ใต้เงารัตติกาล: เมืองสายหมอก
หมอกขาวข้นพัดปกคลุมเมืองเมฟอสอย่างหนาแน่นจนไฟถนนสีส้มจางเหมือนเทียนใกล้ดับ พัทธดนย์ จิตรคง วิศวกรซ่อมบำรุงวัยกลางคน เดินฝ่าลมเย็นยะเยือกแทรกซอกซอยแคบของเขตอุตสาหกรรม แว่นตาเก่า ๆ บนใบหน้าขมวดคิ้วละล่ำละลักสะท้อนแสงจาง ๆ เขาเดินซอยเท้าเร็ว ตากดมองนาฬิกาข้อมือพลางถอนหายใจลึก เหมือนทุกก้าวกำลังไล่ตามผู้รอดชีวิตในใจตัวเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงเครื่องบินโดรนส่งของพุ่งผ่านเหนือหัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาชะงัก หยุดมองเพดานหมอกขาวที่โดนแหวกออก เสียงโดรนจางหาย บรรยากาศกลับเงียบขรึมอีกครั้ง แสงไฟจากตึกสูงทอแสงกระพริบเป็นเส้น ๆ บนเส้นขอบฟ้า เห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนยืนหลบเงามืดข้างร้านน้ำชาเก่า
“พัทธ… นายรู้หรือเปล่าว่าที่นี่อันตราย…” เสียงชายผิวเข้มกลางคนเรียกแผ่วเบา คนพูดคือศศิน เพื่อนร่วมงานเก่า ผู้เคยเป็นหุ้นส่วนในโครงการกลางคืนของบริษัทไอโอนิค
“ไม่มีที่ไหนในเมืองนี้ที่ปลอดภัยหรอก ถ้าคนเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่น่ากลัวแค่ไหน” พัทธดนย์ตอบเสียงแห้ง เขาชำเลืองไปทางซอยหลังร้าน เห็นเงาผอมบางเดินลากเท้ามาใกล้ ดวงตาสะท้อนแสงหมอกคู่วับวาว
เด็กสาววัยรุ่นในชุดสะพายกล้องโพลารอยด์แขวนคอ ยื่นรูปใบหนึ่งมาให้พัทธดนย์ “คุณเป็นพ่อของพี่นั้นใช่ไหม?” เธอเผลอกัดริมฝีปากล่าง เสียงสั่น
พัทธดนย์มือไม้สั่น เงยหน้าสบตาเธอ “หนูรู้จักมัญชุภาเหรอ?”
“เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ฉัน–ฉันเห็น…” เด็กสาวเบือนหน้าหนี รูปในมือนั้นเป็นภาพเงาคนกำลังหนีในซอยนี้เมื่อคืน
ศศินเหลือบมองหญิงสาว แล้วยิ้มแห้ง “พัทธ รีบไปที่สถานี Q6 นะ ฉันจะส่งรหัสให้ อย่าถามอะไรมาก เดี๋ยวคนของพวกมันมาเห็น…”
ขณะพัทธดนย์กำลังจะเอ่ยปากถาม เสียงไซเรนลอยมาแตะหู แสงแฟลชส่องจี้ใกล้กับมุมตึก ทั้งสามคนรีบแยกย้าย พัทธดนย์กำสมรูปเอาไว้แน่น ดวงตาฉายแววอดทนและหวาดกลัวต่างเดิม
ในสถานีโมโนเรล Q6 พัทธดนย์ยืนกอดอกใต้ป้ายโฆษณาบริษัทไอโอนิคยักษ์ใหญ่ เสียงโฆษณาพร่ำถึงเทคโนโลยีโยงใยเมืองข้อมูลเชื่อมชีวิตผู้คน พัทธดนย์เหลือบตาไปมอง อดีตเขาเคยเชื่อในสิ่งเหล่านี้ จนวันที่ภรรยาและลูกสาวหายตัวกลางหมอก
แอพมือถือเด้งข้อความเข้ามาด้วยรหัสลึกลับ “123-21-ม.” ไม่มีเนื้อความ ศศินส่งมา พัทธดนย์สูดหายใจพลางหันมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่มีใครสนใจใคร ทุกคนหมกมุ่นกับสมาร์ทคอนแทกเลนส์ มองไม่เห็นหมอกของตัวเอง
เภตรา เด็กสาวเมื่อครู่ โผล่มายืนข้างเขา เธอเงียบอยู่นานก่อนกระซิบ “เมื่อคืนฉันเจอพี่มัญชุภา… แต่เธอพูดเหมือนกำลังฝัน มิ้นท์… ช่วยหน่อย…” น้ำเสียงเปรอะกลัว
“อะไรคือรหัส 123-21-ม.?” พัทธดนย์ก้มถาม
เภตราสบตาแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง “เป็นไอดีสถานีบำรุงใต้ดิน … เหมือนพวกเขากำลังเรียกให้พบ” เธอหยิบของบางอย่างจากกระเป๋า — ชิพอิเล็กทรอนิกส์เล็กจิ๋วในถุงพลาสติก
ก่อนที่ใครจะพูดอะไร รถรักษาความปลอดภัยของไอโอนิคจอดชิดทางเท้า คนสองคนในชุดคลุมสีเงินลงมาพร้อมอุปกรณ์สแกน พัทธดนย์คว้ามือเภตรา ดึงให้วิ่งหนีเข้าทางลงรถไฟใต้ดิน
เสียงประกาศเตือนในรถไฟใต้ดินดังก้อง พัทธดนย์นั่งหอบตรงมุมแคบของขบวนเก่า จับรูปในมือแน่น สายตาเว้าวอน มองเภตราที่หลบมุมเช่นกัน เสียงฝีเท้าคนเดินวนเวียนด้านนอกประตู
“ทำไมหนูถึงช่วยฉันกับลูกสาวฉัน?”
เภตราก้มหน้า กระซิบเบา ๆ “เพราะหนูกลัวหมอก… และหนูเคยเสียแม่ให้กับมันเหมือนกัน”
สายตาของพัทธดนย์ฉายสะท้อนความอดทน ความเสียใจ และเงาลาง ๆ ของความหวัง
เมื่อขบวนรถจอดที่สถานี 123-21-ม. ทางเดินแคบและมืด พัทธดนย์จับมือลูกนำสายตาเภตราเดินเข้าไปในอุโมงค์ ตาฉายความระแวง แต่หัวใจแนบแน่นด้วยความหวังจาง ๆ ว่าวันนี้อาจพบคำตอบทั้งหมด
ลึกเข้าไปในโถงใต้ดิน มีแสงไฟกะพริบเป็นจังหวะ — ภาพจอ LED ขนาดใหญ่เปิดขึ้นเผยคลิปวิดีโอของมัญชุภาในชุดนักวิจัยสีขาว กำลังพูดกับใครบางคนที่ถูกตัดหน้าออกไป
“พ่อ ดูแลตัวเองนะ อย่าไว้ใจใคร…หนูจะพยายามหยุดมัน ถ้าหนูหายไป–แม่คงเข้าใจ” เธอยิ้มสะท้อนความเศร้าแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนจอมืดลง
เสียงฝีเท้าเร็ว เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏ — คือปริญ เพื่อนสมัยเด็กของพัทธดนย์ที่แยกทางกันด้วยความขัดแย้งในอดีต ปริญดูแก่กว่าก่อน ผมหงอกและสายตาละมุนแข็งกร้าว
“นายตามเรื่องนี้มานานพอแล้ว พัทธ ทำไมไม่ยอมปล่อยเขาไป?” เขาพูดเสียงเข้มแต่แฝงความสั่นไหว
“ถ้านายเป็นฉัน นายจะทนเดินในเมืองที่ไม่มีลูกเมียได้มั้ย?” พัทธดนย์เสียงขุ่น ดวงตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
ปริญนิ่งไปนาน ถอนหายใจแล้วพูดเบา ๆ “เธอเลือกเองนะ ว่าจะล้มโครงข่ายทั้งหมด หรือเก็บมันไว้เสียเอง…”
ศศินติดต่อทางไลน์เครื่องเก่า เขาส่งข้อมูลไฟล์ลับ ภาพโครงสร้างเครือข่ายเทคโนโลยีที่ทั้งเมืองใช้ควบคุมการรับรู้ ความจริงค่อย ๆ ปรากฏ การลักพาตัวมัญชุภาคือจุดเริ่มต้น เพื่อต่อรองกับอดีตนักวิจัยอย่างพัทธดนย์ให้กลับมาช่วยซ่อมหัวใจเครือข่ายซึ่งกำลังล่มสลาย
พัทธดนย์เงียบคิด สายตาสับสน ความกรุ่นของอดีตไหลเข้ามา “นายเก็บแม่กับลูกฉันไว้ไหน?”
ปริญขยับริมฝีปากเหมือนจะตอบ แต่เสียงเตือนระเบิดดังขึ้นไกล ๆ สั่นสะเทือนอุโมงค์ คนทั้งสามรีบวิ่งไปทางห้องเซิร์ฟเวอร์ พบภาพแม่ของมัญชุภาถูกขังอยู่ในวงแหวนแสงสีฟ้า เธอยังมีสติเพียบพร้อม แต่ดวงตาว่างเปล่า
เภตราถอยกรูดหลังเจอภาพนั้น น้ำตาฉ่ำขอบตา “เราหลงทางกันหมดเลยใช่ไหมคะ?”
“เปล่า เรายังมีโอกาสเลือก” พัทธดนย์เสียงขาดห้วง ดึงมือปริญแน่น วิงวอนให้เขาปลดล็อกระบบ นัยน์ตาแดงก่ำ
ปริญลังเล รอยร้าวแห่งมิตรภาพเก่าฉายชัด ก่อนเขาตัดสินใจกรอกรหัสปลดล็อก คนสองคนรวบรวมพลังช่วยกันงัดแงะ ฟ้าแลบเข้ามาทางช่องอุโมงค์ ทุกอย่างสั่นไหวอีกครั้ง
ประตูห้องข้อมูลเปิด ปรากฏมัญชุภานั่งฟุบอยู่กับพื้น หอบหายใจแรงเพราะพิษระบบ ร่างบางของเธอสั่นเทิ้มแต่พยายามลุกขึ้น “พ่อ…มาไหม?”
พัทธดนย์วิ่งเข้าหา อ้อมกอดแน่นในความหนาว เภตรายืนดู น้ำตาไหลปนรอยยิ้มจาง ๆ
แสงไฟเริ่มดับ ผลกระทบของระบบพังทลาย นักลงทุนและเจ้าหน้าที่เฝ้าบริษัททยอยหลบหนี หมอกนอกอุโมงค์เริ่มเบาบางเหมือนทุกอย่างค่อย ๆ เปิดทางสู่อิสรภาพใหม่
ปริญถอนใจ มองเมืองบนจอภาพ “วันหนึ่ง เมืองนี้คงต้องเป็นของคนที่กล้ารับผิดชอบสิ่งที่เหน็บหนาวที่สุดในหัวใจ…”
เรื่องราวของความเชื่อใจ การให้อภัย และสายสัมพันธ์ครอบครัวท่ามกลางความลึกลับของเทคโนโลยีและอดีตที่อัดแน่น กำลังนำพาความเปลี่ยนแปลงมายังเมฟอส หมอกขาวค่อย ๆ จาง โลกใหม่สีเทาเงินโผล่พ้นเงารัตติกาลครั้งแรกในรอบหลายสิบปี