ลมหายใจในคืนร้อน
กรุงเทพฯ ในคืนร้อนอบอ้าวรถติดสนิท เสียง honk ของรถยนต์ดังสนั่น เหล่านักศึกษาเดินทางกลับหลังเลิกเรียนตามท้องถนนสายหลัก หนึ่งในนั้นคือ “นีน่า” ผู้หญิงวัย 20 ปีที่มีใจเต็มไปด้วยความฝันและความวิตกกังวล เธอรู้สึกสูญหายในชีวิตเต็มไปด้วยความคาดหวังจากครอบครัว เธอเลือกหนีจากความเป็นจริงในคืนหนึ่ง โดยการเดินไปตามถนนที่เงียบสงบ…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!รอบตัวเธอมีเพียงแสงไฟจากป้ายโฆษณาและเสียงเพลงที่แว่วมาจากมุมหนึ่งของถนน “นีน่า!” เสียงที่ทำให้เธอสะดุ้งเป็นวัลลภ ชายหนุ่มวัย 22 ที่กำลังยืนถือกีต้าร์ด้วยกิริยาที่ดูไม่มั่นใจ เขาคือเพื่อนของนีน่าตั้งแต่สมัยเด็ก แต่ทั้งคู่ห่างหายจากกันในช่วงหลายปีหลัง เมื่อเห็นนีน่าดูเศร้า วัลลภจึงตัดสินใจเข้าไปพูดคุย…
“นีน่า สบายดีหรือเปล่า?” เขาถามเสียงนุ่ม แต่คืนที่ร้อนอบอ้าวทำให้บรรยากาศนั้นอึดอัดไม่น้อย นีน่าพยักหน้าเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับบอกเล่าไปในทางตรงกันข้าม วัลลภรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาชวนให้เธอนั่งที่ลานด้านหลังร้านอาหารเล็กๆ ที่เปิดเพลงคลอในคืนร้อน เขาตั้งใจจะเล่นกีต้าร์ให้เธอฟัง…
ครั้งแรกที่เสียงเพลงของวัลลภออกมา…เสียงมีเสน่ห์ราวกับเขากำลังบอกเล่าความรู้สึกของเขาผ่านสายเพลง คงไม่มีใครรู้ว่าตรงนั้นทำให้หัวใจของนีน่าเต้นตึกตักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอห่างหายไปนาน วัลลภคิดถึงเธอเสมอ แม้เขาจะต้องการอะไรแต่ก็ไม่เคยกล้าพูดออกไป ครั้งนี้จึงเป็นโอกาส…
เสียงเพลงเริ่มลดลงและทั้งสองเข้าสู่การสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ วัลลภเล่าถึงความฝันของเขาที่อยากเป็นนักดนตรีมืออาชีพ นีน่าจึงเล่าว่าครอบครัวเธอต้องการให้เธอเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและการเป็นเภสัชกร แต่ในใจของเธอกลับมีจิตใจที่อ่อนไหวและปรารถนาจะเป็นนักเขียน นีน่ารู้สึกอึดอัดอยู่เสมอ…
กลางคืนอันอบอ้าวนั้นยิ่งสัมผัสความรู้สึกของทั้งคู่มากขึ้น วัลลภตัดสินใจยกมือมาจับมือของนีน่าที่วางอยู่บนเข่าของเธอ วินาทีนั้นทำให้นีน่ารู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวและเธอมีคุณค่าต่อคนอื่น … วัลลภพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์รุนแรงในครอบครัวนีน่า ซึ่งเธอก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็วว่า “ไม่เป็นไร” แต่ความมืดที่อยู่ในใจของเธอเริ่มส่งเสียงครวญคราง…
หลายเดือนผ่านไป…ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันในกรุงเทพฯ พวกเขาไปหามุมใหม่ๆ หัวเราะเล่นกันในสวนสาธารณะ กินกาแฟในร้านเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในซอย ลมเย็นๆ พัดผ่านในบางช่วงเวลา แต่ความกดดันจากครอบครัวของนีน่าเริ่มก่อตัว เริ่มจากการถูกคาดหวังให้เป็นนางฟ้าของบ้าน จนเธอเริ่มทรุดโทรมลงอย่างไม่รู้ตัว…
คืนหนึ่งนีน่ากลับบ้านช้า ทำให้แม่ของเธอโกรธมาก จนทำให้เธอถึงกับร้องไห้ แม้ verdadeiro จะยืนยันว่าเธอทำภารกิจการศึกษาจนสุด แต่แม่ก็มองว่ามันไม่เพียงพอ เมื่อเธอกลับมาหาวัลลภ เขาใช้เวลาให้กำลังใจเธอ โดยการเล่นเพลงที่เธอชอบ…
จนกระทั่งวันหนึ่ง วัลลภรู้ว่าเขาต้องไปที่ต่างประเทศเพื่อเรียนต่อและอยากบอกนีน่า แต่เขาหวั่นใจ กลัวว่าเธอจะเสียใจ เธอเองก็รู้สึกถึงบางอย่างในหัวใจ แม้จะอยากให้เขาเป็นอิสระ แต่ก็กลัวจะต้องถูกแยกจากกัน…
การตัดสินใจที่ไม่ง่ายทำให้ทั้งคู่กลับมาติดต่อกัน และสุดท้ายพวกเขาก็ได้เข้าใจถึงสิ่งที่ต้องทำ ในคืนแห่งการแสดงของวัลลภ เขาเล่นเพลงที่มีความหมายมากที่สุดที่เขาแต่งเพื่อเธอและตอนท้ายเขากล่าวขึ้นว่า “ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ฉันจะคงรักเธอเสมอ” ความอบอุ่นแห่งความรักที่ซับซ้อนแต่สวยงามในคืนนั้นยิ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เข้าชม และในการยืนขึ้นปรบมือของคนดู ทั้งสองได้รู้ว่าความรักจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับการอยู่ใกล้ แต่เป็นการสนับสนุนกันและกันในทุกๆ สถานที่
และแม้เวลาจะเป็นอุปสรรค ทั้งสองก็ไม่เคยสูญเสียความฝันเพื่อกันและกัน…แม้บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับความเสียสละในบางที นีน่าเริ่มเดินตามความฝันและรักของเธอ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ในโลกที่เธอเองเรียกว่า “บ้าน”…