง ๆ แล้วห้องพวกหนูแต่ก่อนเคยมีเด็กผู้หญิงอยู่…” ป้านิดเสียงเครือ กานต์ถาม “เกิดอะไรขึ้นคะ” ป้านิดเหลือบตามองกระจกฟ้า “มีคนหายไปในห้องนั้น ไม่เคยเจอศพ”
ฟ้าก้มหน้า “เค้าตายที่นี่เหรอ?” ป้านิดเงียบไปนาน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ “คืนนี้ห้ามมองกระจก ห้ามพูดชื่อคนในนั้น” ฟ้าชะงัก รับคำด้วยเสียงแผ่ว
เย็นนั้น วินเริ่มเปลี่ยนไป นั่งซึม ตอบคำถามสั้น ๆ ต้นถาม “เป็นไร” วินเบือนหน้าหลีก “กูนอนไม่ค่อยหลับ…” เสียงกดต่ำ กานต์หันไปย้ำ “คืนนี้อยู่ห้องเดียว ห้ามเป็นอะไรนะ”
ค่ำลง ไฟดับบ่อย ทุกคนล้อมวงกับข้าวกล่อง กานต์ชวนคุยเรื่องในอดีต ฟ้าหัวเราะเบา ๆ “จะกลัวอะไรวะ เราพวกเดียวกัน” ต้นยิ้มเงียบ
ถึงเวลานอน ทุกคนหลับตาแน่น ยกเว้นฟ้าที่เปลือกตาสั่น เงากระจกบิดเบี้ยว ภาพเงาเด็กผู้หญิงคืบคลานเข้ามา ฟ้าร้องเบา ๆ วินลุกขึ้นคว้าไม้กวาด กระโดดผลักกระจกล้มแตก เสียงกรีดร้องกึกก้อง ทุกคนตะลึง
เมื่อเสียงเงียบงัน ทุกอย่างสงบ กระจกแตกละเอียด ในเงาเศษกระจกมีเพียงภาพน้ำตาของฟ้า กานต์คว้าฟ้าเข้ากอดแนบอก ต้นน้ำตาคลอ วินหันไปมองหาต้นทางเสียงประหลาดนั้นด้วยสายตาหวาดระแวง
รุ่งเช้า อากาศเหงา ทุกคนเก็บของเตรียมย้ายห้อง วินกอดฟ้า “มึงจะไม่เป็นไรใช่มั้ย” ฟ้าฉีกยิ้ม “ต่อให้กลัวแค่ไหน ขอแค่มีคนอยู่ข้าง ๆ” ต้นเดินมากระซิบบอก “กูก็เคยกลัว แต่ตอนนี้กลัวจะเสียพวกมึงไปมากกว่า”
ก่อนออกห้อง กานต์วางมือบนเศษกระจก เงาสะท้อนเล็ก ๆ แวบผ่าน ดวงตาเด็กผู้หญิงยิ้มเศร้า ๆ กานต์กระซิบนุ่ม “ถ้ามีใครได้ยิน…ขอให้ได้พบคนที่รอในสักวัน” เสียงจางหายไปในแสงเช้า เส้นทางใหม่รออยู่เบื้องหน้า