วุ่นนัก…นักแก้แกล้งหอพัก
เสียงประตูห้อง “ปัง!” ดังลั่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันพระอาทิตย์ตก แก้ม เด็กสาวผมเปียข้างเดียว เดินเชิดเข้าห้องหอพักพร้อมกับถุงข้าวเหนียวไก่ย่างเต็มสองมือ ข้างหลังคือ หน่อย เพื่อนซี้ร่างบางที่ถือหนังสือชีวะเยอะเกินตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก้ม! ฉันบอกแกแล้วว่าหอชายกับหอหญิงมันแยกตึกกัน!” หน่อยร้องจิกเสียงเหนื่อย ข้าวเหนียวไก่ย่างของแก้มส่ายตามจังหวะเจ้าตัวไปทั่วทางเดิน
“อ้าว! งั้นตอนที่ฉันเมียงมองหนุ่มหอข้างล่างนั่นคือ…” แก้มเบิกตากว้าง เหงื่อซึมสองข้างแก้ม หน่อยจ้องเพื่อนอย่างอนาถใจ
“เอาเมนูข้าวเหนียวแกไปก่อนเหอะ ก่อนที่จะมีใครเห็นไก่ย่างตกทีละไม้!”
ทั้งสองจัดแจงของกินไว้บนโต๊ะ กลิ่นไก่ฟุ้งเต็มห้อง บางทีก็อบอุ่นจนลืมไปว่านี่คือหอพักหญิงที่กฎระเบียบเข้มงวดที่สุดของเมือง
เสียงแว่วมาจากห้องข้าง ๆ “เมื่อคืนนี้ มีคนเห็นผีกระจกออกมาอีกแล้วนะ!” เสียงเม้าท์ของกลุ่มสาวชั้นปีสองทันทีที่ติดถึงประตูห้อง
แก้มชะงักมือ มองหน่อย นัยน์ตาเปล่งประกายพร้อมแผนการใหม่ “ถ้าเราจับผีกระจกได้ เราต้องดังแน่!”
หน่อยมองแก้มอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ได้เซียนผีนะ แก! ฉันจะสอบนะ”
“นิดเดียว เดี๋ยวแบ่งไก่ให้เพิ่ม!” แก้มพูดจริงจัง แต่เนื้อไก่ยังคงอยู่ในมือ
“ฉันแพ้ไก่แบบนี้เพราะแกทุกที” หน่อยปั้นหน้ายอมแพ้ เบือนหน้าหนีตอนที่แก้มดีดนิ้วเป่าไก่ลงจานอย่างภูมิใจ ปริศนาใหญ่ของคืนนี้—ภารกิจจับผีกระจก—จึงเริ่มต้นขึ้น
เสียงแทรกของหัวหน้าหอสายตาดุ ผู้หญิงผมดัดสีดำ “เด็ก ๆ ห้อง 3/2! อย่าส่งเสียงดังเกินคืนนะ!”
“รับทราบค่ะ!” สองเสียงสนั่นพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจ หัวหน้าหอส่ายหน้าก่อนเดินหายไปท่ามกลางเสียงซุบซิบ
หลังพระอาทิตย์ตก แก้มกับหน่อยเปลี่ยนชุดจากเสื้อคอกลมเป็นชุดนอน บนโต๊ะกระจกตั้งอยู่กลางห้องเหมือนเวทีประกวด ทั้งสองเปรียบเทียบกลยุทธ์กันไปมา หน่อยงัดสมุดจดโน้ตกับไฟฉายจิ๋วมาวางข้างมือ
“แผนแรก เราเฝ้าหน้ากระจกตั้งแต่ห้าทุ่ม ถ้าเห็นอะไรแปลก ต้องจด!” แก้มขยับตาไปมาราวกับเป็นสายสืบ
“ถ้าเห็นเงาตัวเอง จะนับด้วยมั้ย?” หน่อยทวนเสียงแผ่วแกมหัวเราะ
แก้มเถียง “ถ้าเงาฉันผมเปีย มันจะมีใครบ้างนอกจากฉันล่ะ!”
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง มีเพียงแสงไฟสลัวจากทางเดินกับเสียงงึมงำของปลั๊กไฟเสื่อม หน่อยพึมพำกับตัวเองว่า “เรื่องผีอะไรไม่รู้ ไม่เหมือนในหนังสักนิด”
แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงกุกกักดังมาจากตู้เสื้อผ้ามุมห้อง แก้มกับหน่อยหันขวับ ตามด้วยการหยิบมือถือถ่ายคลิปสุดมืด—ซึ่งคลิปนั้นกลายเป็นการถ่ายติดหน้าตัวเองเงาเบลอทั้งคู่
“กล้องมันกำลังถ่ายผีหรือถ่ายหน้าฉันกันแน่?” หน่อยกรอกตา เงาสะท้อนจากกระจกฉายความวุ่นวาย
ทันใดนั้น, ลมกลางคืนกรูเข้ารูหน้าต่าง ทั้งคู่ตกใจจนแทบกอดกัน ยาช่วยสาดแสงไฟฉาย ไว้ตรงหน้าโต๊ะจนเห็นชัดว่าแค่ซองขนมขบเคี้ยวปลิวตกจากชั้นวางซะงั้น
แก้มหน้าเจื่อนขำเย็น “นี่เราสืบคดีขนมผีเหรอ?”
เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม แก้มบอกให้หน่อยจดในสมุดว่า “เหตุการณ์แปลก: ขนมตก—แรงลม 3/5”
กลางดึก ความมืดที่เย็นเยียบกลับมีเสียงกระซิบจากปลายเตียง “คืนนี้…ต้องมีอะไรแน่!”
หน่อยพยายามคุมสติ “แก้ม ถ้ามีอะไรแปลก แกเป็นคนออกไปดูนะ!”
“แล้วถ้าฉันเป็นผีจะออกหัวข่าวหน้าหนึ่งมั้ย?” แก้มแซวเสียงสดใส
ขณะที่ความกลัวก็ยังไม่เข้าครอบงำ ทั้งคู่เผลอหลับกลางทาง เสียงร้องจิ๊บของจิ้งจกกลางดึกปลุกพวกเธอขึ้นมาพร้อม ๆ กับไฟดับทั้งตึก
ภายใต้แสงจันทร์สลัว หน่อยตื่นก่อน รีบพลิกตัวไปตามหาไฟฉายพลางใจเต้นตุ้บ ๆ ระหว่างที่แก้มยังงัวเงียพูดเสียงงัวเงีย “ผีกระจกมาแน่เลย!”
เมื่อหน่อยเปิดไฟฉายได้สำเร็จ ไฟก็กระทบเข้ากับหน้ากระจกพอดี เห็นเงาเปื้อนแป้งเย็นของสองสาวสะท้อนผ่านประตูห้องเก่า
“ไอ้แก้ม! แป้งแกยังไม่ล้างเลย!” หน่อยร้องลั่นปนหัวเราะเสียจนอีกฝ่ายขำตาม
เช้าวันต่อมา ข่าวลือวิ่งเร็วกว่าตะวัน “ห้อง 3/2 เจอผีกระจกของจริง!” ทุกคนหวีดอยู่หน้าห้องแก้มกับหน่อย ภาพหลักฐานเป็นคลิปเบลอ ๆ กับเสียงหน่อยตะโกน “ผีจริง!” ปลิวว่อนในกลุ่มแชทหอพัก
หัวหน้าหอเรียกทั้งคู่ไปสอบสวน โดยมีปราชญ์ หัวหน้าหอชายหนุ่มหน้าจืดจางเข้าไปพอดี “เมื่อคืนผีเขาออกไปถึงฝั่งชายมั้ย?”
แก้มรีบตอบติดตลก “ผีกระจกผ่านห้องน้ำชายไปแล้วค่ะ!” ท่ามกลางเสียงขำของเพื่อน ๆ
แต่ผู้คุมหอกลับเคร่งขรึม “หาหลักฐาน ผีไม่มีจริง! ต้องมีคนรุกรานข้ามตึก!”
“ถ้าเราพิสูจน์ได้ เราติดดาวนักล่าผีเลยนะ!” แก้มกระซิบกับหน่อย ทั้งคู่ตาโตอีกครั้ง หน่อยมองนาฬิกากับชีทสอบในมือ “เอาอีกเหรอแก…”
ค่ำคืนนั้น ทั้งสองวางกับดักแบบ DIY, กล้องมือถือ + ขวดน้ำอัดลม + ไฟฉายวางตามจุดเสี่ยง ทุกอย่างดูลึกลับพิลึก หน่อยเดินไปเดินมาตามหาหลักฐาน จดบันทึก พูดเสียงเบา ๆ ให้แก้มฟัง
แก้มมั่นใจนักว่า ผีกระจกคือวิญญาณหญิงสาวตัดผมเปีย ทำหน้าตากรุ้มกริ่มเหมือนตัวเอง หน่อยขำกลิ้งกับทฤษฎีเพื่อน ช่วงนี้ แก้มหวังตั้งกล้องดักหน้ากระจกอีก แต่สุดท้าย ถ่ายติดแค่พี่แม่บ้านที่ลอบมากวาดกลางคืน หน่อยเลยถูกแม่บ้านจับได้ว่าเอากล้องแอบติดตั้งจนต้องโดนต่อว่า
“หนูจับผี หนูไม่ได้ตามแอบผู้หญิงนะคะ!” หน่อยเถียงหน้าแดงๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของแก้มกับแม่บ้าน
ความซวยเสมอต้นเสมอปลาย กลับเริ่มลามไปถึงห้องอื่น พวกเพื่อน ๆ ในตึกเดียวกันเริ่มผวา บางคนเตรียมอุปกรณ์ต่อสู้ผีอย่างจริงจัง มีทั้งกลิ่นธูป เทียนไฟฟ้า ไปจนถึงแป้งโยคีโปะหน้ากระจกเต็มห้องน้ำกลางคืน
คืนที่สาม ปัญหาบานปลาย หน่อยโดนเพื่อนแกล้งล้อ “จับผีไม่ยอมอ่านหนังสือ” ส่วนแก้มกลายเป็นคนดังข้ามตึก เพราะคลิปสยองกลายเป็นคลิปตลกในกลุ่มเฟซ ไม่แปลกที่อดีตซูปเปอร์แมนผีจับเด็กหอชายยังขอแชร์
“เอาน่าแก หน้าที่ของนักล่าคือ—” แก้มเริ่มพูดแต่โดนตัดบท หน่อยสวน “ของฉันคือต้องสอบเลื่อนชั้นเว้ย!”
กลยุทธ์พังตั้งแต่ต้น แถมข้อหาแอบถ่ายแม่บ้านยังไม่หาย ทั้งสองจำต้องหาทางเคลียร์ข่าวลือเอง หัวหน้าหอกางหูดักฟังทุกชั้น ไล่ถามทุกคนถึงผีกระจกความจริง
หน่อยเครียดหนักกับบทเรียน เปิดอ่านอะไรไม่รู้คิดถึงแต่เรื่องผี ความมั่นใจเกินเหตุของแก้มเอาแต่ปลอบใจเพื่อนว่าทุกอย่างจะดี “แกจะได้คะแนนผี ๆ!” หน่อยตอบ “ขอคะแนนดี ๆ ได้ไหม?” แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยกัน
จนคืนสุดท้ายของสัปดาห์สอบ แก้มกับหน่อยกลุ่มเพื่อนร่วมมือ ค้นคว้าข้อมูลว่าหอพักเคยมีประวัติการซ่อมกระจกห้องน้ำไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นข่าวลือ ทั้งหมดจึงรวมตัวกันประกาศกลางกลุ่มไลน์ว่า “ผีกระจกคือผีเก่า กระจกแตกกับใจคน” ไม่ใช่วิญญาณจริง
ประกาศจบลงด้วยเสียงหัวเราะ ทั้งหอแตกตื่นใหม่ ฟังคำบอกเล่าของสองเพื่อนซี้ กลายเป็นเรื่องเล่าตลกประจำหอไปในที่สุด
สุดท้าย สองเพื่อนซี้นั่งล้างแป้งเย็นหน้าโทรม ปิ้งไก่จิ้มแจ่วด้วยกันในห้องคนเดียว พลางบ่น “แก้ม ฉันได้ค่าขวัญถุงมั้ยอะ?” “ได้นะ แต่ถุงไก่ย่างฉันเหลือแต่เศษข้าวเหนียว”
เสียงหัวเราะปิดท้ายท่ามกลางห้องว่างเปล่า ของเด็กหอที่เชื่อสนิทใจในเรื่องผี แล้วก็เดินมาถึงจุดที่ผีจริง ๆ ก็คือการสอบกับความวุ่นวายที่เราสร้างขึ้นเอง
หอพักเงียบสงบต่อ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะ ที่กลายเป็นตำนานใหม่