ลมหายใจใต้ผิวน้ำ
เสียงเตือนของท่อระบายความดันดังวนไปทั่วช่องทางเดินใต้สมุทร เสียงเหล็กกระทบกันในความเงียบดังขึ้นเป็นจังหวะ ห่างออกไปทางตอนล่างของกลุ่มอาคารโดมแก้ว บนอาณานิคมใต้น้ำชื่อ ‘ท่าบ่อสลาย’ เมืองหนึ่งในห้วงลึก ที่แสงแดดแทบไม่ส่องถึง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ชะตา—ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดผมดำและนิสัยชอบทำทุกอย่างสวนทาง ที่นั่งกอดเข่าบนขอบระเบียงกระจกมองดูฟองอากาศลอยเฉื่อยอยู่เบื้องหน้า ข้างกายคือเงาสลัวสะท้อนตัวเองในน้ำ — เขากำลังคิดถึงคืนก่อนที่พ่อหายตัวไป ปริศนาที่คล้ายจะไม่มีวันถูกไข
เสียงฝีเท้าของปาลิตา เพื่อนสนิทสาวร่างสูง โปรดปรานการเถียงแต่ก็ใจอ่อนเสมอ เดินเข้ามาหยุดข้างเขา ก่อนจะยกมือแตะหลังคอเหมือนคิดอยู่นาน
“มาคนเดียวตลอด ชินยัง?”
ชะตายิ้มมุมปาก ไม่ตอบในทันที ปาลิตาเม้มปาก ทำท่าเหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่กลืนคำลงคอไป แล้วเบือนหน้าหนีไปทางผืนน้ำเบื้องล่าง
แสงไฟจากโดมที่อยู่ลึกลงไปกะพริบตามจังหวะคลื่นน้ำ ด้านในอาณานิคมเงียบเกินไปในค่ำคืนนี้ ราวกับท่อทุกท่อจะได้ยินเสียงของใจ
วันนั้น ชะตารับภารกิจตรวจเช็คปั๊มน้ำเก่ากลางโถงในพื้นที่หวงห้าม เหมือนทุกวัน แต่ครั้งนี้เขาได้ฟังเรื่องเล่าประหลาดจากครูแยม ชายวัยกลางคนที่เคยทำงานด้านวิศวกรรมที่นี่เมื่อนานมาแล้ว
“ใต้พื้นพวกนี้มีช่องว่าง ท่อบางเส้นไม่มีใครกล้าเข้า เพราะมีเสียงคนตะโกน…เชื่อมั้ย?” ครูแยมกระซิบ ราวกลัวฝุ่นตะกอนรู้ทัน
ชะตาถามกลับทันทีเหมือนไม่เชื่อ “ครูฟังผิดรึเปล่า พื้นมันหน่ะหนา เสียงจากข้างนอกลอยเข้ามาไม่ได้หรอกครับ”
ครูแยมหัวเราะสั้น พลางกระซิบ “เสียงบางเสียง ไม่ต้องการช่องทางตรงหรอก มันมีไว้สำหรับคนที่หูเปิดเท่านั้น”
ขณะที่ชะตาคิดจะขำ สายตาบังเอิญเห็นรอยถลอกเล็ก ๆ ตรงผนังที่ไม่มีในแผนผังอาคาร
ราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่างในนั้น เขาค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงกระซิบบางเบา — ฟังไม่ชัด แต่เขารู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่เสียงของระบบทำงาน
คืนต่อมา เมื่อกลับถึงห้องพักในอพาร์ตเมนต์แคบ ๆ ชะตาพบ รวิก และ กานต์ — สองเพื่อนร่วมห้องซึ่งต่างมีเป้าหมายในใจ รวิกยิ้มมุมปากเสมอและพูดน้อย เวลามีใครเข้าเรื่องซีเรียสเขาจะพูดขัดตลอด ส่วนกานต์ช่างสงสัยแต่กลัวสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ ชะตาวางกระเป๋าลงและเอนหลังลงบนเตียงล่างสุดพลางถอนหายใจยาว
“วันนี้ต้องเจออะไรอีก? อย่าบอกนะว่าเดินหลงในท่ออีก…” รวิกว่าขึ้นเสียงเบา
ชะตาชะงัก กระพริบตา ไม่ตอบ ในสายตาเพื่อน เขาดูเหมือนคนขวางโลก แต่ความจริงในใจเขาสั่นแล้ว
กานต์ถาม “นายดูไม่ดีเลย เป็นอะไรปะ เดี๋ยวนี้พูดน้อยนะ”
ชะตาหลบตา พูดเบา ๆ ว่า “นายเคยได้ยินเสียงจากใต้พื้นมั้ย”
รวิกหัวเราะหยัน “เสียงระบบเพี้ยนมั้ง อย่าคิดมาก เลิกฟังคำพวกแกะกลุ่มเก่าเถอะ”
กานต์กลับลุกขึ้นหรี่ไฟและเข้ามานั่งใกล้ชะตา ราวอยากเป็นหูเป็นตา “มันฟังยังไง เล่าอีกดิ”
ขณะสนทนา แสงไฟจากท่อส่องไล้ใบหน้าทั้งสาม พวกเขานั่งนิ่งอยู่ครู่ เหมือนตกอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นปะปนกัน
ปาลิตาเปิดประตูเดินเข้ามา เธอมองหน้าทุกคนทีละคน ก่อนจะหยุดที่ชะตา
“คืนนี้ช่วยเดินไปส่งที่โรงสูบน้ำได้มั้ย พ่อเราเวรดึกอีกแล้ว”
ชะตาพยักหน้าเงียบ ๆ รวิกลุกขึ้นเท้าเอว “ไปหมดทั้งกลุ่มนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องมีกลัวหลงในท่อ”
ทางเดินใต้โดมเงียบจนน่าขนลุก แสงสีฟ้าสะท้อนผนังแก้วหลอกสายตาว่าเบื้องนอกคือฝัน ชะตาเดินนำ รวิกกับกานต์แวะหยุดคุยเรื่องกลไกน้ำเสีย ส่วนปาลิตาคอยฟังเสียงฝีเท้าหลัง ราวคาดหวังว่าคืนนี้จะสงบเหมือนเคย
ทุกคนหันไปเงียบ เมื่อเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นจากพื้นใต้ฝ่าเท้า ปาลิตาสะดุ้ง ดวงตาโตขึ้นนิด “ได้ยินเปล่า?”
ทันใดนั้น ชะตานั่งย่อตัวลงแตะพื้นทางเดิน วางหูเบา ๆ เสียงที่เขาเคยได้ยินกลับชัดขึ้น — เป็นเสียงเหมือนขอความช่วยเหลือ เสียงเด็กผู้ชายเอ่ยชื่อของเขา
“เฮ้ย…พวกนาย ฟังดิ!” เขาผุดลุกขึ้น ก้องกังวานในหัวใจ
กานต์ขยับเข้าใกล้ “นายว่าฝันอยู่รึเปล่า?”
ชะตาสั่นศีรษะ “มันเรียกชื่อฉัน…”
รวิกเบือนหน้าหนี จะพูดอะไรแต่กลืนคำไป ปาลิตาทำท่าเหมือนกลัวแต่แกล้งนิ่งเฉย
ในความเงียบ กลุ่มเพื่อนตัดสินใจมุ่งหน้าต่อสู่โรงสูบน้ำ เมื่อถึงหน้าประตู พ่อของปาลิตายืนอยู่ ใบหน้าซีดเซียว ท่าทางเคร่งขรึม
“มาได้ไงพวกนี้ ห้ามเข้าเขตนี้กลางคืน” น้ำเสียงเคร่ง
ชะตาพยายามวางท่าเฉยชาตอบกลับ “พาปาลิตามาส่ง เดี๋ยวกลับแล้วครับ”
แต่สายตาของพ่อปาลิตาหรี่ลงจ้องชะตานิ่ง เหมือนรู้ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังมากกว่านั้น
คืนนั้น ชะตานอนกระสับกระส่ายไม่หลับ ภาพเสียงเดิมวนกลับมา มันเป็นเสียงเดียวกับที่ได้ยินก่อนพ่อเขาจะหายตัวไปในวันอพยพใหญ่
รุ่งเช้า ชะตาตื่นขึ้นมาพร้อมแรงผลักดัน เขาตัดสินใจไปค้นเอกสารระบบโดมในห้องสมุดเทียมกลางอาณานิคม กานต์กับปาลิตาตามไป เจอรวิกเดินวนรอบเครื่องจำลองนอกอาคาร
กานต์อดถามไม่ได้ “ทำไมนายต้องหมกตัวหาเรื่องแปลก ๆ ทุกที”
ชะตามองหน้าเพื่อน “เพราะฉันไม่อยากให้พ่อเป็นแค่อีกคนที่ไม่มีใครพูดถึง”
รวิกพูดแทรก “บางเรื่องปล่อยให้ฝังอยู่ใต้พื้นนั่นแหละดีแล้ว”
ปาลิตาเงียบ หยิบเอกสารเล่มเก่าออกมา เจอผังท่อที่หายไป เธอลูบรอยขีดบนแผนที่ ชี้ให้ดู “ดูนี่ มันท่อน้ำเก่ากับห้องพิเศษ”
ชะตาจ่องมองรอยขีดแล้วละสายตาไปสบนัยน์ตากานต์ “คืนนี้เราไปดูด้วยกันมั้ย?”
คำตอบคือความเงียบ แต่ในแววตามีแววตื่นเต้นปนกลัว
ตกค่ำ กลุ่มเพื่อนแอบปีนเข้าเขตหวงห้าม เดินเรียงแถวในทางเดินแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยไอน้ำเก่ากับกลิ่นสนิม ชะตาเป็นคนนำ กำหนดจังหวะก้าวเมื่อเสียงตะโกนของระบบเตือนดังลั่นกะทันหัน
ปาลิตากระซิบ “ถ้าเราถูกจับได้นะ…”
รวิกล้อเบา ๆ “จะได้ถูกเนรเทศออกไปมั้ยล่ะ?”
กานต์พยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยเสียงกระแอม แต่ปลายนิ้วสั่น
ระหว่างเดิน เสียงกระซิบยิ่งดัง ราวกับกระตุ้นให้ก้าวลึกลงไป พวกเขาเจอกับประตูสนิมขนาดใหญ่ …