ชมรมแต้มบุญมหาวิทยาลัยวุ่นวาย
เสียงดังวุ่นวายของลานกิจกรรมมหาวิทยาลัยในช่วงรับน้องปีสองแดงแจ๋ด้วยบูธหลากหลายที่ต่างชูไอเดียสุดแนว ด้านหนึ่งของสนาม อาร์ต หนุ่มผมฟูหุ่นบางที่มองโลกด้วยสายตาระแวงนิด ๆ กำลังฉีกเนมเพลทกระดาษด้วยมือสั่น ๆ พร้อมป้าย “ชมรมแต้มบุญ” แบบที่เห็นได้ว่าเพิ่งผ่านศึกกับปริ้นเตอร์ไม่ต่ำกว่าสามรอบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ยอาร์ต เอาจริงเรอะ!” เป๋ หนุ่มอารมณ์ขันจอมป่วนเดินเข้ามาในชุดวอร์มสีขาวเวอร์ ๆ ไม่เข้าพวกกับใครในสนาม ดวงตาขี้สงสัยกวาดมองสิ่งที่เพื่อนกำลังตั้งใจทำ “ไอ้แต้มบุญของแกคืออะไรวะ?”
อาร์ตถอนหายใจยาว เปิดหนังสือบันทึกโน๊ตเล่มหนาโชว์ “ก็คือ…เราเชื่อว่าถ้าทำความดีทุกวัน แต้มบุญที่เราเก็บได้มันต้องส่งผลกับชีวิตจริงไวกว่าลุ้นหวย แค่ตั้งใจจริง ๆ ธรรมชาติมันต้องตอบแทน เซฟไว้ให้เพื่อน ๆ ได้ลอง นี่ไง แบบฟอร์มขอแต้ม”
เป๋หัวเราะในลำคอ “โห อินจัด” แล้วหยิบฟอร์มขอแต้มมากวาดดู “เอาไว้แต้มบุญเร่งด่วน…เอาแบบซิมเติมเงิน?”
“แกจะล้อเลียนก็เชิญ เราทำจริงจังนะ” อาร์ตเงยหน้าขึงขัง “ถ้าชมรมนี้สำเร็จ เราได้เป็นบุคคลดีเด่นแน่!”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังถก เสียงหวานตัดบทดังขึ้น ชมพู่ สาวสายกิจกรรมที่ชอบทำโน่นนี่แต่ไม่กล้าปฏิเสธใคร เดินมาอย่างงงๆ “อะไรนะชมรมแต้มบุญ? แบบ…เล่นเกมบุญเหรอ?”
เป๋แทรกยังไม่ทันขาดคำ “ไม่ใช่เกม แต่เป็นระบบ MLM… เอ้ย ไม่ใช่! คืองี้…”
อาร์ตปิดปากเป๋กลางคัน “เฮ้ย! เดี๋ยวชมพู่งงหนักอีก! คือเราอยากให้ทุกคนลองตั้งเป้าทำบุญเล็ก ๆ ทุกวัน แล้วบันทึกไว้ ใครแต้มเยอะสุดมีรางวัล”
ชมพู่ทำท่าเหมือนเข้าใจแต่ยังลังเล “แล้วแต้มวัดยังไง?”
เป๋โพล่ง “ใครขัดห้องน้ำใต้หอได้นานสุดได้โบนัสไง”
“ไม่ใช่!” อาร์ตยิ้มแห้ง สายตาสบกับเพื่อนไทยลีลา ชายร่างเล็กเนิร์ดจัด ที่เพิ่งเดินมาพร้อมถุงผ้า “ขอเชิญคณะกรรมการตั้งกติกาด่วนครับ เรามีผู้สมัครคนแรกหนึ่งคน!”
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ อาร์ตก้มดูแล้วหน้าถอดสี “แม่โทรฯมา! เดี๋ยวมา!” แล้ววิ่งหายไป
เป๋เหวอ รีบหันไปหาไทยลีลา “แกช่วยดูบูธหน่อยสิ เดี๋ยวฉันลองล่อคนด้วยขนม!”
ศึกบูธแต้มบุญเริ่มขึ้น เป๋งัดขนมแจกฟรีมาล่อแต่ดันแจกผิดคน ไปล่อลุง รปภ. จนโดนลุงเล่าแต่เรื่องบุญบาปไม้เบื่อไม้เมากลางสนาม ขณะเดียวกัน ไทยลีลากำลังพยายามตอบคำถามเชิงลึกจากนักศึกษาปีสามที่ชอบจับผิดว่า ชมรมนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อะไรสนับสนุนหรือไม่
อาร์ตกลับมาพร้อมหน้าตาตื่น “แม่ให้เรากินแกงจืดผักรวมทุกวัน มันนับเป็นบุญไหม?”
ทีมงานบูธแต้มบุญต่างขำกันกรุบ ๆ ในขณะที่ชมพู่ถือกระปุกบริจาคเงินปรากฏตัว “อันนี้แต้มบุญหรือแต้มบริจาค?”
ก่อนที่คำตอบจะจบ อาจารย์ที่ปรึกษาประจำชมรม ซึ่งเป็นอาจารย์สายแข็งระดับตำนาน หมอปกรณ์ ก้าวเข้ามาด้วยสายตาสงสัย “กิจกรรมนี้เรามีความหวังจะได้เห็นบุญหรือเห็นบาปกันแน่?”
บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที นักศึกษาบางส่วนเริ่มขยับหนี อาร์ตรีบอธิบาย “พวกเราแค่…อยากส่งเสริมความดีแบบสนุก ๆ”
อาจารย์หมอปกรณ์พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น ขอยื่นภารกิจให้ชมรมของเธอจัดกิจกรรม ‘บุญประจักษ์’ โดยต้องทำให้คนในมหาวิทยาลัยจำนวนเกินครึ่งทำความดีพร้อมกันในวันศุกร์หน้า”
เป๋หลุดปาก “วันศุกร์! นี่มันสามวันเองพี่!”
อาจารย์หมอปกรณ์หัวเราะในลำคอ “บุญของจริงมันต้องพิสูจน์ด้วยของจริง” แล้วเดินจากไปแบบกดดันสุด ๆ
ชมพู่หันไปมองหน้าอาร์ต “เรา… จะทันเหรอ?”
อาร์ตแม้เครียดแต่ยังโกหกตัวเอง “ถ้าตั้งใจ ทุกอย่างเป็นไปได้ เชื่อสิ!”
ทั้งทีมรวมตัวกันวางแผน อาร์ตเสนอไอเดียสร้างกิจกรรม “บุญด่วนทันใจ” ผ่าน QR Code ให้คนถ่ายรูปคู่โพสต์ลงโซเชียลแล้วติดแฮชแท็ก ใครทำสำเร็จรับของรางวัล—ซึ่งของรางวัลคือข้าวโพดอบเบียร์เก่าในตู้แต่ถูกอาร์ตรีแพ็คกล่องใหม่
เป๋ถอนใจกับของรางวัล “ใครมันจะอยากได้…ข้าวโพดนี้?”
ไทยลีลาเริ่มคิดใหญ่ “เราต้องสร้าง FOMO ให้คนอยากทำบุญ ไม่งั้นไม่มีใครสนใจ ลองสร้างข่าวลือให้คนกลัวแต้มบาป…”
อาร์ตชะงัก “แกคิดมากไปปะวะ ถ้าใครเชื่อจริง ๆ เราจะกลายเป็นชมรมหลอกลวงไหมเนี่ย?”
ชมพูลังเล “ถ้าข่าวลือบานปลาย คนไม่กล้ามาเรียนเลยล่ะแย่แน่”
ทีมปกครองมหาลัยประกาศเสียงตามสาย ตัดบทสนทนา: “ขอแจ้งข่าวจากฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ทุกชมรมงดใช้เสียงเกิน 90 เดซิเบล!”
เป๋รีบหรี่เสียงลำโพงทันทีแต่ลืมเสียบปลั๊กจนเพลงป็อปหยุดกระทันหัน นักศึกษาหลายคนหยุดเดินมอง
อาร์ตปั้นหน้าตลกกลบเกลื่อน “บุญของเรามากับความสงบ…เอ่อ ต่อไปนี้ใครเงียบกว่าคะแนนเพิ่มสองคะแนน!”
พร้อมกับความพยายามให้คนเข้าร่วมแบบใหม่ แผนของไทยลีลาเริ่มถูกปรับให้เป็น quiz ทดสอบด้านเมตตา รางวัลคือหมวกบุญ (หมวกจักรยานมือสองสภาพลอกหมด)”
ในคืนเดียวกัน กลุ่มชมรมประชุมสาย Zoom คิดแผน Marketing 2.0 แต่เป๋อยากเล่นมุกจนทำให้ชมพู่เข้าใจผิดว่าการสะสมแต้มบุญจริง ๆ แล้วจะถูกบันทึกในระบบมหา’ลัย ทุกคนในมหาวิทยาลัยต้องมีแต้มบุญเท่านั้นถึงจะลงทะเบียนเรียนได้!
ข่าวลือนี้บานปลายชนิดเกินควบคุมในเวลาไม่ถึงห้าวัน หน้าแฟนเพจ “ชมรมแต้มบุญ” กลายเป็นสนามรบคอมเมนต์ นักศึกษาทีมหนึ่งยื่นร้องเรียนฝ่ายพัฒนานิสิต บางส่วนเริ่มจัดกลุ่มติว “บุญด่วน” ตอนตีสอง!
อาร์ตเครียดจนกินแกงจืดผักรวมจนหมดหม้อ “แล้วแบบนี้เราจะโดนฝ่ายกิจกรรมเรียกพบไหม?”
ชมพู่ปลุกใจ “แต่ทุกคนน่ารักนะ ทำบุญกันตั้งเยอะอ่ะ แค่เข้าใจผิดไปหน่อย…”
“หน่อยตรงไหน!” ไทยลีลาถอนใจแต่ก็ซึ้ง ๆ
ข่าวลือทำเอาชมรมอื่นเริ่มไม่พอใจ คิดว่าชมรมแต้มบุญแย่งสมาชิก บางกลุ่มคิดว่าปลอมพุทธศาสนิกชน กลุ่มมังสวิรัติพากันแฮชแท็ก #แต้มบุญไม่จริงใจ
เป๋เอามือปิดหน้า “เราจะซวยหนักกว่าเดิมไหมเนี่ย…”
วันศุกร์มาถึง สถานการณ์ลุกลามจนเกิดแถวลงทะเบียนแต้มบุญยาวกว่าคิวลงทะเบียนเรียนจริง แถวยาวไปจนถึงประตูมหา’ลัย หมอปกรณ์อาจารย์ที่ปรึกษายืนดูอยู่ไกล ๆ
อาร์ตขำทั้งน้ำตา “เราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย ขอแค่พิสูจน์ว่าความดีส่งผลจริง…”
ชมพู่ยิ้มให้ “บางทีสิ่งดี ๆ มันก็มาในรูปแบบคาดไม่ถึงไงล่ะ”
จังหวะนั้น ฝ่ายกิจกรรมประกาศเสียงตามสายอีกครั้ง “ขอความร่วมมือ ยกเลิกกิจกรรมแต้มบุญเนื่องจากสับสนด้านข้อมูล ขอให้ทุกคณะตรวจสอบความเข้าใจทันที!”
นักศึกษานับร้อยเบิกตากว้าง บางคนหัวเราะ บางคนโล่งใจ ชมรมแต้มบุญทั้งทีมมองหน้ากันงง ๆ
หมอปกรณ์เดินเข้ามา “ได้บทเรียนอะไรบ้าง?”
อาร์ตตอบจริงจังแต่กึ่งขำ “ความหวังดีถ้าอธิบายผิด ชีวิตอาจจะเหนื่อยหนักกว่าเดิม”
เป๋สวน “บางทีการช่วยคนต้องใจเย็นกว่าช่วยตัวเอง”
ไทยลีลาเสริม “ทำดีแล้วนิ่งไปเลย ไม่ต้องไปนับแต้มดอก!”
ชมพู่หัวเราะ “อย่างน้อยเราก็มีเรื่องให้เล่าไปอีกสิบปี”
ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน ก่อนลากกล่องข้าวโพดอบดองยกกลับหอ ใครผ่านไปมาก็ยังถามต่อว่า “สรุปยกเลิกแต้มบุญจริง ๆ เหรอ?”
ทีมงานพยักหน้าอย่างขำ ๆ ก่อนเป๋จะแถมมุกสุดท้าย “ไม่เป็นไร ปีหน้าชงชมรมแต้มซวยแล้วกัน!”
เสียงหัวเราะยังคงเดินทางต่อไปถึงประตูมหาวิทยาลัยในวันที่ลมวุ่นวายสงบลง กลายเป็นความทรงจำสุดฮาที่ใครก็ลืมไม่ลง