แสงสุดท้ายในคืนสีดำ
ในคืนที่มืดมิดเต็มไปด้วยความหนาวเย็น เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาดังอยู่ห่างๆ เมื่อสายตาของปวนหันไปมองกองไฟข้างหน้า ความรู้สึกว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปได้เกิดขึ้นในจิตใจ…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปวนสาววัยยี่สิบปี นั่งอยู่ร่วมกับครอบครัวที่มีสมาชิกเพียงเท่านี้ ในกลางห้องนั่งเล่นที่สลัวๆ ของบ้านเก่า ทุกคนต่างอยู่ในโลกของตัวเองเสมอ หากแต่คืนนี้มีบางอย่างต่างออกไป จากเสียงบทเพลงของวงดนตรีที่กำลังดังมาเบาๆ ปวนสามารถรู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างไม่ปกติ ต่อให้เธอพยายามดึงดูดความสนใจจากนายฮี ผู้เป็นพ่อ แต่ดูเหมือนเขาจะหลบหนีไปยังหลุมแห่งความเศร้าที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“พ่อ แค่ลุกขึ้นมาเต้นกับครอบครัวก็พอนะ” ปวนพูดเสียงเบา พลางมองดูความหม่นหมองในดวงตาของเขา
“ไม่… ถ้าฉันเริ่มฉันจะไม่หยุดสักพัก” นายฮีพูดตอบอึมครึม ขณะที่เสียงฮัมเพลงดังเข้าไปตั้งอยู่ในหัวใจของปวน
รอบตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นยะเยือก แม้จะมีผิดปกติทุกอย่าง แต่ปวนไม่สามารถแตะต้องความรักที่แช่แข็งอยู่ในหัวใจของเธอได้
ชีวิตของปวนกลับลำซิ่งไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งข่าวร้ายครั้งหนึ่งเข้ามาเมื่อพี่ชายของเธอ ธนกร ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ วันนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่มีเงิน ไม่มีสมาชิกในครอบครัว ยังแอบซ่อนความรู้สึกด้านลบไว้ภายใน
“ฉันจะหาน้องชายกลับมา…” ปวนกล่าวสัญญากับตัวเอง หาทางออกเพื่อให้พ่อได้ออกจากอาณาจักรแห่งความเศร้า”
เริ่มต้นการเดินทางอันยาวไกล ปวนเดินผ่านถนนของเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและคนวุ่นวาย ขณะที่เธอค้นหาความจริง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงในลำคอ ความเหงาและความเศร้าหนีหายไปในกรอบของการมองเห็นที่สมบูรณ์ ในที่สุด เธอได้พบกับปราง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาอันมืดมิด
“เราไปหาธนกรกัน” ปรางว่าเสียงเบา แต่ความมั่นใจในดวงตาของเธอทำให้ปวนมั่นใจขึ้นได้
ทั้งสองเริ่มสอบถามคนในย่านบ้านเกิดไปเรื่อยๆ เห็นลำดับการมองชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่กอดกันไว้เพื่อสร้างความมั่นใจ ยิ่งค้นหาลึกลงไป ลางสังหรณ์ว่าธนกรอาจมีอะไรมากสะสมอยู่บนบ่าของเขาน้อยลงทุกขณะ
จนในที่สุด ทั้งสองได้พบพ่อของธนกรที่ร้านเหล้าข้างถนน รถประจำทางที่ส่งเสียงดังทำให้สติของปวนหลุดลอย ทุกคนแลกเปลี่ยนคำน่าสนใจ ตัวละครต่างๆ ไล่เรียงกันอยู่ตรงนั้น ความเป็นเพื่อนเริ่มหล่อหลอมอยู่ในห้วงความคิด
“เขาพูดถึงความปรารถนาของเขา มันคือการหาความกินดีอยู่ดี แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหน”
อารมณ์ช่างอบอุ่นในขณะที่ได้ไปยังสถานที่ต่างๆ เสียงนั่นจึงนำไปสู่วรรณกรรมที่ต้องมีการผจญภัย แต่ใครจะรู้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการต้องเลือกทางหรือออกจากตำนานที่ดำเนินมาเนิ่นนาน
ล่าสุด ปวนได้รับแจ้งจากริมคลองแห่งหนึ่งที่อาจจะทิ้งทราบิ้มไปได้เศษเสี้ยวของภาษาของธนกรให้เธอค้นหา โลกแห่งความเป็นจริงพบเจอตัวละครที่แตกต่างมากมาย สำหรับเธอแล้ว ศาสนาพรีตมีความสำคัญที่ลึกซึ้ง บางอย่างกลับรุนแรงในชีวิตอย่างที่ไม่เคยคิด และจะทำให้ปวนกลับไปสู่จุดเดิมได้อีกครั้ง
“ตลอดเวลาที่ต้องสูญเสียไป ฉันจะยอมไม่ให้เธออยู่ในโลกนี้อีกต่อไป” ปวนพูดเสียงแน่วแน่ในขณะที่ตัดสินใจว่าจะต้องตอบกลับไปยังพ่อของเขาเพื่อแสดงถึงความรักที่แท้จริงเชื่อมโยงอยู่ตลอดไป
ถึงที่สุด ปวนค้นพบน้องชาย หากแต่คนรอบข้างได้เคียดแค้นเสียงดังก้องกังวาน ความเยือกเย็นของการแก้แค้นทำให้เธอต้องเจอความจริง ที่ออกไปนอกกรอบและไม่อาจกลับไปได้อีก ขอลากลับคืนไปถึงบ้านไปด้วยกันทั้งหมด เมื่อความรักที่สูญไปกำลังจะย้อนกลับมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะแรงบีบจากจิตใจที่นำไปสู่การเสียสละนี้ ทำให้คนละคนต้องเผชิญหน้ากับการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตกันครั้งใหม่ คำว่าและสัมผัสบางประการอาจจะจารึกหนักสะเทือนในวันแล้ววันเล่า แต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำให้ได้ ขณะที่ฤดูกาลแห่งการรอคอยยังคงดำเนินอยู่รอบๆ ตัวพวกเขา
“สักวันหนึ่ง อนาคตอาจจะมาถึงในวันพระอาทิตย์ทอแสง…อาจจะ” ปวนบอกแล้วส่งยิ้ม เป็นการสัญญาที่ยังรอคอย ณ ที่แสงสุดท้ายจัดตั้งขึ้นในคืนสีดำที่ไม่มีจุดหมาย