แสงไฟใต้เพดานกระจก
แสงไฟสีนวลลอดผ่านกระจกฝ้าเหนือเพดานหอพักเก่า หลายเสียงพูดคุยกันจางเบาในโถงกลาง หอศิลป์ 7B รับอากาศกรุ่นสีฝุ่นและกลิ่นสีน้ำมันกรุ่น โบตั๋น เด็กสาวปีหนึ่ง ผมประบ่า ใบหน้าที่ดูเหมือนเพิ่งร้องไห้ เปิดประตูเข้ามากอดเสื้อกันหนาวแน่น มองไปรอบโถงด้วยแววตาลังเลแต่ตัดสินใจเดินเข้าไป แม้มีจดหมายแม่ซุกอยู่ในกระเป๋า แต่เธอก็เลือกที่จะไม่หยิบมันขึ้นมาดู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ห้อง B14 อยู่ตรงนี้น้อง—ยินดีต้อนรับนะ" แวว หญิงสาวปีสาม ไว้ผมเปีย พูดพลางเดินนำ โบตั๋นรับกุญแจเงียบ ๆ ทักด้วยเสียงอ้อมแอ้ม "ขอบคุณค่ะ" เพื่อนร่วมหอคนใหม่ทั้งสามเดินผ่านไป ต่างคนต่างปรายตามอง
รถจักรยานของวารีจอดขวางทางเดิน วารีหันมาถาม "ของเยอะไหม เดี๋ยวช่วยถือ" โบตั๋นส่ายหน้าประหม่า "ไม่เท่าไหร่ค่ะ" ทุกคนต่างจ้องโบตั๋นด้วยสายตาคาดคั้นแต่พูดช่วยเหลือเย็นชา เธอหยิบกล่องวาดรูปใบใหญ่มาแนบอก เหงื่อผุดบนหน้าผาก ทั้งที่อากาศไม่ได้อบอ้าว
ในห้องพัก บรรยากาศสลัว เสียงนาฬิกาแขวนเดินช้า ๆ ห้องนี้มีหน้าต่างซึ่งเปิดค้าง รับลมเย็น แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดจนโบตั๋นเผลอหายใจถี่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักแน่น วารีแอบมองลอดช่องไม้พึมพำอะไรเบา ๆ ก่อนเปิดประตู พบยอดชายเพื่อนข้างห้อง เขาถือกระเป๋าสีน้ำเงินมายื่นให้ ภายในเป็นชอล์กวาดรูปโบราณ
"ของเก่าในบ้าน อะ…อย่าไปกลัว ของที่นี่มันมีเรื่องเล่า" ยอดชายว่าพลางหัวเราะกลบเกลื่อน โบตั๋นรับของอย่างสั่น ๆ "เรื่องเล่า?" แววขัดขึ้นด้วยเสียงแข็ง "ของบางอย่างไม่ควรเอามาเล่นนะ" วารีชะงัก วางมือบนไหล่โบตั๋น "อย่าเพิ่งสนใจเรื่องเล่า อะไร ๆ วันแรกมันก็แปลกทั้งนั้น"
กลางคืน เงาจากต้นไม้ใหญ่ข้างหอพักทอดยาวโลมผนัง แววกับวารีสลับกันนอนบนเตียงด้านใน ส่วนโบตั๋นนอนไม่หลับ พลิกตัวฟังเสียงฮัมเพลงของแวว สายตาเพ่งไปที่กล่องชอล์กของยอดชาย หัวใจเต้นแรงขึ้น มือกำจดหมายแม่แน่นโดยไม่อ่าน
รุ่งเช้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างร้อนรน วารีรับสาย ใบหน้าซีดก่อนหันมาพูด "พี่ดาว ห้อง B11 หายไปทั้งคืน" ประโยคนี้ทำให้โบตั๋นสะดุ้ง วารีสบดวงตาแวววาวของแวว แววขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร ยอดชายเดินผ่านหน้าห้องด้วยท่าทีลนลาน กระซิบกับแวว "เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงลากของในโถง แต่มันไม่มีใครจริง ๆ นะ" เขากระซิบเบา ดวงตาสั่นไหว
ในโถงกลาง แม่บ้านสูงวัยขัดกระจกหน้าต่างอย่างเงียบงัน วารีเดินเข้าไปถาม "พี่ดาวกลับเข้ามาเมื่อไหร่คะ" แม่บ้านจับไม้ถูพื้นแน่น "แปลกเนอะอยู่กันมากี่ปีก็ไม่เคยมีใครหายตัว…จนคำสาปมันเริ่มจริง ๆ ใช่ไหม" เสียงเธอสะอื้นในลำคอ
ตอนบ่าย โบตั๋นเดินสำรวจมุมเล็ก ๆ ของหอพัก บรรยากาศมืดครึ้มแม้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา โบตั๋นหยุดฟังเสียงเท้าเกิดเสียงกรอบแกรบ เสียงของวารีดังขึ้นใกล้ ๆ "แอบฟังคนพูดนินทางั้นเหรอ" โบตั๋นตกใจ "เปล่า…หนูแค่" วารีนั่งลงข้าง ๆ ถอนใจ "พวกเราต่างก็หวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน เธอมองออกไหม"
ในห้องศิลปะ โบตั๋นลองวาดภาพด้วยชอล์กเก่า เกิดลายเส้นประหลาด คล้ายรูปหญิงสาวไร้หน้า วารีที่ตามเข้ามาดูถึงกับชะงัก "ระ…รูปนั่นมันเหมือน…ดาว" โบตั๋นเงียบ ไม่ถามต่อ กลิ่นสีในนั้นฉุนจมูกจนรู้สึกคลื่นไส้
คืนนั้น ภายใต้แสงไฟจากเพดานกระจก หอพักกลับดูเหมือนถูกพันธนาการด้วยเงามืด โบตั๋นเดินถามเพื่อน ๆ ทีละคน "เคยกลัวอยู่ที่นี่ไหม" แววเงียบอยู่นาน "ฉันกลัวที่ต้องฝังใจอะไรไว้กับที่เดิมตลอดไป" วารีแทรกเสียงสั่น "ฉันกลัวต้องยอมรับว่าบางอย่างมันซ่อมไม่ได้อีก"
รุ่งเช้า โบตั๋นแอบสังเกตยอดชายเงียบ ๆ ระหว่างเก็บกวาดทางเดิน เขาลังเลก่อนพูด "เราทุกคนเคยอยากหนี แต่สิ่งที่เหลือก็คือความลับ" โบตั๋นสบตา "ถ้า…ใครบางคนต้องหายไปถึงจะจบคำสาป แบบนั้นเหรอ" ยอดชายกลืนน้ำลาย "ไม่มีใครกล้ายืนยันอะไรง่าย ๆ หรอก เราเองก็เคยกลัวจนทำอะไรผิดมาเหมือนกัน" ดวงตาเขาแดงเล็กน้อยแต่รีบเดินออกไปทันที
กลางดึกมีเสียงฝีเท้าในทางเดิน โบตั๋นเปิดบานหน้าต่างมองออกไป เห็นเงาดำ ๆ คล้ายดาวกำลังร้องให้ความมืดกลืนกิน โบตั๋นลังเลแต่ตัดสินใจออกไปควานหาเสียงนั้นในโถง กระทั่งเจอเพียงกล่องไม้เปื้อนสีแดงและลายมือว่า "ช่วยฉันด้วย"
วันต่อมา แววสอบถามแม่บ้านถึงเจ้าของหอพักเก่า แม่บ้านหลบสายตา "เมื่อก่อนคุณหญิงเจ้าของชอบวาดรูปเด็กหญิงไร้หน้าบนผนัง เขาเคยพูดว่าอย่าให้ความกลัวมาครอบงำห้องนี้" โบตั๋นเก็บความสงสัยไว้ในอกโดยไม่กล้าถามลึก วารีเดินนำกลับห้อง "เราต้องหาทางออกปริศนานี้ มันเกี่ยวกับศิลปะ หรือกับคำสาปจริง ๆ กันแน่"
การเรียนที่มหาวิทยาลัยดำเนินไปอย่างตึงเครียด โบตั๋นเริ่มวาดรูปหญิงสาวไร้หน้าอีก จู่ ๆ วารีก็จับมือ "หยุดวาดเถอะ บางทีสิ่งที่ดึงดูดเรื่องร้ายก็ความกลัวในใจเราเอง" โบตั๋นนิ่ง "แต่ถ้าไม่ยอมรับความกลัว เราจะอยู่กับมันยังไง"
ในค่ำวันฝนขู่ฟ้าร้อง เสียงโทรศัพท์ดังโครม "ดาว…เขากลับมาที่ห้องเหรอ" วารีถามเพื่อนอีกห้อง เสียงตอบปฏิเสธ หัวใจทุกคนหดเกร็ง โบตั๋นเดินไปที่โถงกลาง พบกล่องไม้เดิมวางทิ้งไว้ ข้างในมีรูปโบตั๋นถูกวาดด้วยมือสั่น
แววบอกกับโบตั๋น "คำสาปมันไม่ได้อยู่ที่รูป มันอยู่ที่สิ่งที่เราเลือกทำต่างหาก" ขณะที่พูดเสียงประตูห้องก็ดังติ๊งหนึ่ง ทุกคนเงียบมองหน้ากัน วารีรีบออกไป เจอกระดาษสอดอยู่ ประโยคเดียวสั้น ๆ "ให้อภัยตัวเอง"
โบตั๋นตัดสินใจเปิดจดหมายของแม่ออกมาอ่าน "ลูกแม่ อย่ากลัวอดีต อย่าให้ความผิดครั้งก่อนกลืนกินใจลูกนะ คิดถึงลูกเสมอ" น้ำตาโบตั๋นไหลอาบแก้ม วางจดหมายลงแล้วเริ่มวาดภาพตนเองแต่ครั้งนี้โบตั๋นใส่ใบหน้าของตนเอง พร้อมรอยยิ้มเศร้า ๆ
วารีพูดช้า ๆ "บางทีเราให้อภัยคนอื่นง่ายกว่าตัวเองนะ" แววเสริม "ใช่…เราก็เลือกจะเติบโตได้" ทั้งสามนั่งเงียบ จ้องรูปหญิงสาวไร้หน้าที่โบตั๋นเพิ่งวาดเสร็จ หน้าในรูปเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ในคืนสุดท้ายของเทอม แสงไฟลอดกระจกเพดานส่องมาทาบโต๊ะภาพวาด แววเดินเข้ามาวางมือบนไหล่โบตั๋น "ปีหน้ามีอะไรต้องเผชิญอีกเยอะนะ" โบตั๋นมองลึกไปในแววตาเพื่อน ถอนหายใจยาว พลางกระซิบ "ครั้งนี้…ฉันไม่กลัวแล้ว"
เช้าสุดท้ายก่อนแยกย้าย วารีโอบกอดทุกคน "บางเรื่องมันก็แก้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็เดินต่อ" ยอดชายยิ้มเศร้า "อย่าลืมสิ่งที่เรียนรู้ในห้องนี้นะ" เสียงหัวเราะและน้ำตาผสานกันเองในโถงเก่า
ประตูหน้าหอพักเปิดออก แดดตอนเช้าทะลุผ่านเพดานกระจก แสงสะท้อนบนภาพหญิงสาวใบหน้าใจกล้าภายหลังกล่องไม้ วินาทีสุดท้ายก่อนเดินออกไป โบตั๋นหันกลับมามองรูปภาพนั้นยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งหมดทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง แต่แสงไฟใต้เพดานกระจกยังส่องสว่างไม่มีวันดับ