เรือผีในทะเลหมอก
เสียงหวีดหวิวของลมกระทบตึงกับไม้เก่าขัดมันของเรือวิจัย ‘นิรมิต’ ขณะมันลอยช้าๆ ท่ามกลางม่านหมอกหนาหนักเหนือน้ำทะเล รอบข้างไร้ซึ่งแสงจากฝั่ง เหล่าลูกเรือและคณะวิจัยห้าคน—เมษา หัวหน้าทีมผู้หยิ่งในหลักวิทย์แต่เก็บงำอดีตแสนขม, ภูมิ นายช่างเครื่องอารมณ์เย็นเจือขื่น, วาด สาวดาวรุ่งในวงการพฤกษศาสตร์ผู้หนีความล้มเหลว, อันนา นักวิทยาศาสตร์แลนด์สเคปเชื้อสายลูกครึ่งที่ไม่กล้าเผชิญใจตน และไมค์ ชายหนุ่มนักศึกษาแลกเปลี่ยนเจ้าของเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนปมเศร้าในใจ—รวมตัวกันกลางดาดฟ้า มีเพียงไฟคาดศีรษะสั่นไหวในหมอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เสียงอะไรน่ะ?” อันนาแกะกระเป๋าไฟฉาย ส่องลอดระหว่างราวเรือ เงาเล่มยาวคล้ายคนยืนอยู่ใกล้ประทุน ภูมิขยับตัวเพื่อปกป้องเมษาตามสัญชาตญาณ คำถามลอยกลางอากาศ แต่ไม่มีใครตอบได้
หลังอาหารค่ำบรรยากาศอึมครึม วาดเดินมาซ้อนท้ายเมษา พึมเสียงเบา “พี่เมษา เกาะที่จะไป—แน่ใจหรือว่ามีจริง?” เมษานิ่ง หายใจยาว ไม่สบตา “ในงานวิจัย มีแผนที่เก่า…แต่ฉันไม่รู้ว่ารอดไหม ยังไงเราต้องลอง” ดวงตาวาดเต็มไปด้วยความหวัง สลับกับหวาดกลัว
ทีวีห้องโถงเรือมีสัญญาณรบกวน เสียงฟู่ๆ สลับกับภาพข่าวเก่า “ภัยเรือหาย…” ไมค์แกล้งทำตาโต “ข่าวเก่านี่ไม่น่าฟังเลยนะ จะหลอนไปถึงห้องน้ำมั้ยเนี่ย” อันนาหัวเราะแห้ง เสี้ยววินาทีแฝงความจริงใจในมารยาทฝรั่ง “หรือเราต้องฟังเรื่องผีของใครกันแน่?”
หัวค่ำ เรือหยุดสนิทโดยไม่มีเหตุผล ภูมินั่งเช็คแผงไฟอย่างหงุดหงิด กระแสไฟแกว่ง เมษาต้นเหตุไฟดับ เดินไปเวิร์กช็อปปีกเรือปะทะเงามืดไร้ผู้คน แสงจันทร์เปราะบาง อันนาตามเข้ามา “กลัวอะไรเหรอ?” เมษากลืนลมหายใจ “ฉันกลัวติดอยู่ที่เดิม…เหมือนเดิม” แววตาอันนาทั้งเข้าใจและคลางแคลง “ทุกคนก็มีอดีตนะเมษา แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยากตายที่นี่”
กลางดึก วาดฝันเห็นเด็กหญิงสวมชุดกระโปรงเดินหายลับไปบนดาดฟ้า เสียงน้ำหยดห่างๆ แปลกตา เมื่อลืมตา เจอภูมินั่งนิ่งบนเก้าอี้ เอ่ยช้าๆ “คืนนี้คงได้นั่งเฝ้าเครื่องกับผีเรือเลยสินะ” วาดกัดริมฝีปาก รู้สึกถึงความเปลี่ยวที่แชร์ไม่ได้
รุ่งเช้า หมอกเบาบางลงมองเห็นเงาเกาะกลางทะเล รายละเอียดขับข้าวสวยงาม เช่นว่าแม่เหล็กดึงดูด สายตาทุกคู่จับจ้อง ภูมิหมุนพวงมาลัย เมษาทำรายการสำรวจอย่างระแวดระวัง ไมค์หยิบกล้องวีดีโอกดบันทึก แล้วพูดทั้งที่ริมฝีปากฝืน “พวกเราจะรอดกลับไปใช่ไหม?” เงียบไปชั่วอึดใจก่อนเมษายิ้ม “จะต้องรอดถ้ายังอยู่ด้วยกัน”
เรือจอดริมชายหาด หน้าผาสูงชันปกคลุมด้วยลำต้นพืชประหลาด วาดกับอันนาเดินนำขึ้นสำรวจ ไมค์ติดกล้องไว้ที่อก เคลื่อนไหวระวัง “รู้ไหม ผมกลัวน้ำ แต่ผมกลัวพลาดสิ่งสำคัญมากกว่า” อันนายิ้ม เผยแววอ่อนโยน
ในป่าบนเกาะ วาดเจอก้านใบสีม่วงประหลาด บันทึกจังหวะการพบแล้วกระซิบ “แม่จะต้องภูมิใจ” แล้วขยับหนีบข้าวของอย่างระแวดระวัง เสียงลอดท่ามกลางต้นไม้ “อย่าเดินคนเดียว…”
ไมค์เผลอหลงทางในป่า เงียวกับเสียงผู้หญิงหัวเราะ โลหิตแล่นเย็นเข้าเส้น ทุกสายตาหม่นคล้ำ เหงื่อผุดเต็มข้อ “ใครอยู่ตรงนั้น?” เสียงเงียบตอบกลับ ปล่อยไมค์ต้องตะโกนหากลุ่มตัวเองพร้อมน้ำตาซึม
คณะวิจัยพบซากเรือเก่าโผล่พ้นน้ำตื้น โลหะสนิมแดงขึ้นเต็ม กระดานไม้มีรอยตกกระแทก ซากชีวิตประหลาด—ตุ๊กตาเด็กเก่าๆ วางอยู่บนหัวเรือ วาดยื่นมือแต่ลังเล “เหมือนสิ่งนี้จะคอยเฝ้าเรือ” ภูมิถอนใจ “อย่าไปยุ่งอะไรแปลกๆ จะดีกว่า”
อันนาในตอนบ่ายหลงทางกลางป่า หมอกหนากลืนร่าง เธอเอื้อมเสียงขอความช่วยเหลือ น้ำตาไหล “หนูกลัว…ทำไมต้องมาอยู่ตรงนี้” เสียงกระซิบของผู้หญิงตอบกลับ “เพราะเธอต้องรู้ว่ากลัวอะไร”
กลุ่มรวมตัวริมซากเรือ โยนข้อมูลว่าซากเรือคือเรือ ‘ปารยะ’ ที่สูญหายไปเมื่อเก้าสิบปีก่อน ภูมิหยิบเศษกระดาษบันทึกชื่อไว้ในสมุด วาดถามเสียงค่อย “ทำไมพวกเรามาเจอที่นี่?” เมษายิ้มเศร้า “เพราะอดีตไม่เคยซ่อนตัวจริง มันแค่รอเวลากลับมา”
กลางคืน หมอกแล่นเข้าหาเรือ เสียงร้องเด็กเล็กแว่วกลางลาน ไมค์สะดุ้ง วิ่งตามเสียงไปแต่เจอเพียงน้ำหยด อันนายืนนิ่งอยู่ “เราต้องใจเย็น จะรอดจากที่นี่ต้องไม่วิ่งตามอดีต” ไมค์หลบตา แววอายปนกลัว
เมษากับภูมิตรวจสอบหัวเรือเมื่อลมแรงแทบมองไม่เห็น “นายเคยกลัวอะไรไหมภูมิ?” “กลัวทำให้คนผิดหวัง” เสียงสั่น “แต่กลัวเธอเจ็บยิ่งกว่า” ทั้งคู่หันมาสบตากันในความเปราะบางจากทุกข์
ช่วงเช้า เกิดฟ้าผ่าสวนขึ้นจากผิวน้ำ วาดลื่นตกจากหน้าผา ไมค์คว้ามือช่วยทัน พวกเขานั่งหอบหายใจ มองตากัน “ขอบใจ…ถ้าไม่มีนาย ฉันคงตายแล้ว” ไมค์ดึงเธอขึ้นมากอด “ฉันก็กลัวเหมือนกัน”
ฝนกระหน่ำ ซากเรือเดิมมีแสงเรือง เงาผู้หญิงผมยาวเดินตรงมาหา อันนายืนประจันหน้า สั่นแต่ไม่ถอย “ต้องการอะไร?” วิญญาณเด็กหญิงเพียงร้องไห้ ไร้ถ้อยคำ
เมษาเฝ้าดูน้ำตาแม่เด็กในฝัน ขณะที่ความทรงจำอดีตแม่ตนกลับมา “เคยทิ้งลูกไว้ในความตาย…”
วิญญาณเด็กหญิงแสดงฝันถึงเรืออับปาง—แม่กับเธอแยกกันก่อนคลื่นกลืน วาดกุมมืออันนา “เราต้องช่วยหล่อนให้พ้นจากอดีต” เมษากระซิบ “เราก็เหมือนกัน”
คืนนั้น กลุ่มช่วยกันพาผีเด็กหญิงกลับไปที่หัวเรือซากเดิม อันนาหยิบตุ๊กตาวางลงข้างๆ โค้งศีรษะ ร้องขอให้ปล่อยวาง วิญญาณพลันค่อยๆ จางหาย พร้อมเสียงหัวเราะอ้อมแอ้มแฝงน้ำตา
ฟ้าคลอดหมอก ไฟเรือกลับมา คณะเดินขึ้นดาดฟ้า ไมค์หันไปบอกทุกคน “คืนที่อยู่กับความกลัวเป็นคืนที่เราจะได้กล้ากว่าเดิม” วาดเดินมากอดเพื่อนทุกคน “กลับบ้านกันนะ” เมษามองตากลุ่ม น้ำตาซึม “ขอบใจที่พยายามอดทนกันมา”
สายหมอกค่อยสลาย เรือวิจัยเคลื่อนออกจากเกาะกลางทะเลพร้อมรอยแผล อดีตใหม่ และความรักที่พร้อมเผชิญวันพรุ่งนี้