ฝนสุดท้ายที่ห้องสมุดลอยฟ้า
เสียงรองเท้าหนังขูดพื้นไม้เก่าในโถงทางเดินแคบ ๆ ของห้องสมุดที่แขวนลอยอยู่กลางฟ้าทำให้รธหันขวับออกจากหน้าต่างกระจก เลขแถวมุมขวาล่างยังคงเรืองแสงสีเงินจาง ๆ เหมือนกับรอเจ้าของคนใหม่มาไขปริศนา—แต่เจ้าหน้าที่หญิงผมหงอกที่เก็บกวาดอยู่ตรงชั้นหนังสือยังคงก้มหน้าทำงานอย่างไม่ใส่ใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!รธเดินไปเรื่อย ๆ ปลายนิ้วไล้ตามสันหนังสือโบราณ สายตาเขาจับอยู่ที่ตัวเลข 417-ฅ45 ที่ถูกจารึกไว้บนสมุดโน้ตเก่า เจ้าของสมุดคือแม่ที่จากไปนานแสนนาน—เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองตามหาอะไร รธได้ยินเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ลอยจากปลายทางเดิน หนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งซบกันอยู่ตรงบันไดวนกลางห้องสมุด ทุกคนดูเหมือนจะมีเป้าหมาย รธไม่แน่ใจตนเองด้วยซ้ำ
เมื่อรธเดินไปถึงโซนหนังสือต้องห้าม เด็กหญิงผมยุ่งคนหนึ่งยื่นสมุดสีน้ำเงินให้ “นายตามหานี่ใช่ไหม?” น้ำเสียงเธอแหบพร่า ไม่กล้าสบตา “เอ่อ ก็อาจจะ…” รธตอบพลางรับสมุดมา “ใครให้เธอส่งต่อให้ฉัน?” เด็กหญิงเงียบไปชั่วครู่ “เขาบอกว่า ถ้าอยากรู้เรื่องแม่ นายต้องหาคำตอบเอง” รธมองเธอเต็มตา เริ่มสงสัยมากขึ้นว่าใคร ‘เขา’ ที่ว่านั้น
แต่แทนที่จะรีบร้อนเปิดสมุด รธกลับชะงัก เขารู้ตัวว่าไม่กล้า เจาะลึกลงไปในสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเกี่ยวกับแม่เขาไปตลอดกาล
เสียงเครื่องกระซิบเบา ๆ ด้านบนห้องโถง สัญญาณแจ้งว่าเมืองใต้เมฆเริ่มหมุนเคลื่อนไปทิศอื่น อีกชั่วโมงหนึ่งห้องสมุดแห่งนี้จะหายไปจากสายตาทุกคนในเมืองอีกครั้ง รธก้าวพรวดไปยังช่องชั้นหนังสือยังไม่รู้เลยว่าใครจะมาหยุดเขา ก่อนจะได้รู้ความจริงที่ตัวเองวิ่งหนีมาตลอด
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังติด ๆ กัน รธหันไป เจออธิษฐาน—หนุ่มสวมแว่นกรอบหนา เจ้าหน้าที่ห้องสมุดรุ่นเดียวกับเขา “หยุด! นายไม่ได้รับอนุญาตเข้าโซนนี้” สีหน้าอธิษฐานแข็งกร้าวแต่ตาไหววูบคล้ายซ่อนความกลัว รธกัดฟัน “ผมขอเวลาแค่สองนาที”
“นายคิดว่าตัวเองต่างจากคนอื่นตรงไหน?” อธิษฐานพูดเบา ๆ พลางเหลือบมองสมุดในมือรธ “ฉันแค่อยากรู้…ว่าแม่เคยรักฉันหรือเปล่า” รธบอกความจริงด้วยเสียงสั่น อธิษฐานนิ่งไป กำมือแน่น ก่อนปล่อยทางให้
รธเปิดสมุด หน้าแรกคือจดหมายไม่ลงชื่อ ‘แม่ขอโทษ’ เขาหลับตา สูดลมหายใจลึกเสมือนรับกลิ่นชื้นของกระดาษเก่าไว้เต็มปอด
เสียงฝนตกหนักดังสนั่นไม่รู้มาจากไหน บนเมืองลอยฟ้าไร้ฝนนั้น มันดังก้องในใจเขา ไม่น่าใช่เสียงจริง รธอ่อนแรงจนหมดแรงยืน น้ำตาไหลท่วมหน้า เห็นภาพในห้วงความทรงจำวันที่แม่เดินออกจากบ้านพร้อมกระเป๋ากระดาษสีน้ำเงิน “แม่—”
เขาตื่นจากภวังค์ เด็กหญิงผมยุ่งกลับมายืนข้าง ๆ “นายจะอ่านต่อไหม?” รธนิ่งเงียบ ยื่นสมุดคืน “ฉันไม่แน่ใจ ฉันกลัวจะเจอบางอย่างที่เปลี่ยนไปตลอดกาล” เด็กหญิงพยักหน้า “กลัวแต่ไม่กล้าเผชิญหน้า จะอยู่ที่นี่ต่อไปเฉย ๆ มั้ย?” แววตาของเธอมีความเข้าใจแบบที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนให้เขาได้
อธิษฐานเดินเข้ามาอีก “ฉันเองก็มีจดหมายพ่อที่ไม่กล้าอ่าน” ทั้งสามนั่งด้วยกันหัวใจโล่งขึ้นแปลกประหลาด รธเหลือบมองสมุดในมือ เพียงรับรู้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวกับความหวาดกลัวอีกต่อไป
เสียงกระแสลมข้างนอกห้องสมุดเปลี่ยนทิศ เด็กหญิงผมยุ่งลุกขึ้น “ต้องลงลิฟต์ไปข้างล่างก่อนที่ที่นี่จะย้ายไปที่อื่น” รธลังเลแต่เดินตาม น้ำหนักในใจเหมือนหายไปนิดหนึ่ง ทุกก้าวเต็มไปด้วยคำถามและความกลัวแต่ครั้งนี้ไม่ขอหนีต่อ
ในลิฟต์ อธิษฐานพูดเบา ๆ “นายว่าชีวิตมันจะง่ายขึ้นไหม ถ้าเรากล้ารู้ทั้งหมดตั้งแต่แรก?” รธส่ายหน้า “เราคงไม่มีวันพร้อมหรอก” เด็กหญิงผมยุ่งสอดมือเข้าไปจับมือรธเบา ๆ
ประตูลิฟต์เปิดออก สายลมเย็นเฉียดแก้มทั้งสาม รธเงยหน้ามองทะเลหมอกบนพื้นเบื้องล่าง หัวใจว่างเปล่าแต่โล่งเบาสุดในชีวิต เขาเดินตรงไปที่ราวระเบียง ก่อนจะตัดสินใจเปิดสมุดอ่านหน้าต่อไป
มีแต่ความเงียบ สีน้ำเงินของสมุดฉายเงาสะท้อนดวงตารธ เด็กหญิงผมยุ่งถามเสียงแผ่ว “เจออะไรล่ะ?”
รธยิ้มบาง ๆ “เจอแม่ของฉัน เจอฉันเอง…เป็นครั้งแรก”
ฝนตกบนหน้าต่างกระจกเป็นริ้ว ๆ นอกห้องสมุดลอยฟ้าเหมือนมีใครอยู่สูงกว่ามวลเมฆปล่อยหยาดน้ำให้รินรดเพียงเพื่อเขา เด็กทั้งสามต่างนิ่งสงบกับความจริงในมือ ต่างคนเรียนรู้จะยอมรับความกลัวตัวเองอย่างช้า ๆ
ในห้องสมุดลอยฟ้านั้น ไม่มีใครเห็นหยาดฝน…แต่สำหรับรธ มันเป็นฝนสุดท้ายที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต