คำสาปหอพักหมายเลขสิบเจ็ด
เสียงล้อกระเป๋าลากฝืดไปกับทางเดินแคบ ใต้แสงไฟนีออนขุ่นมัว ญาดาเดินนำกลุ่มเพื่อนใหม่เข้าตึกหอพักหมายเลขสิบเจ็ด ข้างกายคือคมกฤต หนุ่มเชียงรายผู้พูดน้อย ตรงข้ามกับแพรมนัสจอมเสียงดังกลบความเงียบของบรรยากาศ เพิ่งเปิดเทอมไม่ถึงอาทิตย์ ความวังเวงคลุมเงาจนแม้แต่กลิ่นฝุ่นก็ดูเย็นยะเยือกกว่าปกติ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ห้อง 17 อยู่ตรงสุดทาง เจ๊ยุพาเขาบอกว่า ห้ามเปิดหน้าต่างฝั่งเหนือกลางคืน" แพรมนัสพูดลูบแขนตัวเอง ทั้งสามคนหยุดหน้าแผงประตูไม้เก่าทางซ้าย มีป้ายขนาดเล็กก่อด้วยลายดอกไม้ ทำให้ประตูดูผิดแปลกจากห้องอื่น
"ทำไมล่ะ?" ญาดาถามเสียงเรียบ พลางเสียบกุญแจเข้าล็อก เสียงกลอนดังกรึก กลิ่นอับขังในห้องทำให้ชะงัก
คมกฤตเพียงตอบ "เจ๊เขาว่างั้น" น้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก เขาวางกระเป๋าไว้ข้างเตียงสองชั้น แพรมนัสเดินไปรื้อกระเป๋าพร้อมหัวเราะข่มกลัว
"คืนนี้ใครนอนตรงหน้าต่างล่ะ?" เธอเปรยขึ้นอย่างหวาดหวั่น
คมกฤตเงียบ ญาดาสบตากับเพื่อน ก่อนจะตอบว่า "เราเอง เดี๋ยวจะเอาผ้าม่านมาปิด" เธอซ่อนความสั่นไว้ในน้ำเสียง ดูเหมือนไม่มีใครอยากเปิดเผยกลัวของตัวเอง
ค่ำวันนั้น พอไฟดับ ญาดานอนมองเงารูปร่างแปลกตาบนม่าน เสียงแอร์ดังหึ่งข้างหู จู่ๆ กระจกหน้าต่างฝั่งเหนือกระแทกกรอบไม้เบาๆ เหมือนถูกเป่าจากภายนอก เธอหลับตาแน่น กลั้นหายใจ หัวใจเต้นกระหน่ำ
เช้าวันใหม่กลับเงียบสงบจนผิดปกติ คมกฤตเดินหน้าตาเหมือนอดนอน "เมื่อคืนฝันร้ายว่ามีคนเดินวนอยู่ปลายเตียง…แต่จำหน้าไม่ได้" เขากระซิบขณะล้างหน้า แพรมนัสหัวเราะฝืด "อย่ามาทำเป็นหลอกตอนเช้าดิ" แต่ในแววตายังมีร่องรอยไม่มั่นคง
ห้องพักเย็นผิดปกติในทุกเช้า ทุกคนต่างมีรอยคล้ำใต้ตา เหมือนไม่ได้หลับพอ ญาดาถามเสียงเบา "เมื่อคืน…ได้ยินเสียงผู้หญิงไหม? เหมือนร้องไห้อยู่หลังประตู" คมกฤตไม่ตอบ แค่หลบตาเงียบๆ
แพรมนัสส่ายหัว "คืนก่อนยังฝันว่าโดนลากขาขึ้นเตียงเลย คงโดนบรรยากาศหลอก" เธอเปรยพยายามกลบเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง
วันเวลาผ่านช้าเมื่ออาศัยอยู่ในหอพักนี้ เสียงประหลาดเริ่มบ่อยขึ้น ของใช้ในห้องเปลี่ยนตำแหน่งเองโดยไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนทำ ญาดาพบผมเส้นยาวสีดำขดอยู่บนหมอนตัวเอง ทั้งที่ไม่มีใครในกลุ่มผมยาวขนาดนั้น เธอเริ่มหวาดกลัวจนกล้าบอกเจ๊ยุพาเจ้าของหอพัก
"มีใครเคยตายที่นี่ไหมคะ?" ญาดาถามดังออกมา ในขณะที่เจ๊ยุพากำลังเปลี่ยนหลอดไฟหน้าห้อง
เจ๊ยุพาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลบตา "สมัยก่อนมีเด็กผู้หญิงตกลงไปตายข้างหอ คืนที่ลมแรง แต่ไม่รู้ใครเป็นคนผลัก…ไม่มีใครพูดถึงหรอกหนู เรื่องมันนานแล้ว"
คืนนั้นญาดาวางใจไม่ลง เธอเขียนบันทึกลงสมุดเล่มเล็ก "บางอย่างในห้องนี้ กำลังจับตาดูเรา" แพรมนัสถามทันทีที่เห็น "แกโอเคมั้ย เหมือนระแวงไปหมดเลย" ญาดาถอนหายใจ "ฉันกลัว จนไม่รู้กลัวอะไรแน่"
คมกฤตจ้องบันทึกในมือญาดา "ฉันฝันถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน เธอใส่ชุดนักเรียน ท่าทางเศร้า แล้วก็พูดแต่ว่า ‘ขออยู่ด้วย’" ทุกคนเงียบงัน ยินเสียงนาฬิกาเดินอยู่เพียงลำพัง
ในวันต่อมา แพรมนัสลุกขึ้นมาแต่เช้าทำอาหารกินเอง พร้อมบ่น "อารมณ์ค้างทั้งคืน ฝันว่าอยู่ในห้องคนเดียว แล้วก็เหมือนมีเงาจากกระจกเงาคอยจับจ้อง" คมกฤตฟังนิ่งๆ ก่อนพูด "เราต้องหาให้ได้ ความจริงเกี่ยวกับห้องนี้"
อาทิตย์นี้พวกเขารวมตัวกันค้นเอกสารเก่าในห้องสมุดมหาวิทยาลัย หาเจอข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับนักศึกษาหญิงชื่อศิริพร ฆ่าตัวตายเมื่อ 7 ปีก่อน ห่างจากหอเพียงไม่กี่เมตร คมกฤตเงียบงัน สายตาครุ่นคิด "หรือจะเกี่ยวกับเธอคนนั้น? เธออาจไม่ได้ฆ่าตัวตาย"
จีน ภูวดล เพื่อนต่างห้องซึ่งสงสัยมานาน โผล่เข้ามาขอคุยกับกลุ่มญาดา "คืนนั้น…พวกเธอเห็นอะไรแปลกๆไหม เมื่อคืนผมได้ยินเสียงรองเท้าลากบนระเบียงหน้าห้องคุณ" เขาพูดเสียงสั่น พยายามกลั้นไม่ให้เสียงเครือ
ญาดายื่นตัวข้างประตู น้ำเสียงเธอหวาดระแวงและคลุมเครือ "เธอคิดว่าสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย?"
จีนไม่ตอบ เช้าอีกวันเขานำดอกไม้มาวางหน้า ห้องหมายเลข 17 ทุกคนเห็นแต่ไม่ได้ทักอะไร ญาดาถามแผ่วเบาเหมือนคนคุยกับตัวเอง "เราควรขอขมา หรือเปิดโปงความจริงกันแน่?"
คมกฤตเริ่มบันทึกวีดิโอช่วงกลางคืน จากกล้องเก่าถูกวางไว้หัวเตียง ภาพที่ได้มีเงาดำปรากฏกระพริบบนหน้าต่างอย่างผิดปกติ เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีด "ฉันต้องรู้ว่าคือใคร ไม่ใช่แค่กลัวต่อไป"
การสนทนาประสานกับความเงียบยืดยาว พวกเขาถกเถียงถึงความหมายของความกลัว แพรมนัสย้ำ "ไม่อยากกลัวอีกแล้ว อยากกลับบ้านได้บ้างมั้ย ฝันร้ายมันตามมาไม่หยุดเลย" ญาดามองพื้นเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะออกความเห็นทันที
คืนนั้นเอง หลังร้านสะดวกซื้อ ญาดาบังเอิญเจอชายแก่คนหนึ่ง เขามองเธอแล้วกระซิบ "ถ้าเธออยู่ห้องนั้น อย่าไว้ใจกระจก อย่าเปิดหน้าต่าง ถ้าเธอฝืน เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน" ก่อนจะหายไปกลางเงามืด
คืนต่อมา อากาศเย็นจัดผิดจากทุกวัน แพรมนัสหวาดกลัวจนออกปากจะย้ายห้อง "แกไม่ควรปล่อยให้เราติดอยู่แบบนี้ เราไม่ได้นอนดีๆมาหลายคืนแล้ว" เธอร้องไห้อยู่กับหมอน คมกฤตเข้าไปโอบไหล่เงียบๆ
ญาดาจ้องกระจกห้องน้ำ แสงสะท้อนปรากฏภาพเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนยืนร้องไห้ในเงาสะท้อน เธอถอยกรูดออกมา แพรมนัสเห็นท่าทางและตะโกน "เห็นอะไร!" ญาดาร้องไห้ "เธออยู่จริง…" เสียงสะอื้นไม่ได้มาจากคนเดียวในห้อง
เหตุการณ์ลึกลับทวีความรุนแรง คืนนั้นหน้าต่างห้องเปิดออกเอง ลมแรงกรูเข้าผ้าม่านปลิว ร่างคมกฤตเหมือนถูกบางอย่างกดแน่นอยู่ที่เตียง เขาขาดอากาศหายใจ ญาดารีบวิ่งเข้ามาดึงออก "อย่าเอาเขาไป! ได้โปรด!"
เงาเด็กหญิงขยับกลางห้อง ก่อนจะกรีดร้องจนกระจกสั่น ทุกคนในห้องก้มหน้าน้ำตาไหล ญาดาตัดสินใจถามด้วยเสียงสั่น "เธอต้องการอะไร?"
เสียงเบาๆกระซิบ "อยากให้ช่วย อยากให้อภัย อยากไม่ถูกลืม" ทุกคนในห้องต่างนิ่งงัน แพรมนัสพูดทั้งน้ำตา "ขอโทษที่เราไม่กล้าเจอหน้าความจริง…เราแค่กลัว"
เสียงเงียบงันแผ่คลุม ก่อนเงาเด็กหญิงจะลอยหายไปที่หน้าต่าง ความเย็นค่อยจางลง ญาดายืนข้างหน้าต่าง เจอปิ่นปักผมสีดำวางอยู่ด้านนอก เป็นของเดียวกับในภาพถ่ายข่าวเก่า เธอหยิบไว้ในมือ
เช้าตรู่ กลิ่นสดชื่นแผ่วๆแทนที่กลิ่นอับห้อง ญาดาสบตาเพื่อน กล้าชวนพูด "เราควรเอาปิ่นไปวางที่ต้นไม้หลุมศพเธอไหม?"
คมกฤตและแพรมนัสอึ้งไปชั่วครู่ ตกลงพร้อมกัน "ใช่" ทุกคนเดินไปพร้อมกันกลางแดดเช้า เอาปิ่นปักผมไปวางใต้ต้นไม้ ญาดาโค้งศีรษะ น้ำตาคลอ ทุกคนขอขมาและให้อภัย
เมื่อกลับห้อง กลิ่นความเย็นหายไป ความเงียบสงบเข้ามาแทน ทุกคนยิ้มได้อีกครั้ง แต่สายตายังแฝงความเศร้าของความจริงที่ยากจะลืม ญาดาเขียนบันทึกหน้าใหม่ "บางเรื่อง เราต้องเผชิญด้วยหัวใจที่กล้า ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อให้อภัยทั้งเขาและเราเอง"
ภาพสุดท้ายในวันนั้น แสงแดดลอดผ้าม่าน เปลี่ยนห้องหมายเลขสิบเจ็ดจากพื้นที่ต้องคำสาป เป็นห้องแห่งความกล้าและการให้อภัย ที่ไม่มีใครต้องกลัวอีกต่อไป