เงาสะท้อนแห่งฤดูหนาว
หิมะละอองแรกตกแต่งยอดยอดอาคารมหาวิทยาลัยจนกลายเป็นสีเงินขาว น้ำฟ้าเดินลุยกระทบเกล็ดเย็นนั้นเข้าสู่หอพักหญิงด้วยอาการเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมเต้นรำของชมรม ขณะที่เปิดประตูห้อง เสียงร้องเพลงผิดคีย์ของหลิวดังก้องมาจากในห้องน้ำประจำชั้นซึ่งไม่มีใครควรอยู่ช่วงค่ำนี้ น้ำฟ้าเพ่งมองเงาผ่านกระจกบานเก่าในทางเดิน มันคล้ายคนกำลังยืนโบกมืออย่างไร้เสียง แต่กลับไร้เงาของเพื่อนฝั่งตรงข้ามทางเดิน น้ำฟ้าหยุดชะงัก หัวใจเต้นถี่ขึ้นเล็กน้อย เธอยิ้มขยับยิ้มเรียกสติตัวเองแล้วเดินเข้าห้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ไอ้ฟ้า! เธอซื้อชานมมาไหมเนี่ย หนาวชิบ!" เสียงจิ๋ว เพื่อนร่วมห้องผู้ติดมือถือ แผ่วลงขณะเหลือบมองหน้าจอที่สะท้อนรูปสัตว์ประหลาดจากเกมที่เล่น ตามด้วยรอยยิ้มกลบเกลื่อนความเปลี่ยวของห้องสี่เหลี่ยมชั้นสาม
ฟ้าทิ้งกระเป๋าลงบนเตียง "ฉันเจออะไรประหลาดอีกแล้วจิ๋ว… กระจกตรงทางเดิน ฉันเห็นอะไรเหมือนคน เงากำลังโบกมือ แต่บนพื้นไม่มีคน"
จิ๋วชะงัก สองคิ้วขมวดมุ่นแล้วยักไหล่ "โอ๊ย คงเพราะเธออดนอน คิดมากปะวะ เหนื่อยแล้วละ คิดมากไม่ได้ บ้าหรือเปล่า"
แต่แววตาของจิ๋วสะท้อนความหวาดกลัวชั่วแล่น ก่อนจะรีบหันไปเปิดเสียงเพลงดังกลบความเงียบ เหมือนไม่อยากคิดต่อ น้ำฟ้ามองกระจกเล็กข้างประตูอีกที เหลือบเห็นเงาตัวเองพอดี เธอถอนหายใจยาวเพราะรู้สึกถึงความอึดอัดที่ข้นขึ้นในอากาศ
คืนนั้นลมแรงกระแทกหน้าต่างห้อง เสียงแว่วแปลกหลุดลอดประตู ฟ้านอนพลิกตัวไปมา ภาพเงาในกระจกยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ไม่ใช่ความกลัวแบบเด็กหญิงเฝ้ามองใต้เตียง แต่มันคือความเย็นเยียบจากความลึกลับบางอย่าง
รุ่งเช้าในห้องเรียน กลุ่มดาวเพื่อนสาวนั่งล้อมวงกัน น้ำฟ้ายังจมกับเงาตะคุ่มนั้น “เออ ฟ้า เมื่อคืนหน้าเธอดูไม่สดใสนะ เป็นอะไร” หลิวคว้าขนมปังเคี้ยวตุ้ย ถามอย่างไม่ใส่ใจนัก ฟ้าถอนหายใจ “ไม่ได้หลับเลย เห็นอะไรประหลาดตรงกระจกทางเดิน”
หลิวฟังแล้วแซว “จะเป็นผีหอก็ต้องผีสาวสวยบ้างเนอะ ไม่งั้นไม่น่ากลัว” จิ๋วกลอกตา “เลิกล้อเหอะ! ฟ้าซีเรียสนะ” เสียงหัวเราะหวิวในอากาศ บางคนหลีกเลี่ยงสายตา ดูเหมือนเรื่องผีหลอนๆ จะไม่ได้แปลกในที่นี่
คาบบ่าย กลุ่มเพื่อนเดินไปที่ห้องสมุดโบราณติดหอพัก ห้องอันเก่าคร่ำ ฝุ่นเกาะเต็มชั้นวางหนังสือ น้ำฟ้าก้าวเข้าไปอย่างระวัง “อยากรู้อะไรในนี้เหรอฟ้า?” วิทย์ หนุ่มสายลึกลับของกลุ่มถามแบบกวนๆ
“แค่คิดว่าอาจมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหอพัก หรือกระจกที่ฝังอยู่ฝั่งเก่า” ฟ้าวางหนังสือลงเสียงดัง เกิดฝุ่นฟุ้งคลุ้ง หลิวไอ “เก่าขนาดนี้ หนังสือคงมีแค่สูตรเวทย์มนตร์กับสูตรขนมเท่านั้นแหละ!” แต่แวบหนึ่งแสงกระจกริมหน้าต่างห้องสมุดสะท้อนเงาคนเดินสวน ไม่มีคนเดินตรงนั้นจริงๆ
พวกเขากระจายค้นหาหนังสือ จิ๋วพบสมุดเล่มจิ๋ว “นี่มันไดยารี่ของใครสักคน?” กลิ่นกระดาษฉุนจมูก น้ำฟ้าเปิดอ่าน สะดุดกับข้อความลายมือผู้หญิง “วันที่ 21 มกราคม ฉันเห็นเงาในกระจกอีกแล้ว เขาไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร…แต่ฉันกลัวตัวเองจะช่วยเขาไม่ได้”
วิทย์ทำเสียงนิ่ง “ฟังดูเหมือนมีคนเคยเห็นเหมือนฟ้าเลยนะ” เงียบงันครู่หนึ่ง ทุกคนหยุดพูด สายตาคนอ่านไดยารี่สั่นระริก จิ๋วเบือนหน้า “หรือจะมีความลับอะไรในหอพักนี้จริงๆ”
คำถามนั้นแขวนอยู่ในอากาศ ตลอดบ่ายความรู้สึกแปลกๆ ยังคงล้อมกลุ่ม น้ำฟ้ารู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ตลอดเวลา
คืนนั้น ขณะเพื่อนในห้องหลับกันหมด น้ำฟ้าเดินปรี่ไปทางกระจก ค่อยๆ เอื้อมมือแตะผิวกระจกเย็นเฉียบแล้วสะท้อนเห็นเงาผู้หญิงผมยาวในชุดนักศึกษารุ่นเก่า เงานั้นมองสบตาเธอ น้ำฟ้าผงะถอย “เธอต้องการอะไร…?” เสียงขาดใจต่ำแผ่วตามมา “ช่วย…ฉัน…”
น้ำฟ้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับพบเพียงเงาตัวเองแล้วรีบปิดไฟกระโดดขึ้นเตียง ใจเต้นแรงด้วยความหวาด ผสมความอยากรู้อย่างรุนแรง เธอรู้ว่าต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่หลังผิวเงาขุ่นมัวของบานกระจก
วันถัดมาในห้องเรียน จิ๋วเริ่มหวาดวิตก “เมื่อคืน…ฉันเห็นเหมือนกัน ฟ้า! ผู้หญิงในกระจกเหมือนกำลังร้องขออะไรบางอย่าง” เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มตกอยู่ในบรรยากาศกดดัน หลิวพูดติดตลกไม่ออก วิทย์เองก็หน้าซีด “เราต้องหาคำตอบก่อนมีใครหายไปอีก!”
จิ๋วตัดสินใจหาข้อมูลเรื่องศิษย์เก่า ถามอาจารย์ประจำภาค “เคยมีนักศึกษาสาวคนหนึ่งหายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน…” อาจารย์พูดเสียงเบา “เธอหายตัวในหอพัก ห้องที่พวกเธออยู่ปัจจุบัน…” คำพูดนั้นทำให้ทุกคนชะงัก น้ำฟ้าสบตาวิทย์ด้วยความกลัวและลังเล
เจ้าหน้าที่ภารโรงสูงวัยขัดพื้นใกล้กระจกบานเก่านั้น แอบกระซิบต่ำ “คนหายไป ตระกูลเจ้าของหอพักสั่งปกปิด พ่อเธอเคยห้ามลูกๆ มองกระจกนี้ยามค่ำคืน” แววตาภารโรงกร้านแต่แฝงความเศร้า
คืนนั้น น้ำฟ้า กลัวแต่กัดฟันยันเข้าไปสำรวจห้องเก่าบนชั้นสี่ จิ๋วกับวิทย์ตามเข้าไปพร้อมไฟฉาย ทั้งสามพบเศษรูปถ่ายขาวดำหญิงสาวในชุดนักศึกษา ด้านหลังเขียนว่า “ภูผา… สัญญาจะกลับมา”
หลิวยืนเลียริมฝีปากด้านข้าง “มันต้องมีเรื่องระหว่างผู้หญิงในรูปกับใครสักคนชื่อภูผาแน่…” ไฟดับวูบ ห้องเย็นจัด เงาคนขยับผ่านหลัง ทุกคนขนลุก น้ำฟ้าเผลอกุมมือวิทย์แน่น จิ๋วหันมาจับแขนฟ้า “เราต้องคืนอะไรบางอย่างให้เธอ…แต่จะคืนอะไร?”
ความกลัวเพิ่มแรงกดดัน น้ำฟ้าหลับตาหวนคิดถึงเศษกระจกแตกในลิ้นชักห้องน้ำที่เธอเจอวันแรก วิทย์เสนอ “ลองเอากระจกส่องเศษนั้นดู ตรงที่เกิดเรื่อง” หลิวทำหน้าหนักใจแต่ชักเริ่มไม่เชื่อในสามัญสำนึกตัวเอง
คืนนั้นในห้องน้ำเปลี่ยว น้ำฟ้าถือเศษกระจกสั่นๆ เธอวางมันแนบกับกระจกบานใหญ่ สะเก็ดแสงสะท้อนผุดภาพเศษเสี้ยวของหญิงสาวไร้รอยยิ้มในอาภรณ์รุ่นเก่า วิญญาณในกระจกเงียบไหลน้ำตา “โปรด…เอาความจริงออกไป”
นาทีแห่งความเงียบ ทุกคนละสายตา น้ำฟ้าตระหนักว่า การช่วยเหลือคือการออกความจริงให้พ้นความลับ ไม่ใช่การปลอบโยนวิญญาณให้สงบ เธอต้องเสี่ยงแม้จะกลัว
เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำฟ้า พากลุ่มเพื่อนเข้าพบคณบดีโดยตรง “เราขออนุญาตรื้อค้นแฟ้มประวัตินักศึกษาที่หายไป” จิ๋วเสนออย่างกล้า แต่คณบดีนิ่งนาน “ถ้าเธอมีเหตุผลว่าจะคลี่คลาย…ก็ลองดู”
ในแฟ้มประวัติเก่า น้ำฟ้าเจอจดหมายสั้นๆ จากหญิงสาวที่หายไป “ถ้าฉันไม่กลับมา ฝากกล่าวขอโทษภูผา…และบอกว่าฉันเสียใจ” จิ๋วกำเศษจดหมายนั้น น้ำฟ้านิ่งงัน “นี่…คือใจกลางความจริง”
คืนนั้นเป็นคืนตัดสิน น้ำฟ้าเดินไปหน้ากระจก หยิบจดหมายยื่นไป กระจกสั่นพร่า ด้านในเงาหญิงสาวยิ้มเศร้า “ขอบคุณ…เธอกล้าหาญกว่าฉัน” น้ำฟ้าสะอื้นโดยไม่รู้ตัว ในวูบหนึ่งเงาหญิงสาวจากไปอย่างสงบ พื้นหิมะนอกหน้าต่างสว่างขึ้น
รุ่งสาง น้ำฟ้ามองแสงหิมะตกกระทบบานกระจก ทุกอย่างนิ่งเงียบ ราวกับคำขอโทษกอปรภาวะถูกกล่าวแทน และหัวใจเธอเบาสบายเหมือนลมหิมะ โปรยลงบนกระจกที่ตอนนี้สะท้อนเพียงใบหน้าตัวเอง