คืนไฟในหอพัก 37
เพดานห้องโถงเก่าตำหนัก 37 สั่นสะเทือนตามเสียงกีตาร์ไฟฟ้าที่อิฐเล่นอย่างบ้าบิ่น ใต้แสงไฟนีออนสลัว หมอกควันลอยอ่อนเข้าปะทะจมูก “เออ เล่นเบาลงหน่อยไม่ได้เหรอ เที่ยงคืนแล้ว” เสียงปริมกระซิบแข็ง ๆ พลางชะเง้อมองหน้าต่างที่เปิดอ้า อิฐหัวเราะหึ ๆ ยังโยกหัวตามจังหวะเพลง แม็กซ์ ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว เหลือบตามองเพื่อนเป็นครั้งคราว พร้อมรอยยิ้มเฝื่อน ๆ “ถ้าโดนพี่แปลนดุอีก คราวนี้ได้โดนไล่ออกแน่พวก”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปริมกลอกตา เดินไปปิดหน้าต่างสายลมเย็นกรุ่นกลิ่นฝุ่นเข้ามาปนกับกลิ่นบุหรี่ ปริมชะงักเมื่อเห็นเงาใครสักคนวิ่งในลานหน้าหอ “พวกนายเห็นมั้ย?” เธอเอ่ยเสียงต่ำ แม็กซ์หันขวับก่อนมองไปตามที่ปริมหัน ไม่มีอะไร นอกจากพุ่มไม้สั่นคลอนเบา ๆ อิฐยักไหล่ “มีแต่ผีพวกไม่ยอมนอนเหมือนเราแหละ”
เสียงโทรศัพท์สั่น ปริมรีบรับ เป็นเสียงแม่ถามว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้านหรือไม่ เธอยืนลังเลอยู่นานก่อนตอบ “คงไม่ได้กลับนะคะ มีงานกลุ่ม” น้ำเสียงเศร้าแฝงความรู้สึกผิด ก่อนจะวางสาย ดวงตาปริมเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เสียงระเบิดเบา ๆ ดังขึ้นจากชั้นล่าง ทั้งสามหยุดคิดพร้อมกัน แม็กซ์กระโดดลุกขึ้น “เฮ้ย เสียงอะไร?” แล้วไฟทั้งชั้นก็ดับพรึบเหลือแต่ความมืดสลัวจากมือถือ อิฐสบถ พลางหยิบไฟฉาย ตั้งท่าจะสำรวจ
พอเดินออกจากห้อง พบวิทยาเพื่อนร่วมหอ ยืนพิงกำแพง พลันเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ตะโกนก้อง “ไฟไหม้! ออกจากห้องด่วน!” วิทยาร้องก่อนซัดประตู ปริมใจเต้นแรง มือกำโทรศัพท์แน่น “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” อิฐตะโกนเรียกทุกคนออกจากห้อง โถงทางเดินเริ่มมีควันลอยต่ำ คนอีกหลายคนวิ่งกรูออกมา หน้าตาทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เพียงเสี้ยววินาทีสถานการณ์เปลี่ยนไป
อิฐจับมือลี่ รุ่นน้องที่มักไม่สุงสิงกับใคร “อย่าเพิ่งออก! ตามมา!” เขาสั่งแล้วพาทุกคนอ้อมไปทางหลังหอเพื่อหนีไฟ ควันเริ่มฉุนขึ้น ลี่ไอหนัก ๆ ขณะทุกคนผลัดกันถือไฟฉาย เดินฝ่าสลัวอับชื้นสู่บันไดหนีไฟ
ปริมสะดุดใจเมื่อพี่แปลน ผู้ดูแลหอ เดินสวนมาจากบันไดเดิม ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่ามกลางเสียงวุ่นวาย “อย่าเพิ่งแตกตื่น ต้องปิดวาล์วแก๊สให้ได้ก่อน! ใครช่วยตามฉันไปชั้นล่าง!” พี่แปลนพูดกลั้วไอ ปริมกับแม็กซ์แลกสายตากัน ต่างลังเล ก่อนที่ปริมจะตัดสินใจยกมือ “หนูไปค่ะ” แม็กซ์กัดปากแต่ก็ตามไปเช่นกัน
ในห้องครัวที่ควันเริ่มขาวโพลน แม็กซ์แสดงความลังเล “กลัวไหม?” ปริมกลืนน้ำลาย “กลัวสิ แต่เราจะวิ่งหนีอย่างเดียวไม่ได้” สามคนก้มหน้าก้มตาคลำหาวาล์วแก๊สในครัว อิฐโผล่เข้ามาสมทบ “จะอยู่เฉย ๆ ทำไมต้องมาช่วยพวกนี้ด้วย?” เขาคะยั้นคะยอให้ไปทางออกแต่ปริมส่ายหน้า “ถ้าไม่ปิดวาล์ว ทุกคนในหอเสี่ยงตายยิ่งกว่า” พี่แปลนมองอิฐสายตาคละเคล้าระหว่างผิดหวังกับโล่งใจ
ขณะนั้นเอง เสียงลั่นดังเปรี้ยง ประตูทางออกถูกแรงสะเทือนปิดแน่น ลี่กับวิทยาร้องตกใจ อิฐกระโจนไปเขย่าประตู “เฮ้ย มันล็อก! ใครมัน…” เสียงร้องขาดห้วง ทุกคนหันไปมองหน้ากันอย่างลังเลว่ามีใครตั้งใจหรือแค่บังเอิญ ควันโขมงหนักขึ้น ทุกคนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โวกเวกเริ่มกลายเป็นเสียงลมหายใจถี่กระชั้น
ปริมหน้าซีด จู่ ๆ น้ำตาก็รื้นเต็มเบ้า เธอตะโกนขึ้น “แม่ หนูขอโทษนะ…” ทุกคนเงียบงันไปครู่ อิฐเดินเข้ามาแตะไหล่เบา ๆ “เอาน่า ยังไม่จบง่าย ๆ หรอก ยังมีทางออก” ในน้ำเสียงอิฐมีบางอย่างที่ฟังดูแข็งแต่ไม่สุด แม็กซ์จ้องมือที่สั่นด้วยสายตารู้สึกผิด
พี่แปลนสูดหายใจลึก “ทุกคนตามฉันไปชั้นเก็บของ ด้านหลังมีหน้าต่างบานเล็ก เป็นทางเลือกเดียว” ทุกคนทยอยกันเดินมุ่งผ่านโถงที่ควันหนาแน่นขึ้น อิฐหันมาสบตาแม็กซ์ “เคยคิดมั้ย ถ้าไม่ได้รอดเอาจริง ๆ จะทำอะไร?” แม็กซ์เม้มปาก “แค่ได้ขอโทษพ่อแม่…ก็พอแล้ว” อิฐชะงัก ในดวงตากระด้างปรากฏร่องรอยเจ็บปวดที่ไม่ค่อยมีใครเห็น
ขณะทุกคนเบียดตัวเข้าสู่ห้องเก็บของ เล็กเสียงแหลมของลี่ร้อง “นี่… ทำไมกลิ่นควันแรงผิดปกติ? หรือมีใคร…ตั้งใจ?” ความเงียบเย็นเยียบปลิวผ่าน ปริมจ้องลี่อย่างจับผิด “เธอแน่ใจเหรอ?” ลี่ส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า “ฉันไม่ได้…แต่…ฉันเห็นมีเงาเดินไปที่ครัวก่อนเกิดไฟไหม้…”
วิทยาแน่นิ่ง สีหน้าหวาดหวั่น อิฐขบฟันกรอด “เดี๋ยวนะ ใครกันแน่?” น้ำเสียงทุกคนเริ่มแฝงข้อกล่าวหา พี่แปลนพยายามสงบ “เราควรหาทางรอดก่อน ไม่งั้นไม่มีใครได้อธิบายอะไรหรอก” แล้วค่อยใช้เหล็กงัดหน้าต่าง ทันทีที่รอยร้าวแตกออก อากาศเย็นภายนอกไหลเข้ามาชโลมใจทุกคนแม้จะยังออกไม่ได้เต็มตัวก็ตาม
ในห้วงเวลาอัดแน่น ปริมยืนกลืนน้ำลายตลอดเวลา มือกำสร้อยคอแน่น ความกลัวกับความรู้สึกผิดต่อแม่วนเวียนในแววตา อิฐมองดูข้างนอกด้วยสายตาแข็งขืน “ถ้าเราไม่รอด… ผมก็…ยังไม่ได้ขอโทษ…” เสียงเขาขาดห้วง ก่อนที่ประโยคจะจบ
เวลาผ่านไปทีละวินาที ทุกคนกดดัน หายใจหอบถี่ เคาะเหล็กกับหน้าต่างจนกระจกแตก เสียงไซเรนดับเพลิงแว่วในระยะไกลแต่ยังมาไม่ถึง
ในช่วงเวลาตึงเครียด ปริมตัดสินใจเด็ดขาด “ฉันจะปีนออกไปขอความช่วยเหลือให้ได้” เธอปีนขึ้นไปที่หน้าต่างอันแคบ แม็กซ์จับขาเธอไว้ด้วยความกลัว “ไม่ได้นะ! มันอันตรายมาก” ปริมสบตาแม็กซ์ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นมั่นคง “เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นทุกคนจะตายหมด” อิฐกระตุกแขนแม็กซ์ออกช้า ๆ “ถ้าเธอไม่กล้า ก็ปล่อยให้เขาไปเถอะ” แม็กซ์หน้าเสีย ผละมือออก น้ำตาคลอแต่มองปริมอย่างเว้าวอน
ปริมดันตัวผ่านหน้าต่างออกไป เสียงแก้วแตกดังกรุ๊งกริ๊ง ร่างกลิ้งลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ หายใจหอบรีบวิ่งตัดควันไปยังอาคารใกล้ที่สุด ร้องขอความช่วยเหลือพร่ำ เสียงเธอสั่นสู้ลมกลางเปลวไฟที่ลุกไหม้หอพักด้านหลัง
ห้องเก็บของในหอพัก แม็กซ์กุมมือกับลี่ น้ำเสียงต่ำ “ฉันกลัว…กลัวตาย กลัวแม่จะเสียใจ” ลี่ยิ้มเศร้า “ฉันเองก็เหมือนกัน” สายตาอิฐวูบวาบไปมาระหว่างช่องหน้าต่างและท่อนไม้ในมือ “แต่กลัวที่สุดคือต้องอยู่อย่างไม่มีความหมาย”
ในที่สุด ระเบียงตะวันออกเกิดเสียงปังสนั่น ประตูถูกงัดจากด้านนอกด้วยความพยายามของปริม กลุ่มคนข้างนอกตามเข้ามา ทุกชีวิตในห้องเก็บของถลันออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง ส่วนอิฐประคองแม็กซ์กับลี่ ฝ่าควันหนาทึบด้วยสีหน้าตื่นกลัวและโล่งใจระคนกัน
หน้าหอพัก รถดับเพลิงแล่นมาจอด เปลวไฟค่อย ๆ ถูกควบคุม กลุ่มนักศึกษานั่งกอดเข่าชิดกันในสนาม พี่แปลนหอบหายใจ เหลือบตามองทุกคน “ขอโทษ…ที่ดูแลได้ไม่ดีเท่าที่ควร” อิฐยักไหล่แทนคำรับรู้ ก่อนหันมายื่นมือเต็มไปด้วยเขม่าควันมาตบไหล่แม็กซ์ “ถือว่าเราได้รอดมาอีกคืน”
ปริมโทรหาคุณแม่ น้ำเสียงสั่นพร่า “แม่… หนูขอโทษสำหรับทุกอย่าง” ปลายสายเงียบไปครู่ “ลูกทำดีที่สุดแล้ว แม่ภูมิใจ…” น้ำตาปริมร่วงช้า ๆ กลางแสงไฟหม่น เธอเงยหน้าขึ้นมองเปลวไฟสุดท้ายจากซากหอพัก น้ำตาฉ่ำแต่อยากเริ่มต้นใหม่
ฟ้าสาง เปลวไฟมอดดับ ทุกคนยังเหลือร่องรอยบาดแผลใจ แต่ต่างก็ได้เรียนรู้จะเผชิญหน้ากับความกลัวและให้อภัยตนเอง อิฐกับแม็กซ์สบตากันพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ลี่เงียบ ๆ เดินมานั่งข้างปริม “จะกลัวอีกไหม?” ปริมยิ้มเศร้า “กลัว…แต่จะไม่หนี” ภาพจำสุดท้ายของเช้าแรกหลังไฟไหม้คือกลุ่มนักศึกษาเดินไปพร้อมกัน สู่เช้าวันใหม่ที่เปลี่ยนพวกเขาไปตลอดกาล